วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ ผมไปร่วมประชุม Siriraj R2R core team    ได้ฟัง ผศ. พญ. อโณทัย รองหัวหน้าภาควิชาวิสัญญีวิทยา ฝ่ายวิจัย เล่าเรื่องการก่อตั้ง ศูนย์วิจัยเป็นเลิศ (CORE – Center of Research Excellence) ด้านการระงับความรู้สึกในผู้สูงอายุ   ฟังแล้วเกิดความสุข   เพราะได้รับรู้วิธีคิดที่ละเอียดอ่อน ในการคิดขั้นตอนการให้บริการรักษาพยาบาล    คิดเชื่อมโยงบริการของต่างภาควิชา/สาขาวิชา  โดยเอาตัวผู้ป่วย เป็นศูนย์กลาง    เห็นความเชื่อมโยงระหว่างหน้าที่หลักสามอย่างคือ บริการ  วิจัย  และการพัฒนาคน

ศิริราชเพิ่งประกาศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐ รับรองฐานะ ๒๐ กลุ่มวิจัยเป็น Si-CORE (Siriraj Center of Research Excellence)   หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการระงับความรู้สึกในผู้สูงอายุ

มีการนำเสนอฐานความคิดในการจัดตั้งศูนย์ฯ นี้    แล้ว ศ. พญ. ดวงมณี เลาหประสิทธิพร (รองคณบดีฝ่าย พัฒนาคุณภาพ) ให้คำแนะนำวิธีดำเนินการ    ผมได้เห็นภาพความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาคุณภาพของบริการ กับการวิจัย    ได้เห็นวิธีคิดพัฒนาคุณภาพของบริการนำสู่การคิดโจทย์วิจัย    เป็นงานวิจัยบนฐานของบริการ    มองจากมุมของ R2R นี่คือ  Mega Meta R2R

นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ แนะนำว่า ให้คิดถึงการออกแบบระบบบริการใหม่ด้วย    ทำให้ผมคิดต่อว่าต้องเชื่อมสู่สถาปัตยกรรมใหม่ของสถานบริการ    และ รศ. นพ. เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ กล่าวถึงระบบบริการแบบที่มี case manager ให้บริการเชิงรุกแก่ผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งบริการที่โรงพยาบาลและที่บ้าน    ทั้งหมดนั้นพัฒนาขึ้นบนฐานการวิจัย Meta R2R ได้ทั้งสิ้น

หลังจากนั้นท่านคณบดี ศ. ดร. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา และรองคณบดีฝ่ายวิจัย ศ. นพ. ประเสริฐ เอื้อวรากุล มาประชุมหารือกับว่าที่ทีมบริหาร Si-CORE    ที่มี อ. นพ. อัครินทร์ นิมมานิตย์ เป็นหัวหน้าทีม    ผมจึงได้เรียนรู้วิธีคิดสร้างสรรค์พัฒนารูปแบบงานวิจัยแบบที่สร้างผลลัพธ์และผลกระทบสูง    โดยใช้การจัดการ และทรัพยากรหนุนอย่างมียุทธศาสตร์    รวมทั้งใช้รูปแบบโครงสร้างและการจัดการแบบใหม่ปลดล็อกระเบียบข้อบังคับที่ ไม่คล่องตัวต่อการทำงานวิชาการ  

ผมได้เรียนรู้ว่า ขณะนี้ที่ศิริราช อาจารย์ระดับรองศาสตราจารย์ขึ้นไปที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่มี impact factor สูงต่อเนื่อง   มีสิทธิ์ขอผู้ช่วยวิจัยระดับปริญญาโท-ตรี มาช่วยงานได้ 

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ส.ค. ๖๐