สวัสดีครับคุณครู และชาวนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ทุกท่าน วันนี้ผมขอยกเอาคำๆ หนึ่ง ที่ผมเห็นจนชินตานั่นก็คือคำว่า "ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน" หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมผมจึงพูดเช่นนั้นเหตุที่ผมบอกว่าเป็นคำที่ผมเห็นจนชินตาก็เพราะว่า ที่โรงเรียนเก่าที่ผมเรียนสมัยอยู่ชั้นประถมศึกษา(โรงเรียนบ้านโพธิ์ศรี) ได้เขียนคำนี้ไว้บริเวณหน้าอาคาร ซึ่งตอนนั้นผมก็เห็นเป็นเพียงคำๆหนึ่ง ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากมาย 6 ปีเต็มที่ผมคุ้นเคยกับคำนี้แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน จนเมื่อผมเริ่มที่จะมีความคิดและมุมมองเกี่ยวกับชีวิตขึ้นมา จากคำสอนของคุณพ่อและคุณแม่ของผมตลอดจนการปฏิบัติตัวของท่าน ทำให้ผมเริ่มเข้าใจความหมายของคำๆนี้มากขึ้น พ่อบอกสอนผมเสมอว่าพวกอบายมุขต่างๆ เป็นสิ่งไม่ดีนะลูกอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันเป็นอันขาด ผมเชื่อพ่อผมนะครับเพราะว่าพ่อผมท่านก็ไม่ปฏิบัติอะไรในทางเสื่อมเหมือนกัน พ่อและแม่ถือเป็นครูคนแรกของผมที่สอนให้ผมเข้าใจในความหมายของคำๆนี้ จากตรงนี้เองพอผมได้ก้าวเข้ามาเรียนในคณะครุศาสตร์ ได้รับการปลูกฝังความเป็นครูหลายๆอย่างจากท่านอาจารย์ ผมจึงเข้าใจคำๆหนึ่งที่ว่า "การเป็นครูนั้นยาก แต่การเป็นครูที่ดีนั้นยากกว่า" ผมจึงอยากฝากถึงว่าที่คุณครูทุกท่านว่า เมื่อเราตัดสินใจที่จะมาเป็นครูแล้วความเป็นครูก็จะติดตัวเราไปจนวันตาย ฉะนั้นฝากทุกท่านไปพิจารณาคำๆ นี้กันให้ดีๆ นะครับ ก่อนจากกันวันนี้ผมขออัญเชิญ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวความว่า

".....เด็กเป็นผู้ได้รับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่ รวมทั้งภาระรับผิดชอบในการธำรงรักษาอิสรภาพและความสงบสุขของบ้านเมือง ดังนั้นเด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นที่จะต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม...."และในตอนท้ายว่าอย่างนี้ "....โดยนัยนี้บิดามารดาจึงต้องสอนบุตรธิดา พี่จึงต้องสอนน้อง คนรุ่นใหญ่จึงต้องสอนคนรุ่นเล็ก เมื่อคนรุ่นเล็กเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจึงต้องสอนคนรุ่นต่อๆไปไม่ให้ขาดสาย ความรู้ ความดี ความเจริญงอกงามทั้งมวลจึงแผ่ไพศาล ไปไม่มีประมาณ เป็นพื้นฐานของการพัฒนาผาสุขอันยั่งยืนสืบไป...."

 ขอเป็นกำลังใจให้กับว่าที่คุณครูทุกคนครับ....ครูพันธุ์ใหม่สู้ตายครับ