อดีต


      เมื่อเวลาระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕ - ตุลาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากสำหรับผู้เขียน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ ผู้เขียนตัดสินใจขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของผู้เขียน คือ การดูแลพ่อและแม่ 

      และในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม พ่อซึ่งสุขภาพทรุดลงอย่างมาก ร่างกายผ่ายผอม ยังคงพยายามแสดงถึงความเข้มแข็งเพื่อส่งกำลังใจให้ผู้เขียนปฏิบัติหน้าที่ลูกให้ได้อย่างดีที่สุดในวาระสุดท้ายของพ่อ 

      หากย้อนเวลาจากบันทึกต่างๆที่ผู้เขียนจดไว้ หากไม่นับลูกๆหลานๆแล้ว หลายคนที่พ่อได้พบเป็นครั้งสุดท้าย เช่น หมอหลายท่านของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่พ่อต้องไปพบเป็นประจำ ซึ่งผู้เขียนคิดเอาเองว่าท่านหมอคงพอทราบอาการมะเร็งปอดของพ่อ ตั้งแต่ คุณหมอทรงขวัญ หรือ ศ.ดร. พญ.ทรงขวัญ  ศิลารักษ์ รักษาโรคความดัน คุณหมอขจิต หรือ ผศ.นพ.ขจิตร์ พาชีรัตน์รักษาโรคต่อมลูกหมาก คุณหมอสุรชัย หรือ รศ.นพ.สุรชัย แซ่จึง รักษาโรคกระดูก คุณหมอพรรณทิพา ว่องไว รักษาโรคตา ซึ่งพ่อพบและรักษาโรคต่างๆเหล่านี้ ตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา เป็นหมอที่พ่อจะพูดถึงด้วยความนับถือและไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนๆของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนในช่วงเวลานี้ด้วย       ผู้เขียนรู้สึกขอบพระคุณทุกท่านที่รักษา มาเยี่ยมเยือน ให้กำลังใจ ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็นการให้ความกรุณาพ่อ ผู้เขียน และครอบครัวมาตลอด 

      ในขณะเดียวกัน ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๙ ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับการทำสมาธิที่ได้รับการอบรมหลักสูตร"ครูสมาธิ" จากสถาบันพลังจิตตานุภาพ ซึ่งก่อตั้งโดย พระอาจารย์ พระธรรมมงคลญาน พระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินทโร ผู้เขียนได้ฝึกการทำสมาธิอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาปรับพฤติกรรมของผู้เขียนเองให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต อีกด้วย 

      และแล้ว วันเวลาก็ได้ผ่านพ้นมานานเกือบจะ ๒ ปี ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ ที่จะถึงนี้แล้ว ระยะเวลาได้รักษาจิตใจทุกคนในครอบครัวมาได้อย่างดียิ่ง

       เมื่อวานนี้ เป็นวันเทศกาลไหว้สารทจีน ผู้เขียน เตรียมของไหว้ และได้มีโอกาสให้พี่ๆน้องๆ หลาน มาไหว้อากงอาม่า และป๊า และเช้าวันสารทจีนปีนี้  ขณะที่ผู้เขียนกำลังวุ่นกับการเตรียมอาหารและของไหว้นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรวงข้าวที่ผู้เขียนปลูกไว้ในถุงปุ๋ยบริเวณหน้าบ้าน ข้าวนี้ เป็นข้าวที่ได้รับมาจากเมล็ดข้าวพระราชทาน จำนวน ประมาณ ๖-๗ เม็ด ผู้จัดงานจัดให้มีวางไว้แจกในงานนิทรรศการฯใกล้บริเวณที่จัดงานฯของในหลวง ร.๙  

       ปีที่แล้ว ผู้เขียนปลูกในถุงปุ๋ยปลูกบนระเบียงบ้าน ดูแลอย่างดี และได้ข้าวมาประมาณ ๑ กำมือ 

       มาปีนี้ ปลูกอีกครั้ง โดยใช้เมล็ดข้าวที่ได้จากการเก็บเมล็ดข้าวที่ปลูกได้จากปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้ ปลูกให้ธรรมชาติดูแล ผู้เขียนไม่ได้ดูแลอย่างดีเหมือนปีที่แล้ว ผลการปลูกปีนี้ คงได้รับผลน้อยกว่าปีที่ผ่านมา 

       แต่ก็ยังให้ผลได้ผู้เขียนได้ชื่นใจในวันสารทจีน ซึ่งถือเป็นวันมงคล คือวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๑ นี้  ถึงจะได้ผลผลิตไม่มาก แต่ผู้เขียนได้คิดว่า เดี๋ยวคงต้องหาวิธีปลูกใหม่ และสิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากการปลูกข้าว คือ หลังจากได้ข้าวเปลือกมาแล้ว ยังต้องผ่านกระบวนการที่กว่าจะมาเป็นข้าวสารให้เราได้กินกันอีก ขั้นตอนไม่ได้ง่ายๆเลย 

       ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ต้องบวกความพยายามพอสมควร จึงจะอยู่รอดค่ะ



หมายเลขบันทึก: 637325เขียนเมื่อ 19 กันยายน 2017 16:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 สิงหาคม 2018 13:48 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี