เมืองหลายๆเมืองทั่วโลก..เวลานี้..มีปัญหา....น้ำท่วมฉับพลัน...เนื่องมาจาก..ฝนตก..หนักมีพายุ...ใหญ่
กล่าวกันว่าสาเหตุ..หนึ่งคือ..อุณหภูมิที่สูงขึ้น..เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ..ที่มนุษย์เรามีอิทธิพล..ต่อสาเหตุนี้
และ..ยังไม่สามารถ..แก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้...หลายๆประการ..ในระดับโลก..ดังที่ทราบกันอยู่..
ประเทศหนึ่ง..ชื่อว่า...เนเทอร์แลนด์..หนึ่งในกลุ่มเขตุยุโรปที่ทราบกันว่าเมืองนี้..อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล..บางจุด..คำนวนได้ว่า..ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ ๗เมตร...(ฝรั่ง)..คำนวนไว้ว่า..หาก..น้ำแข็งขั้วโลก..ละลาย..หมด..ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น..ถึง ๗-๙เมตร..หลายๆเมืองตามชายฝั่งทะเลจะจมน้ำ..หนึ่งในปัญหานี้..มีแหลมทองของไทย..รวมอยู่ด้วยแน่นอน...(มีคำถามว่า..เมื่อไร..เท่านั้น...)...
ประเทศที่กล่าวถึงมาข้างต้น..นั้น..(บังเอิญผู้เขียนได้ดูหนังสารคดีเกี่ยวกับปัญหาน้ำ เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ..จึงนำมากล่าวเล่าขาน ..ไว้ในปันทึกนี้...ในสถานะ..ของชาวบ้านๆ..ที่เกิดในประเทศไทย..)..
ประเทศในกลุ่ม สแกนดิเนียเวียน..ภูมิประเทศนั้นเป็นหมู่เกาะเป็นส่วนใหญ่..มีพท.ใหญ่ที่ติดฝั่งทะเล..ยาวมากมาย...ที่น่าสนใจ..คือ..ผู้เขียนได้เห็นการทำให้แผ่นดิน..งอกเงย..ให้เห็นได้..เป็นต้นว่าทางแถบทะเลเหนือ..ของเยอรมันเป็นต้น..(เขาทำอย่างไร..คงจะไม่กล่าวถึงณที่นี้..)
การสร้างเขื่อน..กันน้ำ..มีกันมานาน..ที่เห็นๆก็มีทั้งเขื่อนดินเขื่อนคอนกรีต..ที่ใหญ่โตมหาศาล..ที่ถูกสร้าง..ปิดทางน้ำ..ด้วยเทคโนโลยี่..สมัยใหม่..ที่ต้องใช้เงินจำนวน..มหาศาลเช่นกัน...(ซึ่งสุดท้าย..ก็มักจะมีคำถามตามมา..ว่า..กันพลังน้ำ..ได้อย่างไรแค่ไหน..ถ้าเกินจุดที่คำนวนเอาไว้..ซึ่ง..ยังไม่มีคำตอบแน่นอน..)..
กล่าวถึงหนังสารคดีที่เห็น..และเป็นที่น่าสนใจกับผู้เขียนคือ...ฝรั่ง..คิด..เขื่อนกันน้ำโดยใช้ธรรมชาติสร้าง..เป็นค้นว่า..การเลี้ยงหอยนางรม..สร้างพท. เป็นเขื่อน...รับน้ำเป็นต้น..หรือ.การ.ศึกษาคลื่นกำลังน้ำ..ที่สามารถพัดพาทรายขึ้นมาเป็นหาด.ซ้อนหาด เพื่อปกป้องชายฝั่งทะเลเดิม...
สิ่งที่"ฝรั่ง"คิดและคำนวนนั้นตือการเฝ้าดูและสังเกตุความเป็นไปในธรรมชาติ..แก้ไขเปลี่ยนแปลง..ด้วย"เหตุและ..ผล..."...
มีสิ่งหนึ่งที่จะนำมาเล่าเทียบเคียงไว้ ณ. ที่นี้..คือ...(ผู้เขียนได้มีโอกาศไป..พำนักอยู่กับรีสอรทแห่งหนึ่ง..แถวๆ..เขากระโหลก..ปราณบุรี...วึ่งผู้เขียนได้สังเกตุเห็นว่า..มีทรายกองเป็นเนินสูงอยู่ในบริเวณนั้น..ซึ่งเจ้าของรีสอรทกล่าวว่า..เวลามีคลื่นลมแรงและมีพายุพัดเข้าฝั่ง..นั้นจะมีทราย..มากองอยู่ให้เห็นจำนวนมากมาย..และบดบังสายตากับทะเลของผู้มาพักผ่อน..จึงมีการใช้แทรคเตอรดุนจำนวนทรายเหล่านั้นไปให้พ้นสายตา...(ระดับน้ำ..ที่สูงขึ้นเรื่อย..ๆจะเลยกำแพงเขื่อนที่กันน้ำไว้เวลานี้..เป็นเรื่องปรกติที่กำลังเกิดขึ้นตลอดเวลานี้..เจ้าของรีสอรทเล่า)...
ภูมิประเทศ..ริมฝั่งทะเล..แถบเขากระโหลก..ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเลวร้าย(อิอิ..ในสายตาของผู้เขียน)...เป็นต้นว่ารีสอรทติดชายฝั่งทะเล..(หากกลับกัน..มองในแง่ดี..ในอนาคต..เราอาจจะใช้สิ่งก่อสร้างเหล่านี้..เป็นเขื่อนกันน้ำ..ได้เป็นอย่างดี..โดย..เลี้ยงหอยกุ้งปู..
ในส่วนที่น้ำท่วมถึงตึกรามบ้านช่องเหล่านี้..สร้างที่อยู่ใหม่ของคนอยู่ติดทะเล..ให้เป็นเมืองลอยน้ำ..ในอนาคต...
ความคิด..ของ..ผู้เขียน นั้น..คือ.."เรา..คือ..ธรรมชาติ..การอยู่กับ..ธรรมชาติ..ด้วย..สำนึก..สามัญ..ที่..."ฝรั่ง"..เพิ่งจะเริ่มให้ความ..สนใจและเรียนรู้
นั้น..."...ไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นจริง...ของความเป็นคน..เลย...(......อิอิ)....
เมืองกับ น้ำ..ในแกลลอลี่ชีวิต..วันนี้

People in Bangadesh, Java (Indonesia), pacific islands and more have been watching ocean waves and water flooding their homes and farms for some time now. A lot of barriers of various types have been constructed and washed away. The problems at global level won’t be solved locally. Migration is not and easy solution -anymore- either. Adaptation seems more logical. So start designing & building houseboats ;-)
-สวัสดีครับ
-ได้ยินข่าวว่าเช่นนั้นเหมือนกันขอรับ
-น้ำมาก..แผ่นดินหดหาย..
-เรียนรู้จากภาวะน้ำท่วม..เพียงผ่านมาก็เสียหายมากมาย..
-ด้วยความระลึกถึงนะครับ
สวัสดีค่ะ..คุณsr..."คนที่เกิดสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่แล้ว"...ยังพอจะเข้าใจคำว่าธรรมชาติ..ตนและสิ่งแวดล้อม..ในอุณหภูมิ..ปรกติ..ได้...แต่เมื่อเวลาผ่านไปนั้น..ความทรงจำก็จะเริ่มเลือนลางหายไป..กลายเป็นอดีต....ปรกติปัจจุบันคือความเปลี่ยนแปลง บ้านสมัยใหม่ลอยน้ำได้..เคลื่อนที่ได้..มีสถาปนิกคนรุ่นใหม่..คิดและทำได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาเรื่องการก่อสร้างยังแพงลิบลิ่ว...คนจน..คงไม่มีปัญญา..."นั้นเป็นความคิดของคนตะวันตก...ที่ใช้เทคโนโลยี่และธนบัตรเป็นสิ่งแก้ไขปัญหา"
ได้เห็นหนังสารคดีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการเดินทางไปเรียนหนังสือของเด็กที่อยู่ไกลปืนเที่ยงทั่วโลก...มีชนเผ่าอินเดียนแดงเผ่าหนึ่ง..เขามีที่อยู่บนกอ หญ้าที่ขึ้นเกาะตัวลอยน้ำอยู่
ก็เป็นที่ๆน่าสนใจ..ว่า..คนที่อยู่กับธรรมชาติได้นั้น..คือคนในพื้นที่ๆ..ที่เกิดที่นั่น ตายนั่น..มาหลายชั่วคน...
สภาพของคนและสัตว์..การสร้างที่อยู่อาศัย..กำลังเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง...ด้วยสภาพสิ่งแวดล้อม..ที่มีกฏตายตัวอยู่..ว่า..อนิจัง...
สัตว์.ต้องเข้าเมืองหากินอยู่กับเมืองจะ.เห็นได้จาก..เมืองสิงคโปร์..เป็นต้น..
เมืองไทย..ไม่มีป่า..ไม้..มีป่าคอนกรีตแทน...คลองหายไป..เหมือนเมืองที่เป็นโรคเหมือนคนเป็นโรคเส้นเลือดตีบตัน...บ้านลอยน้ำเคยมี คนเคยมีความสุขกับคำว่า"ในน้ำมีปลาในนามีข้าว"..ใครใคร่ค้าๆ...เราๆอยู่ได้กับคำว่า อนิจจัง..เสมอมา...(อิอิ)....
สวัสดีค่ะ..คุณเพชรน้ำหนึ่ง...ยายธีเข้าใจดีเจ้าค่ะ..กับคำว่าน้ำท่วม...แม้จะไม่ได้เจอเหตุการณ์..เฉพาะหน้า..บ้านที่กรุงเทพฯ..ก็จมน้ำไปเหมือนกัน55555..