๖๐๗. ศาลาปลูกปัญญา ..ใกล้สระน้ำและแปลงนา..

นักเรียนคิดแล้วเขียน จากเรื่องใกล้ตัวที่เขารู้ เป็นแผนภูมิ ที่ค่อนข้างครบถ้วน สัมพันธ์กับความรู้และประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม..ผมยังมองว่าเรื่องนี้ยังสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการไปสู่เรื่องราวต่างๆได้อีก..ซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกกระบวนคิดต่อไป..

บ่าย..ของวันปิดเทอมวันแรก..ผมรู้สึกมีพลังกับงานการเรียนการสอน อย่างบอกไม่ถูก เห็นนักเรียนชั้น ป.๓ ..บ้านอยู่ไม่ไกลโรงเรียนมากนัก..ผมเรียกให้มานั่งอ่านหนังสือให้ฟัง ที่ศาลาท่าน้ำ นักเรียน ๓ คน..เป็นนักเรียนเรียนรู้ช้า แต่ก็ชอบอ่านหนังสือ..

ก่อนให้อ่านหนังสือนิทาน..ผมให้ท่องสูตรคูณก่อน ท่องแบบถอยหลัง..เพื่อฝึกสมาธิและทดสอบความจำ เพื่อการนำไปใช้..ปรากฎว่า..ทั้ง ๓ คนท่องไม่จบถึงแม่ ๑๒ ที่เหลือผมให้ไปท่องเป็นการบ้าน...

นักเรียน ๓ คน อ่านนิทานเรื่องเดียวกัน..จบแล้วผมให้อ่านทีละคน เนื่องจากภาษาในนิทาน ไม่มีคำยากเลย..นักเรียนจึงอ่านได้อย่างคล่องแคล่วมาก

นิทานเรื่อง..ตากลัวไม้เรียว..เรื่องราวมีดังนี้..

“..ตา ยาย และหลานอีกหนึ่งคน อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ยายชอบเลี้ยงไหม หลานก็ชอบตัวไหม หลานช่วยยายเลี้ยงไหม หลานไปเก็บใบหม่อนมาให้ยายเลี้ยงไหมทุกวัน ส่วนตาก็ชอบลุกขึ้นแต่เช้ามืด เพื่อไปผิงไฟที่ลานหน้าบ้าน..”

“ ..เช้ามืดวันหนึ่ง ยายตื่นขึ้นจากที่นอน ยายจะไปก่อไฟหุงข้าว แล้วก็จะเอาใบหม่อนมาให้ตัวไหมกิน ยายลงบันไดไปข้างล่าง แล้วเห็นอะไรอย่างหนึ่งตะคุ่มๆ อยู่ที่ลานหน้าบ้าน นั้นคือตานั่งผิงไฟอยู่ แต่ยายไม่รู้ว่าตานั่งผิงไฟอยู่ ยายคิดว่าที่เห็นนั้นเป็นสุนัขนั่งข้างกองไฟ..”

“..ยายหยิบไม้เรียวจะมาตีสุนัข ยายยกไม้เรียวขึ้นกำลังจะตี ตาตกใจรีบลุกขึ้นยืน ยายจึงรู้ว่าที่เห็นตะคุ่มๆนั้น ไม่ใช่สุนัข แต่คือตานั่นเอง..”

"ยายตกใจรีบพูดขอโทษตา แล้วตาก็หัวเราะ หึ หึ....."

ผมมีคำถามให้นักเรียนตอบ ใครจะตอบก็ได้ แบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวผิด เช่น ผมถามว่า..”หลานช่วยยายเลี้ยงไหม” หลานมีคุณธรรมในด้านใด..? “ตาก็ชอบลุกขึ้นแต่เช้ามืด” คำว่า เช้ามืด..น่าจะเป็นช่วงเวลาใด..?  “ยายตื่นขึ้น..ยายทำอะไรก่อน..?”

“ตัวไหม..กินอะไรเป็นอาหาร..?”   “ตานั่งผิงไฟ..เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นช่วงฤดูใด?” และ “ตารู้สึกอย่างไร เกี่ยวกับการกระทำของยายในครั้งนี้”

จากนั้น..ผมให้นักเรียนเขียนแผนภูมิความคิดว่า..จากเรื่องมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ประมาณว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน..นั่นเอง นักเรียนทั้ง ๓ คน ช่วยกันพูดอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน แล้วลงมือเขียนออกมาเป็นแผนภูมิ...

ยังพอมีเวลา ผมอยากให้นักเรียน มีพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการคิดเชื่อมโยง โดยต้องฝึกคิดและเขียนบ่อยๆ จึงจะคิดเป็น จนกลายเป็นทักษะ มองเห็นเรื่องราวได้ในหลายมิติ ผมเริ่มฝึกคิดฝึกเขียนจากเรื่องใกล้ตัว...

นักเรียน ๓ คน อยู่ในครอบครัวที่มีอาชีพแตกต่างกัน มีทั้งเลี้ยงวัว เลี้ยงไก่และทำนา ผมให้นักเรียนเขียนเรื่องที่เขารู้..โดยให้บอกประโยชน์และความสำคัญ..ของสิ่งนั้น

นักเรียนคิดแล้วเขียน จากเรื่องใกล้ตัวที่เขารู้ เป็นแผนภูมิ ที่ค่อนข้างครบถ้วน สัมพันธ์กับความรู้และประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม..ผมยังมองว่าเรื่องนี้ยังสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการไปสู่เรื่องราวต่างๆได้อีก..ซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกกระบวนคิดต่อไป..

เย็นย่ำใกล้พลบค่ำเข้าไปทุกที ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าปิดเทอมแล้ว แต่ทำไมยังคิดถึง..วิธีการสอนรูปแบบต่างๆ กับเวลาที่เหลืออยู่ในปีการศึกษานี้ จะทำอะไรได้บ้าง.. นั่งมองสระน้ำที่เงียบสงบ ดูเวิ้งว้างเยียบเย็นเหมือนจะหลับไหลไปกับราตรีที่จะคืบคลานเข้ามา ในท้องนา..ใบข้าวสีเขียวอ่อนพลิ้วไหวเล็กน้อย ทอดตัวอ้อยอิ่ง..ชวนให้น่ามองยิ่งนัก....

ขอบคุณทุกสรรพสิ่ง..ที่ช่วยให้ลูกหลานอ่านออกและเขียนได้ ขอบคุณศาลาปลูกปัญญา ใกล้สระน้ำและแปลงนา..ที่มีอยู่ให้เห็น..เป็นเพื่อนกันในยามนี้...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๙  ตุลาคม  ๒๕๖๐

 











บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เย็นย่ำใกล้ค่ำแล้ว....ดุเหว่าแว่วเพรียกหารัง

พรุ่งนี้ยังมีหวัง.....เหมือนตะวันผันสู่ฟ้า


เขียนเมื่อ 

ความคิด..ปัญญา ไม่ เกิด..หาก..เขียน..กรอบ.ความคิด..