ขอต้อนรับเข้าสู่โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยทักษิณ (ช่วงที่ 4: วันที่ 22-23 สิงหาคม 2560)

ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณรุ่นที่ 1 เมื่อปีที่แล้ว

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยทักษิณจัดโครงการให้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 51 คน จากทั้งวิทยาเขตสงขลาและพัทลุง

และขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะเรียนร่วมกันสำหรับช่วงที่ 4 ครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุน

.. สร้างพลังในการขับเคลื่อนความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย

สรุปการบรรยาย

วันที่ 22 สิงหาคม 2560

ศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยรังสิต

ณ ห้องประชุม 1-801 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

(สรุปบรรยายโดย เขมิกา ถึงแก้วธนกุล ทีมงานวิชาการ Chira Academy)

 

อาจารย์สายพิณ วิไลรัตน์

รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ

วัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น อยากให้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่ได้เห็นการทำงานของที่อื่นว่าทำงานอย่างไร

ทุกมหาวิทยาลัยนักศึกษาลดลงหมดเลย การทำงานแบบเดิมจะรอภาครัฐไม่ได้แล้ว ดังนั้นการทำงานของทุกคนต้องร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย ให้มีแรงบันดาลใจในตัวเอง ให้ศึกษาการทำงานของม.รังสิตว่าทำอย่างไรถึงอยู่ได้ ดังนั้น ม.ทักษิณต้องดูว่าจะปรับตัวอย่างไร เพื่อเปิดมุมมองให้มากขึ้น แลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยมากขึ้น

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ภูมิใจมากที่ได้รับการบริหารผู้บริหารของมหาวิทยาลัยทักษิณ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยรังสิตอย่างยิ่ง และในโอกาสข้างหน้าถ้ามหาวิทยาลัยรังสิตไปเยี่ยม ม.ทักษิณ และเชื่อมโยงโครงการฯ ด้วยจะเป็นประโยชน์

 

กล่าวต้อนรับ โดย รศ.วิสูตร จิระดำเกิง รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร

          แต่ละท่านที่มาคิดว่าจะเข้าสู่เส้นทางผู้บริหารต่อไป 

          ม.รังสิต รูปแบบการบริหารจัดการแตกต่างกับ ม.ทักษิณบ้าง แต่ในเรื่องของวิธีการ ความสามารถในการพัฒนาเป็นผู้บริหารคงไม่ต่างกัน การมาดูงานในวันนี้รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีต้อนรับ

          ขอต้อนรับและหวังว่าการศึกษาดูงานจะเป็นประโยชน์ตามที่คาดหวังทุกประการ

 

 

บรรยายเรื่อง นวัตกรรม / กิจกรรม / โครงการที่นำสู่ความเป็นองค์กรชั้นนำ

โดย     คุณอรรถยา สุนทรายน

รองผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์

 

          ม.รังสิตเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมที่ได้มีการพัฒนางานมาโดยตลอด

          1. การเตรียมเปิดโรงพยาบาล RSU International เพื่อเป็นการตอบโจทย์การดำเนินการด้านสุขภาพ และวิทยาศาสตร์ในอนาคต

          2. จะเปิดสถาบันทางการแพทย์บูรณาการและแผนสุขภาพองค์รวม โดยมีแนวคิดว่าโรงพยาบาลอะไรที่จะรักษาโดยไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลนั้น ๆ เช่น RSU Healthcare

          3. โครงการวิจัยและพัฒนาพืชกัญชา คณะเภสัชศาสตร์ ได้มีการวิจัยค้นพบว่ากัญชาสามารถนำมาเป็นตัวรักษาได้อย่างดี

          4. เปิดคณะรังสีเทคนิค ภาคการศึกษา 1/2559 เป็นแห่งแรกของมหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากเห็นความต้องการอยู่ ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพ และมีเครื่องมือต่าง ๆ

          5. เปิดคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ เน้นการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์

          6. เปิดสถาบัน General Education เป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ วิธีการเรียน วิธีการตั้งใจได้มีการเปลี่ยนแปลงไป จะมีวิธีการปรับตัวอย่างไร เป็นการเรียนแบบบูรณาการ และจะทำอย่างไรให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน ทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ได้รับความรู้กลับไป

          7. ศูนย์นวัตกรรมภาษาฝรั่งเศส เปิดที่ Student Center หรือตึกสตาร์บักส์

          8. ปฏิรูปหลักสูตรนานาชาติ มีแนวคิดที่จะสร้างเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ จึงคิดที่จะตอบโจทย์การเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติได้อย่างไร เช่น การสร้างกิจกรรม การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน

          9. ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ เป็นศูนย์แลกเปลี่ยนความรู้ และหาความรู้ทางด้าน Design ได้ออกแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้

          10. ศูนย์วิจัยและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ คณะกายภาพบำบัด มีการวัดสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬา เพื่อพัฒนาให้นักกีฬามีความสามารถ

          11. ศูนย์คลินิกช่วยเหลือประชาชน คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต 

การสร้างประโยชน์มีส่วนร่วมต่อสังคม

          1. กิจกรรมอวัยวะที่ 33 กับการเดินทางของชีวิต ได้ลองให้นักศึกษาเป็นผู้พิการ และให้นำมาพัฒนากิจกรรม เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

          2. กิจกรรมช่วยเหลือน้ำท่วม

3. การนำข้าวสารมาแลกค่าเทอม ไม่ต้องขนข้าวสาร มีทีมรับส่ง มีทีมตรวจสอบการให้ราคาข้าว

4. ตำรวจมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องจาก ม.รังสิตตั้งในชุมชน มีคนหลากหลายเข้ามา มีปัญหามาก ทำให้ตำรวจไม่เพียงพอ จึงได้ตั้งตำรวจมหาวิทยาลัย ที่ช่วยเหลือตำรวจอีกทีโดยการทำงานร่วมกัน

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

          ที่ ม.รังสิตทำมาทั้งหมดเป็นการทำจาก Demand Side แต่ ที่ ม.ทักษิณอาจยังเป็น Supply Side อยู่ ม.รังสิต สามารถพัฒนาจนเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยเอกชน อย่างในวันนี้ ที่ได้รับเกียรติให้ศึกษาดูงาน ควรมองถึงการทำงานในอนาคต 

          ม.ทักษิณ ควรมีการพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการทางการศึกษา เนื่องจากสิ่งที่ม.รังสิตทำขึ้นมาในโครงสร้างของรัฐค่อนข้างทำยาก  การทำอะไรเป็นที่ต้องการของธุรกิจ หรือสังคมจะรอด การปรับ Mindset ของคนที่ทำราชการจะอยู่รอดได้

          ทุกอย่างที่ทำในวันนี้ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของทุกคน และถ้าเป็นไปได้อยากให้มีคณะของม.รังสิตไปเยี่ยม ม.ทักษิณ และถ้าไปเมื่อไหร่ ดร.จีระ อยากไปร่วมด้วยเพราะอยากเห็น Networking ของภาคใต้กับกรุงเทพฯ

          ในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ความสำเร็จของการทำงานส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรด้วย อย่างม.ทักษิณ แม้ออกนอกระบบแล้วการบริหารจัดการก็ยังเป็นลักษณะข้าราชการอยู่ เช่น สตง. ระเบียบต่าง ๆ ต้องสร้างให้สภามหาวิทยาลัยออกกฎบางอย่างเพื่อทำให้การทำงานรวดเร็วมากขึ้น  ขอชื่นชมการทำงานของสายสนับสนุนเนื่องจากเป็นคนที่มีบทบาทสูง เพราะหลายคนอยากวิ่ง เราต้องทำให้วิ่งในลู่เดียวกัน ให้รู้จักกัน สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลักสูตรนี้ไม่ได้สอน Content เรื่องกฎระเบียบ และปรับพฤติกรรม เราต้องทำเป็นหน่วยงานที่แข่งขันกับภาคเอกชนให้ได้ แต่พฤติกรรมของคนต้องใช้เวลา เราต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ก่อน แต่ไม่ใช่ทำแบบภาคเอกชนไม่ได้ เราต้องมีวิธีการและเหตุผลในการทำ ตัวละครต่าง ๆ อย่าง ม.รังสิตดึงเข้ามามาจากภายนอก ส่วนม.ทักษิณยังใช้ข้างในอยู่จึงไม่ได้มองเห็นนวัตกรรมเหล่านี้ได้ คณะอาจต้องทำงานร่วมกัน และดึงความสามารถจากข้างนอกมาใช้ร่วมกัน เน้นการปรับพฤติกรรม Mindset  Behavior

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. อยากทราบแนวคิดในการเริ่มทำโครงการแต่ละโครงการมาได้อย่างไร เช่น ข้าวสารแลกค่าเทอม

ตอบ โครงการนี้เกิดจากปัญหาของชาวนา มีวิกฤติคือไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึงมีแนวคิดให้นำข้าวแลกค่าเทอม ม.รังสิต ไม่ใช่มีคนรวยมาเรียนอย่างเดียว มีนักเรียนทุนมาก และมีลูกชาวนามากจึงคิดวิธีการนี้ขึ้นมาช่วย และให้คิดวิธีให้ชาวนาขายข้าวสารโดยไม่ผ่านคนกลาง จึงสร้างโรงสีขึ้นมาเพื่อช่วยชาวนาได้ทำการสีข้าวได้เอง และให้ราคาตามราคาตลาด และไม่ต้องขนข้าวมาเนื่องจากแต่ละจังหวัดมีเครือข่ายอยู่ ใช้วิธีการช่วยกัน

2. การอบรมครั้งนี้ฝึกคน ฝึกทีมงานเพื่อบริหารคน จากโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการปกติ เป็นโครงการเพิ่งเกิดที่ใช้คนในการบริหารจัดการ ที่ ม.รังสิต ใช้วิธีการใด อย่างการเติมคน ใช้คนเดิม หรือมีวิธีการบริหารจัดการคนอย่างไร

ตอบ ถ้าองค์กรที่อยู่เฉยคนไม่เพิ่ม แต่ถ้ามีโครงการไหนมาอาจต้องเพิ่มคน อย่างไรก็ตามต้องคิดดูก่อนว่าควรเพิ่มคนหรือไม่ และจะทำอย่างไร แล้วแต่โครงการฯ  ส่วนเรื่องโรงสีข้าว ให้ชาวบ้านเป็นคนทำ แต่ม.รังสิต ส่งอาจารย์ไปช่วย เช่น อาจารย์จากวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร ส่วนเรื่องการตั้งราคาใช้คณะบริหารฯ ไปช่วย เรื่องการสร้างโรงสี ให้อาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ไปทำ แต่เรื่องโรงสีให้ชาวบ้านไปทำ

          ปัญหาเรื่องนักศึกษาลดลง ไม่ได้ลดคน แต่จะทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ ทำอย่างไรให้คนพัฒนา มี Competency ที่ทำอยู่ มีเรื่องการออกระเบียบเข้ามา ซึ่งระเบียบต่าง ๆ ทุกมหาวิทยาลัยทำอยู่แล้ว เรื่องคนเกิดปัญหาเหมือนกัน เราต้องมีวิธีการ

3. แนวคิดในการสร้างแบรนด์มหาวิทยาลัย มีการเรียกความสนใจจากผู้รับบริการมา เรื่องการนำกัญชามาช่วยในเรื่องการทำยาด้านสุขภาพ ม.ทักษิณอยากได้แนวคิดอย่างนี้เพื่อจุดประกายที่เป็นบุคลากรสายสนับสนุนที่มีการวิจัยเพื่อเอาชนะอุปสรรคอย่างไร  พลิกวิกฤติของประเทศให้เป็นจุดหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการสร้างแบรนด์ เกี่ยวกับอุปสรรคและการต่อยอดทางการศึกษา

ตอบ มีการทำเรื่องที่ทุกคนจากคณะคิดมาได้และทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นมา วิธีการสื่อสารองค์กรในช่วงแรกที่ทำคือ คณะมีเรื่องเยอะมากแต่ไม่ได้บอกมาจึงประชาสัมพันธ์ไม่ได้ วิธีการคือ 1.ตั้งตัวแทนของคณะ 2. ช่วงที่อยู่ในกระแสสังคมจะทำอย่างไรให้อาจารย์ตอบกับสื่อได้ 3. มีตัวแทนหน่วยงานที่แลกเปลี่ยนคุยกันทางไลน์ทุกวัน หรือมีอะไรนำเสนอก็จะบอกไป เน้นการทำงานที่รวดเร็วและทันท่วงที หนังสืออาจตามไปทีหลังได้ 4. อุปสรรคในการดำเนินการให้เครดิตคณะในการการประสานงานและแก้ไขต่าง ๆ   การขอความร่วมมือจะได้รับความร่วมมือทันที

 

บรรยายเรื่องการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนางาน

โดย     อาจารย์ดวงรัตน์ อาบใจ

รองผู้อำนวยการศูนย์ RSU Cyber University

 

RSU Cyber University

ม.รังสิตมีหลักสูตร Online 3 หลักสูตรคือ ปริญญาตรี และปริญญาโท และมีประกาศนียบัตร

          เกิดจากแนวคิด “มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบที่การศึกษาคือนวัตกรรม” มีการนำมาปรับใช้ในการเรียนการสอนและการทำงานของมหาวิทยาลัย

          มีการรวมศูนย์ เพิ่มภาระงาน มีการทำหลักสูตร Online  มี E-learning และจะมีการทำประกาศนียบัตรกับบุคคลภายนอกด้วย

          มหาวิทยาลัยจะปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับการปรับตัวที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ภาษาอังกฤษระยะสั้น ทำอาหาร Chef

          - กลุ่มเป้าหมายไม่ได้อยู่ในโรงเรียนเท่านั้น

          นวัตกรรม เกิดจากการศึกษาวิจัย เชิงวิทยาศาสตร์ที่ดูว่าเทคโนโลยีไหนบ้างที่สามารถนำมาใช้และสร้างประโยชน์ได้ จะพบว่าเด็กเกือบทุกคนจะมี แท็บเล็ต มีการใช้เทคโนโลยีประกอบการเรียนการสอน และนำสิ่งที่มีแล้วใช้ประโยชน์มากที่สุด

          - E- Learning

          - E-Book

          - Google Apps for Education

          - Smart Classroom & Application

          - MOOC & Flipped Classroom

          - iTunes U

          - Second life & Gamemification

          ปรับกระบวนการเรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีช่วยในการเรียนการสอนอย่างไร รูปแบบการเรียนการสอนจะสนุกมากขึ้น

-  E-Learning สามารถโหลดเข้ามือถือได้เลย

          - เมนู Quiz ช่วยในการสอบย่อยหรือสอบกลางภาคได้ ถ้าเด็กไม่มีอุปกรณ์จะมีห้องคอมฯให้

          - RSU Book Shelf ให้เด็กสามารถโหลดได้

          - การเรียนการสอนสามารถเปิดวีดิโอย้อนหลังได้ เป็นแบบ Animate ได้ และเหมาะกับการเรียนรู้ทางสายวิทยาศาสตร์ที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ตลอด

          - มี iTunes U. คล้าย E-Learning แต่ไม่ได้มีฟังก์ชั่นครบ สามารถเปิดผ่านอุปกรณ์ได้ เด็กสามารถใช้ IPad ในการสอบได้เลย

          - ใช้ Google เด็กสามารถมีไฟล์งาน สามารถเปิด Portfolio ได้เลย มีการ Training อาจารย์และเด็ก มีโปรแกรมฝึกภาษาอังกฤษ โครงการ Second Life & Gamification เด็กจะกล้าพูดกล้าซักถาม ในการพูดได้จริง เพื่อให้เด็กฝึกทักษะการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น

          - MOOC มีรายวิชาในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่สามารถเข้าไปดูได้ มีการ Assign งานได้เรียนรู้เพิ่มเติม ทุกอย่างสามารถ Download มาได้ ปรับการเรียนการสอนได้ฟรี

          - มีตัว Robot บันทึกการเรียนการสอนได้เลย อาทิ Swivl Robot     

          - มี Application วัดทักษะความจำ ความรู้ในห้องเรียน เก็บคะแนนย่อย ๆ มีการจัดสอบ Online

          - มีการจัด Training in class

          - Smart Education เชิญวิทยากรมาจากทั่วโลก และเชิญอาจารย์เก่ง ๆ มาสอน

ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.bit.ly/cyberupr

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. ม.รังสิตมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนเยอะมาก และมีการให้อาจารย์ไปสอนอย่างไร     

ตอบ มหาวิทยาลัยให้ IPad เด็กทุกคน และมีการ Survey ว่าอาจารย์ใช้เทคโนโลยีใดในการเรียนการสอน ชอบแบบไหนใช้แบบนั้น มีตะกร้าที่มาก ให้เลือก มีเจ้าหน้าที่ไปคุยกับอาจารย์ว่าเนื้อหารายวิชาเหมาะกับเทคโนโลยีแบบไหน มีการ Roadshow และนัดกลุ่มย่อยเพื่อคุย

          การทำคอร์ส online มากขึ้น มีวิธีคิดทำอย่างไรให้ข้อมูลเข้าถึงอาจารย์ทุกคนเริ่มจาก Roadshow ก่อน

 

2. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ระยะเวลาในการกระตุ้นและใช้งานแค่ไหน

ตอบ เริ่มประมาณ 6 ปี แต่ก่อนหน้านี้ 10 ปีมีการใช้ E-learning มีการประเมินบุคลากรโดยอาจารย์ต้องมา Training และอบรมด้วย รูปแบบการเรียนรู้จะไม่เหมือนยุคก่อน ๆ เช่นสมัยนี้จะมีการถ่ายรูปและวีดิโอ มีการประชาสัมพันธ์แต่ละคณะ และ PR มีการดึงอาจารย์ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในแต่ละเทคโนโลยีถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นการจิบน้ำชาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

3. ม.รังสืตได้ผลิตเนื้อหาวิชาผ่านทาง MOOC หรือยัง มีการเลือกวิชา และมีบทบาทอย่างไรในการนำมาใช้

ตอบ MOOC จะพัฒนาหลังจากนี้  จะคัดเลือกวิชาที่เด่น ๆ ที่เป็นจุดขายแต่ละคณะในการผลิตคอร์ส ส่วน RSU MOOC ยังไม่ได้เริ่มแต่จะเป็น Phase ถัดไป

 

 

บรรยายเรื่อง การบริหารงานและพัฒนาบุคคล

โดย     คุณกสิณ จันทร์เรือง

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล

 

          บุคคลมี 2 ส่วน คืองานบริหาร และงานพัฒนา

          ปัญหาคือมีความล่าช้า ได้มีการปรับเป็นให้คน ๆ เดียวดูตั้งแต่ต้นจนจบ แต่จะดูเป็นส่วน ๆ สิ่งที่ทำคือทำให้งานเร็วขึ้น เนื่องจากได้ดึงกระบวนการนี้มาจากโรงพยาบาลพญาไท ที่มีการบริหารแบบ One Stop Service ต้องมีการยุบรวมในส่วนที่เกี่ยวข้อง

          ด้านวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัย ตั้งโดยอธิการบดี

วิสัยทัศน์ ขุมพลังปัญญาของชาติ เพื่อปฏิรูปประเทศไทยสู่สังคมธรรมาธิปไตย

          เอกลักษณ์ มหาวิทยาลัยสมบุณร์แบบที่การศึกษาคือนวัตกรรม

          อัตลักษณ์ คิดสร้างสรรค์ ยึดมั่นคุณธรรม นำการเปลี่ยนแปลง

 

จำนวนบุคลากรปัจจุบัน สายการสอนจำนวน 1256 คน  สายสนับสนุน 1,369 คน

          มีสัญญาว่าจ้างทั้งสายอาจารย์และเจ้าหน้าที่ กำหนดคราวละ 2 ปี และมีต่อ

          เกษียณอายุ  65 ปี เว้นแต่อธิการบดีมีการอนุมัติให้มีการจ้างเป็นคราว ๆ คราวละไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากมองว่าคนกลุ่มนี้เคยช่วยเหลือมหาวิทยาลัยมาก่อน ก่อนที่จะโตได้

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. เกษียณ 65 ปี หมายถึงทุกสาย จะมีการเลือกอย่างไรว่าใครมีประโยชน์

ตอบ มีการประเมิน อย่างคณะจะมีคณบดีประเมิน ส่วนสายผู้บริหารอธิการบดีเป็นคนประเมิน แม้แต่สัญญาจ้างทุก 2 ปีก็มีการประเมินว่าจะต่อหรือไม่ต่อ

2. เงื่อนไขการต่อสัญญามีเงื่อนไขอะไรบ้างในการประเมิน และเงินเดือนที่ได้รับระหว่างช่วงต่อสัญญาได้รับหรือไม่ มีจุดอะไรบ้างที่ดึงดูดให้กับบุคลากรให้สายสอนและสนับสนุนได้ทำงานเต็มศักยภาพ

ตอบ เคยมี สกอ. ได้มาตรวจและถามว่าทำไมถึงมีบุคลากรอยู่นานมาก คำตอบคือ สวัสดิการดี และให้อิสระในการทำงาน ดูที่ผลงานเป็นหลักไม่ได้เน้นเรื่องเวลาการทำงาน สวัสดิการได้ดูถึงพ่อแม่ด้วย เรื่องการต่อสัญญาจ้าง มีการประเมินทุกปี เช่นจะขึ้นเดือนมิถุนายน ทุกคนจะได้รับเงินเดือนทุกปี ที่มองว่ามั่นคงหรือไม่มั่นคง ไม่มีใครเคยถูกเลิกจ้างภายใน 2 ปีเลย ยกเว้นคนที่มีปัญหาจริง ๆ ทุกคนจะเข้าใจอยู่แล้ว

3. เรื่องนโยบายความต่อเนื่อง เนื่องจาก ดร.อาทิตย์ อยู่ตลอดเลยทำให้นโยบายต่อเนื่องไป แต่ในส่วนของมหาวิทยาลัยอื่น พอเปลี่ยนอธิการบดี นโยบายจะเปลี่ยนไปหรือไม่ สภามหาวิทยาลัยจะมีการควบคุมให้มีนโยบายต่ออย่างไร

ตอบ อธิการบดี เป็นเจ้าของไม่มีใครปลด แต่การทำงานก็ต้องมีการประเมินทุก 2 ปี มีการประเมินโดยสภามหาวิทยาลัยร่วมด้วย และจะขอความเห็นจากหลาย ๆ ฝ่าย สภามหาวิทยาลัยจะคุมอธิการบดีอีกทีหนึ่ง

4. หลักการที่ฝ่าย HRD ใช้แนวความคิดอย่างไรในการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนและสายวิชาการให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน และพบว่าหลายสถาบันให้ความสำคัญต่างกัน ใน ม.รังสิต มีกระบวนการคิดด้านการพัฒนาบุคลากรอย่างไร

ตอบ งาน HRD ภาพรวมมีบุคลากร 2 สายแบ่งหน่วยงานชัดเจน สายสนับสนุนจะรับผิดชอบโดย HRD มีท่านรองอธิการบดี และผู้ช่วยฯ ดูสายสนับสนุน ส่วนสายวิชาการ มีการพัฒนาร่วมกันในหลายหน่วยงานเช่น สถาบันวิจัย มีศูนย์สนับสนุนและพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอน และมีศูนย์ Cyber University เอางานนวัตกรรมมาพัฒนาอาจารย์ ส่วนสายสนับสนุนมี HRD ดูแลทำเรื่อง Training และพัฒนา มีการเอาระบบ Competency มาใช้ มีการเอา Competency มาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์

          Core Competency และ Managerial และเรื่อง Functional มีการพัฒนาให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยระดมสมอง มีการสร้าง Core Competency ขึ้นมา มีการสร้างสังคมให้นักศึกษา บุคลากรต่าง ๆ ก้าวสู่สังคมธรรมาธิปไตย โดยให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยมีความเป็นธรรมาธิปไตย และมีความเข้าใจกัน นอกจากนี้มีการทำงานเป็นทีม และเน้นการมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3 ส่วนนี้จะเป็น Core Competency หลักของผู้บริหาร

          ส่วนในระดับ Managerial Competency มีเรื่องการจัดการกลยุทธ์ ภาวะผู้นำ การมีวิสัยทัศน์ การตัดสินใจและแก้ปัญหา และการบริหารการเปลี่ยนแปลง

          ด้าน Functional แบ่งเป็น 2 สายคือสายวิชาการที่เป็นอาจารย์และสายสนับสนุน  มีการกำหนด Competency แล้วตีมาเป็นแผนฝึกอบรมของบุคลากร แต่อย่างไรก็ตามยังเป็นการฝึกอบรมกว้าง ๆ อยู่

          RSU Functional Competency สายอาจารย์ ได้แก่ ความรู้ทางวิชาการ /วิชาชีพเฉพาะด้านและงานวิจัย ความสามารถและเทคนิคการสอน  จรรยาบรรณและความซื่อสัตย์ และที่แตกต่างตามแต่ละคณะ

          RSU Functional Competency สายสนับสนุน ได้แก่ความรับผิดชอบในงาน จิตสำนึกการบริการ และที่แตกต่างตามแต่ละหน่วยงาน

          ปี 2560 นี้จะเป็นปีแรกในการประเมิน Gap Competency โดยจะเริ่มที่หน่วยงานสนับสนุนก่อน มีการประเมิน และทยอยกันส่งมาด้วย

          ปัจจุบันจะมีการพัฒนาตามกรอบที่ให้ไว้ และในอนาคตจะมีการเติมตาม Gap ช่องว่าง มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องการทำอะไรเพิ่มเติม และในปัจจุบันจะมีการอบรมเป็น Classroom ,Workshop อยู่แต่ยังไม่มีการทำเป็น Project Based เท่าไหร่ แต่ในอนาคตจะทำ

          การพัฒนาบุคลากร 5.0 ได้มีการจัดหลักสูตร Online และทำร่วมกับ Cyber U. ให้บุคลากรได้เรียนรู้และเข้าใจ และเมื่อเข้าใจแล้วจะออกมาเป็น Action เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาบุคลากรใน ม.รังสิตในอนาคต

          มีแนวทางการพัฒนาทุกตำแหน่งงาน มีการพัฒนาแบบ PDCA มีการเน้นอบรมภาษาอังกฤษ และมีการอบรมภาษาอังกฤษมากพอสมควร มีการปรับให้เจ้าหน้าที่เรียนรู้ภาคภาษาอังกฤษ และหลักสูตร Online มีการ Serve กับเจ้าหน้าที่ภาษาอังกฤษด้วย

          มีการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ใช้ระยะเวลาครึ่งวัน มีการพัฒนาสมรรถนะการทำงานเป็นทีม โดยนิมนต์พระมาเทศน์ และได้มีการจัดกิจกรรมในศูนย์อบรมเพื่อสอนการทำงานเป็นทีมกิจกรรม Team Building แต่ละฐานได้ตอบสนอง Competency ทุกตัว

          RSU Skills เป็นสิ่งพัฒนาเพื่อตอบโจทย์

          -Requirement Skills หรือ Technical Skills ทักษะที่ใช้ในการทำงานแต่ละระดับ

          -Soft Skills หรือ Mind Skills เพื่อให้เกิดความพร้อมทางจิตวิทยา

          - University Skills หรือ RSU Core Competencies  เพื่อขับเคลื่อนตามค่านิยมหลัก

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          เสริมว่าในอนาคตรูปแบบของการพัฒนาสายอาจารย์และสนับสนุน น่าจะมีการทำสองรูปแบบเช่นเอาทั้งสองสายงานมาผสมกัน และให้อ่านหนังสือร่วมกัน คนที่เป็นอาจารย์ต้องเข้าใจเรื่อง Networking เรื่องInnovation เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้มหาวิทยาลัย และข้ามสายงาน ข้ามคณะ ทลาย Silo เพื่อให้เกิด Value Diversity อาจให้ทำแบบ Project Based และมีการอ่านหนังสือร่วมกัน แล้วหลักสูตรนี้คือ Informal Networking

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. ดร.จีระ ถามว่า การสร้างแรงบันดาลใจ หรือ Motivation การเก็บเกี่ยวทางวิชาการเป็นเรื่องยากอย่างหนึ่ง เนื่องจากไม่ได้วัดทางรายได้หรือสวัสดิการเท่านั้น เช่นการสร้างการยอมรับ เกิดมาแล้วทิ้งอะไรเป็นมรดกได้บ้าง อย่างหนังสือ From Good to Great เน้นผู้นำ 5 ระดับ มีผู้นำที่ถ่อมตัว และทำให้คนอื่นเป็นเลิศได้นำแนวคิดนี้มาใช้หรือยัง จิตวิญญาณต้อง life long learning

ตอบ การสร้างแรงจูงใจ สายอาจารย์ แต่ละคณะจะมี Process ต่าง ๆ เนื่องจากเป็นเอกชนต้องสร้างด้วยตัวเอง ต้องทำให้อาจารย์ Generate income ในคณะได้ ได้มีการสร้างศูนย์ทางวิชาการขึ้นมา สร้างรายได้อย่างหนึ่งให้กับคณะ จะทำอะไรในสิ่งที่เราถนัด เช่น Distance Learning ในขณะเดียวกันอาจารย์ต้องทำตลาด มีการทำ Project Start Up ทำเป็นกิจกรรมเข้าไปสู่โรงเรียน ทั้งอาชีวะ และสายมัธยมศึกษาทั่วไป โดยคาดหวังคือการให้ความรู้เขา และคาดว่าในอนาคตจะมีนักศึกษาคนใดคนหนึ่งติดใจ ม.รังสิต คิดสร้างมูลค่าเพิ่ม และใช้คน Academic ในมุมมองต่างกัน เปิดกว้างให้ใช้ความรู้ ความสามารถในสายตนเองถนัด ให้อาจารย์ช่วยพัฒนาบุคลากรส่วนต่าง ๆ ในสาย Academic

          การพัฒนาบุคลากร บางสาขาที่ขาดแคลนต้องสร้างเอง เช่นสอนอยู่แล้วดูว่าเด็กคนไหนมีแววเป็นอาจารย์ได้ ก็ส่งเรียนและเชิญมาเป็นอาจารย์ พบว่านักศึกษาเก่าหลายคนได้เป็นคณบดีแล้ว

 

2. อาจารย์สายพิณ กล่าวว่าในเชิงระบบไม่ได้แตกต่างกับ ม.รังสิตมากนัก งบประมาณในการขึ้นเงินเดือนทุกปีที่ผ่านมาได้เงินงบประมาณขึ้นเงินเดือน 6% แต่ปีที่ผ่านมารัฐบาลจ่ายมา 4% แสดงว่าได้รับเงินงบประมาณลดลงเรื่อย ๆ ม.ทักษิณได้เพิ่มอีก 2 %  สิ่งนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมาก ถ้าเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองอาจทำให้เราไม่สามารถอยู่รอดได้ การพัฒนาคน ศักยภาพคนที่คัดเลือกคนในองค์กรเป็นเรื่องใหญ่ Performance คนต้องสูง ต้องมีการ Balance คนให้อยู่ได้ มีการให้สวัสดิการที่สูง ดังนั้นการคัดเลือกคนเข้าสู่ระบบได้มีการคัดเลือกเช่นเดียวกัน แต่บางครั้งไม่ทัน จึงรับคนที่จบแล้วพร้อมใช้งาน ยกเว้นหาไม่ได้ ก็ให้คณะหาคนมาแล้วให้ทุนไปเรียน ซึ่งถ้ามีคนพร้อมมาสมัครจะรับตรงนั้นก่อน ส่วนเรื่อง Engagement เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันสร้าง อย่างไรก็ตาม ในม.ทักษิณ ถือว่าบุคลากรสายสนับสนุนเป็น Back Office ที่สำคัญมากในการช่วยสนับสนุนงานด้านการบริหาร เป็นกลุ่มคนที่เตรียมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ สิ่งที่มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนช้าเพราะคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ต้องถูกบังคับ จึงอยากให้คนเปลี่ยนก่อนถูกบังคับ     การประเมินสมรรถนะอาจารย์เดิมให้นิสิตอาจารย์เดิมไปประเมิน ทางสกอ. ได้มีการประเมินความรู้ระดับไหน ได้มีเรื่องการเรียนรู้เรื่องการเรียนการสอนเรื่องจรรยาบรรณการเป็นครู

          สายสนับสนุน ม.ทักษิณ มีความแตกต่างมาก ใช้ Core Value จาก Core Competency มหาวิทยาลัย การประเมินใช้ดุลพินิจอย่างเดียว ต้องมีการปรับ Core Value ให้ใหม่มากยิ่งขึ้น ต้องการคนเก่งและคนดีให้อยู่ในองค์กรด้วย

 

3. ชื่อตำแหน่งของสายสนับสนุนในสายเอกชนมีความหลากหลายหรือไม่ อย่างม.ทักษิณมีความาหลากหลายมาก อาจมีปัญหาในเรื่องการกำหนด Competency อีกเรื่องคือเรื่องการประเมิน Competency ที่หาว่าแต่ละคนมี Gap ในการพัฒนามีตัวชี้วัดอย่างไร จะดูได้อย่างไรว่ามีจิตบริการมากน้อย และเรื่องระบบการคัดเลือกบุคลากรวางกลไกในการคัดคนเข้าในระบบอย่างไร

ตอบ  ตำแหน่งงาน มีการประเมินเป็น Functional คือมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ส่วนเจ้าหน้าที่เป็น Level เดียวกัน ส่วนสายสนับสนุนไม่ได้มีเยอะมาก ส่วนเรื่องการประเมิน Gap ที่ประเมินอยู่กำลังสรุปข้อมูลอยู่ มีความหลากหลายทางความคิดของบุคลากร

          คนที่ประเมินผู้บริหารเอาหัวหน้ามาอบรมให้ความรู้ก่อน แล้วการประเมิน HRD จะเข้าไป และต้องบอกว่าเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ถ้าติดลบเราก็มีสิทธิที่จะพัฒนามากขึ้น ผลตอบรับ Feedback ดีเนื่องจากมีการปรับทัศนคติต่าง ๆ ก่อน มีการยอมรับว่าติดลบจะนำไปสู่การพัฒนาและมีความก้าวหน้าในสายอาชีพที่แท้จริง ตัวชี้วัดมี 5 ระดับ

คนที่ประเมินผู้บริหารเอาหัวหน้ามาอบรมให้ความรู้ก่อน แล้วการประเมิน HRD จะเข้าไป และต้องบอกว่าเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ถ้าติดลบเราก็มีสิทธิที่จะพัฒนามากขึ้น ผลตอบรับ Feedback ดีเนื่องจากมีการปรับทัศนคติต่าง ๆ ก่อน มีการยอมรับว่าติดลบจะนำไปสู่การพัฒนาและมีความก้าวหน้าในสายอาชีพที่แท้จริง ตัวชี้วัดมี 5 ระดับ และใน 1 ระดับ มี 2 พฤติกรรม ว่าตอนนี้อยู่พฤติกรรมไหนและหัวหน้าให้อะไร ค่าที่ได้มี 3 ค่าคือบวก ลบ และเสมอ เพื่อนำมาสู่แผนในการพัฒนา


วันที่ 23 สิงหาคม 2560

 

ศึกษาดูงาน ณ บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

หัวข้อ การบริหารเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเอกชน : กรณีศึกษา Project Omni Connect ของบริษัทยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

บรรยายโดย      คุณจิรชีพ เฮง

ผจก.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ยูนิลีเวอร์เน็ตเวอร์คประเทศไทย

คุณยศสรัล ศรีพงศ์จิรา

ผู้บริหารสโมสร 30 ล้าน

คุณวชิระวัจน์  รุจิวรพัฒน์

GEBA  ผู้บริหารสโมสร 5 ล้าน Omni Connect ทำอย่างไรให้สำเร็จ AEC

                    คุณศิริวรรณ วุ่นทางบุญ

 

คุณศิริวรรณ วุ่นทางบุญ

         Unilever เป็นบริษัทที่มีอายุยาวนานกว่า 150 ปี และเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานภายใต้แนวคิดเมื่อโลกเปลี่ยนธุรกิจเราก็เปลี่ยน โดยใช้ การสร้าง Platform online เป็นตัวดึงดูด

         แนวคิดของธุรกิจ Unilever จะเติบโตในอัตรา 2 เท่า โดยลดมลภาวะจากเดิม 50%   

         Unilever จึงได้เน้นเรื่องการพัฒนาผู้นำ ควบคู่กับสร้างสิ่งที่มีประโยชน์เพื่อสังคม เน้นการพัฒนาตัวเองและพัฒนาข้างนอก ได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตร 7 habits  คิดถึงคุณค่าที่เราจะสร้าง และสิ่งที่คนจะพูดถึงเราเมื่อตายแล้ว

 

คุณจิรชีพ เฮง

          กล่าวถึงบริษัทยูนิลีเวอร์ ว่าเป็นบริษัทที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคติดอันดับ 1 ของประเทศไทย ผลิตตราสินค้ากว่า 400 สินค้า มีสินค้าในแบรนด์กว่า 200 ชนิด รวมทั้งหมดประมาณ 10,000 รายการ ต่อมาจึงได้มีแนวคิดในการทำ Unilever Network เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถส่งต่อรายได้จากรุ่นต่อรุ่นในลักษณะ Passive Income

          สถานที่ตั้งของยูนิลีเวอร์ได้ย้ายมาอยู่ที่ ถ.พระราม 9 ประมาณ 3 ปี  มีการสร้างรูปอาคารเป็นเสมือนสบู่ลักซ์

จุดแข็ง 1. เป็นผู้นำทางด้านการตลาดที่มีความเข้มแข็งมากทั้งภายในและภายนอกประเทศ

          2. การทดสอบผลิตภัณฑ์ / สินค้า โดย

- การศึกษาทั้งกลุ่มลูกค้าภายใน (พนักงานในบริษัท) และภายนอก

- ขายจุดดีและจุดเด่นบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคซึมซับ

          3. สร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ มีการคิดค้นนวัตกรรมในการพัฒนาสินค้าอย่างสม่ำเสมอ และจดสิทธิบัตรเกือบทุกวัน

          4. Unilever เน้นการสร้างผู้นำ และให้ผู้นำสร้างเครือข่าย

5. สร้าง Brand Love to Lost

- การสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก โดยให้ผู้บริโภคจดจำในสินค้าประเภทนั้น ๆ มากกว่าที่จะบอกว่าใครเป็นคนผลิต

6. การเก็บข้อมูลสามารถช่วยทำให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค

7. ธุรกิจเติบโต 1 เท่า แต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่ง

Thailand 4.0

          เป็นแนวทางที่รัฐบาลต้องการให้เชื่อมกับ Platform ทางด้านดิจิตอลมากขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ นักพัฒนาต้องเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงมีตลอดเวลา

          จากเดิมที่ภาคเกษตรกรรม มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม ระหว่างคนรวยกับคนจน และความเหลื่อมล้ำได้มีความชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น ทำอย่างไรให้สังคมสามารถพัฒนาเพื่อมีรายได้เฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน และนำมาสู่แนวคิด ประเทศไทย 4.0  คือการพัฒนาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน  โดยเน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทดแทนสิ่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

          โมเดล 1.0  คือ ภาคเกษตรกรรม กับดักคือความสมดุล

          โมเดล 2.0  คือ อุตสาหกรรมและการทดแทน กับดักคือความเหลื่อมล้ำทางสังคม

          โมเดล 3.0 คือ อุตสาหกรรมหนัก และ Globalization  มีโรงงานมากขึ้น มีชั้นชั้นกลางมากขึ้น กับดักคือ รายได้ในระดับปานกลาง ข้อดีคือ เปลี่ยนคุณภาพชีวิต แต่คนข้างล่างคุณภาพชีวิตยังไม่ได้พัฒนา

          โมเดล 4.0 คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทุกกลุ่มมีความเท่าเทียมกัน  เน้นเรื่อง Creative Thinking + Innovation

สิ่งที่ตามมาคือ

1. การใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น

2. การมีเทคโนโลยีมาทดแทน ทำให้สิ่งที่เป็นของเดิมที่หายไป การใช้ดิจิตอลแทนอนาล็อก

Innovation มาทดแทนสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อาทิ Kodak เป็นธุรกิจชั้นนำด้านการผลิตกล้องต้องหายไปเนื่องจากมีกล้องดิจิตอลมาทดแทน ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้คิดค้นดิจิตอลรายแรกแต่ไม่ทำ บริษัทที่ทำคือ Fuji

สิ่งสำคัญคือ การลงมือทำ ทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และทำให้ Platform แตกต่าง

ถ้ารุ่นคุณพ่อแม่คิดแบบเดิม เกษตรกรก็เป็นแบบเดิม  ปัจจุบันได้มีหนุ่มสาวลาออกจากงานเพื่อไปทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วย เช่น ใช้ Drone หว่านปุ๋ย แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรสมัยใหม่ = เทคโนโลยี + เงินทุน สามารถเข้ามาช่วยในระบบเรื่องการขาดแคลนน้ำ อย่างสหรัฐฯ จะพบว่าการเกษตรพัฒนามาก ประเทศไทยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีการใช้ Application ช่วยได้มาก

Start up Business จะมีมากขึ้น

          - Platform Online > Office

          - ด้าน Service มีมูลค่าสูงขึ้น

3. เด็กรุ่นใหม่ใช้  Laptop ไม่เป็น

          - ปัจจุบัน laptop ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นแยกส่วนเพื่อง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น เน้นความสะดวกสบาย  

4. แรงงานมีทักษะและความรู้ดีมากขึ้น และเหมาะกับชนิดงานมากขึ้น

Unilever

- ทำด้าน SMEs มากขึ้น มีการดำเนินธุรกิจผ่านตัวแทนจำหน่ายและร้านค้า

          - Start up Business จะเริ่มต้นอย่างไร กับคู่ค้า และ Partner        

          - สร้างด้วยความรักและเอาใจใส่กับคู่ค้า พบว่าในทุกครัวเรือนจะมีสินค้า Unilever อย่างน้อย 3 ชิ้น 

          - ผู้บริโภคจากทั่วโลกมีจำนวน 2 พันล้านคน คิดเป็นยอดขายปีละ 2 ล้านล้านบาท      

          - มีสาขากว่า 190 สาขาทั่วโลกจากประเทศ 230 ประเทศ

          - มีชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ดาวโจนส์

          - มีพนักงานอัตราจ้าง 500,000 คน

          - Unilever Global สามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยดูจากตำแหน่งที่เหมาะสมในประเทศนั้น ๆ

นวัตกรรม

          - สินค้าตัวแรกเริ่มต้นจากสบู่ซันไลต์ ต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นน้ำยาล้างจาน แต่ยังคงสบู่ไว้เป็นทางเลือกในช่วงแรก ๆ สำหรับกลุ่มคนที่ติดสบู่อยู่ โดยกระบวนการเปลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนทีเดียว ต้องมีกระบวนการในการเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้มีการปรับจากสบู่เป็นครีมกระป๋องเพื่อพักตรงกลางก่อนปรับเป็นน้ำยาล้างจาน

          - ยาสระผมตัวแรกเป็นผง ต่อมาได้ซัลซิลได้เปลี่ยนจากผงเป็นน้ำ       

- Unilever ได้คิดค้นนวัตกรรมมาโดยตลอดเพื่อทดแทนสินค้าเดิมที่ใช้อยู่ พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเหมาะสมกับผู้บริโภคมากขึ้น ได้มีการปรับเปลี่ยน Packaging เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภค จากเดิมอาจเปลี่ยนทุก 2-3 ปี ปัจจุบันอาจเร็วขึ้น เช่น  6 - 9 เดือน

          - รูปแบบการจ่ายเงินเปลี่ยนจากเงินสดเป็นใช้บัตรพลาสติก มากขึ้น

          - ในอนาคตคาดว่าอาจไม่ต้องมีผงซักฟอก เครื่องซักผ้ากำลังคิดค้นนวัตกรรมที่ไม่ใช้ผงซักฟอกเพื่อลดภาระด้านการทำลายสิ่งแวดล้อม

          นวัตกรรมที่พบคือเมื่อธุรกิจหนึ่งมา อีกธุรกิจหนึ่งอาจกำลังหายไป เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

วิสัยทัศน์

          มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการเติบโตทางธุรกิจโดยลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ หรือ แพ็คเกจจิ้งจะเลือกที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่นการใช้กระดาษแทนพลาสติก ฯลฯ

          “Insight” คือการเอาใจผู้บริโภคมานั่งในใจเรา ได้มีการทำวิจัยกับผู้บริโภคโดยตลอด มีการทดสอบผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่มที่ใช้จริง ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย

          “The Future Consumer” เป็นกลุ่มใหญ่ในอนาคต

- Generation “S” Baby Boom เน้นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น

การสร้างรูปแบบธุรกิจให้เป็นทียอมรับ โดยเน้นกลุ่ม S ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร

          การสร้าง Platform เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร Online เนื่องจากพบว่าคนไทยได้มีการใช้สื่อ Social Media มากขึ้น จากคนไทย 67 ล้านคน พบว่าใช้  Facebook 40 ล้านคน Line 34 ล้านคน Youtube 28 ล้านคน  Instagram 9 ล้านคน และ Twitter 6 ล้านคน

          ดังนั้น การทำ Platform จึงต้องเข้าถึงง่าย และใช้ได้ง่าย

          - Generation “Z” Millennium

          ต้องเข้าใจว่าบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไม่สามารถต่อต้านได้ พฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มนี้เปลี่ยนไป อย่างพบว่าจะอยู่กับ Smartphone มากขึ้น สื่อสารผ่านทาง Smartphone แทนการคุยกัน ดังนั้น เราจึงมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนและพัฒนาให้ดีขึ้น

          Facebook ได้เข้ามาช่วยในการทำ Start up Business เนื่องจากเป็น Platform ที่ง่ายและคนเข้าถึงง่ายใช้สะดวก  ได้มีการพัฒนา Application สำหรับธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการเช่น Uber หรือ Airbnb

          เทคโนโลยีได้มาสร้างมูลค่าการบริการที่สูงขึ้นเป็น Platform Online  เช่นการรับจ้าง Shopping สินค้าโดยคิดค่าบริการ  หรือการสั่งอาหารออนไลน์อย่าง Line man, Lalamove, Wongnai

สิ่งที่ Unilever ทำคือ – เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง  มีการรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภค ดังนั้นการมี Big Data จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญ

นวัตกรรมได้เข้ามาทดแทนเวลา และความคุ้มค่า

          - Innovation + Creative สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างจุดแข็ง การใช้ Offline และ Online จะมีบทบาทมากขึ้น

          ตัวอย่าง 7-Eleven ที่เกาหลี ทดลองให้กับพนักงาน Lotte ได้มีการจ่ายเงินผ่าน BioPay ชำระเงินโดยใช้ส่วนของร่างกายเช่น Hand Pay และให้ AI เป็น Cashier อัตโนมัติ มีตู้เย็นอัจฉริยะ  มีกล้อง CCTV  ใช้แรงงานน้อยลง แต่เป็นแรงงานที่มีคุณภาพมากขึ้น

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. ทำไมถึงมีหลักสูตร 7 Habits

ตอบ 7 Habits เป็นหลักสูตรที่เน้นเรื่องการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ เพราะมองว่าภาวะผู้นำเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโต จึงได้ให้พนักงานทุกคนอบรม เพื่อทำให้พนักงานสามารถคุยกันภาษาเดียวกัน หน้าที่ที่สำคัญคือต้องให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ได้ สามารถจัดลำดับความสำคัญ และมีทิศทางเดียวกับบริษัท

 

2. ถ้าจะแนะนำ ม.ทักษิณเรื่อง Online จะแนะนำอย่างไรบ้าง

ตอบ    1. เรื่อง Data การจัดทำ Big Data สิ่งสำคัญมากในการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบและสามารถให้ใครสามารถดึงใช้งานได้ทันที เป็นการรวมข้อมูลในส่วนเดี่ยวกัน สามารถนำ Online ไปช่วย Offline ได้ เพื่อศึกษาด้านพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในมหาวิทยาลัย ดังนั้นเรื่องนี้จะเป็นสิ่งสำคัญมาก

          2. Online และ Offline ให้ทำไปด้วยกัน ต้องเชื่อมกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

          3. Content และความร่วมมือ เป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องทำให้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ง่าย อาจมีการตั้งเป็น Team Content ขึ้นมาเพื่อผลิต Content ตลอดเวลา ถ้าเริ่มจาก Content ที่ใช้ได้แล้ว เชื่อว่าต่อไปจะทำงานได้มีความรวดเร็วมากขึ้น

          4. ทำให้ผู้ใช้บริการ (User) สามารถเข้าถึงได้ง่าย สร้าง Platform ที่ไม่ซับซ้อน

 

คุณยศสรัล ศรีพงศ์จิรา

          กล่าวถึงสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จคือ 1. ความเชื่อ 2. รู้ให้มากพอ

          Omni Connect ข้อดีคือ เป็นการออนไลน์ 24 ชั่วโมง ดังนั้นการทำธุรกิจจะสามารถทำเวลาใดก็ได้ แสดงถึงแนวทางการปรับตัวที่ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  และเห็นความสำคัญกับธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมากว่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างดีในโลกอนาคต อย่างเช่น Agoda , Grab Taxi, Uber  

          เนื่องจากธุรกิจ Online สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างง่าย เพราะการ Shopping ของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะอยู่บนความอยาก ดังนั้นจึงจะทำอย่างไรให้คนอยากเข้ามามาก ๆ

          จากการวิจัยพบว่า ธุรกิจ Start Up ที่หมายถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่กลับพบความล้มเหลว 75-90% เพราะ

- ไม่รู้ความต้องการที่แท้จริง

- รู้ความต้องการแต่ไม่มีเงินทุน

- ขาดทีมงานที่ใช้ได้

- ไม่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้

- ต้นทุนและราคา

- คุณภาพต่ำ

ดังนั้นการมี Digital Market นอกจากต้นทุนการผลิต เราจะทำอย่างไรให้ Digital Market เติบโต

- Advertising

- Content

- Blogger

- Viral (ปากต่อปาก)

- Communication

- Like

- Technology

- Multimedia

- Link Email

- การรองรับ

Business Platform กับ Omni Connect

          เริ่มต้นจากตัวอย่างของ Mark Zuckerberg ที่เริ่มต้นสร้าง Platform Facebook จากแนวคิดที่เขาเป็นผู้รับผิดชอบทำหนังสือรุ่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จนกลายเป็น Facebook ที่ปัจจุบันมีคนใช้กว่า 2,000 ล้านคน  สิ่งที่ Mark นั้น ได้แสดงถึงว่าเขารู้ความต้องการของเรามากกว่าเรารู้ความต้องการของตัวเอง หรือ อย่างแนวคิดการทำ Alibaba.com ของ Jack Ma  หรือ Amazon book mart ก็ต่างเน้นการเข้าถึงความต้องการของคนได้มากกว่า

          Unilever ได้เล็งเห็นความต้องการและทิศทางเช่นเดียวกัน จึงได้พยายามปรับเปลี่ยนระบบจาก Offline ไปสู่ Online มากขึ้นตามทิศทางตลาดโลก เป็น World Class Innovation จากช่องทางเดิมที่ผลิต Mass Product ผ่านช่องทาง Offline สู่การพัฒนา Premium Product โดยผ่านช่องทาง Omni Connect ผู้บริโภคจะได้เงินคืนเป็นกำไรจากการจ่ายเงินให้ทาง Unilever โดยในอนาคตมีโครงการที่จะขยายตลาดเข้าสู่ต่างประเทศมากขึ้น อย่างจีน  ซึ่งปัจจุบันได้ขยายไปที่ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียแล้ว

          Omni Connect จึงได้ออกแบบตลาดที่รองรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น       

          - People

          - Social

          - Commerce

          - Wealth จ่ายรายได้

          - Business Intelligent

ผ่านทางการสร้าง Business Platform และ ฐานข้อมูลเก็บผ่าน I-Cloud  โดยในอนาคตจะมีการทำ Online Training มีการทำ Get link ที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนได้ทั่วโลก โดยสามารถ Copy Link ไปวางในที่ต่าง ๆ และเมื่อมีคนซื่อรหัสจะเข้าว่าผ่านมาทางเรา จะรู้ว่าผ่านช่องทางการซื้อจากใครแนะนำ

ธุรกิจนี้จะเป็นการสร้างโอกาสที่ใหญ่ ทำง่าย และได้เร็ว โดย 3 วิธีคือ นักช้อป นักแชร์ นักธุรกิจ

สิ่งที่ Unilever พัฒนา

          1. ทักษะทางธุรกิจ

          2. ความเป็นผู้นำ

          3. คุณลักษณะภายใน     ผ่านการอบรม 7 Habits

          เพราะเชื่อว่า โลกภายใน = โลกภายนอก

 

คุณวชิระวัจน์  รุจิวรพัฒน์

         กล่าวถึงโครงการ Omni Connect ที่ทำให้ Unilever ขยายไปที่ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย 

          เริ่มต้นจากแนวคิดในการสร้าง Platform ที่มีเครือข่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ได้ทำ Omni Connect กระจายไปทั่วโลก มี Aviance Shop มา 6 เดือนแล้ว ปัจจุบันมี 29 สาขาทั่วประเทศ มีแผนการตลาดที่จ่ายให้สูงสุด เชื่อมกับเครือข่ายทั่วโลก สร้างโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจ ทำง่าย และรวดเร็ว แบ่งเป็นนักช้อป นักแชร์ และนักธุรกิจ มีสะสมให้เที่ยวประเทศทุกปี


ศึกษาดูงาน ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานเมืองทองธานี (แจ้งวัฒนะ)

(สรุปบรรยายโดย เขมิกา ถึงแก้วธนกุล ทีมงานวิชาการ Chira Academy)

 

หัวข้อ  การใช้นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการเพื่อตอบสนองและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอล

 

อาจารย์สายพิณ  วิไลรัตน์

          สิ่งที่อยากให้เห็นคือได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง อาทิ เรื่องนวัตกรรมที่ตอบสนองลูกค้า อย่างเช่นห้องที่เรียนรู้ในวันนี้ของกสิกรไทย แสดงถึงมุมมองที่ได้ปรับเปลี่ยนห้องเรียนแตกต่างไปจากแบบเดิม ดังนั้น การปรับเปลี่ยนผู้บริหารในอนาคตจึงต้องปรับเปลี่ยน Mindset ที่ไม่สามารถอยู่แบบเดิมได้ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องคำนึงถึง Stakeholder ผู้ใช้บริการของเราด้วย มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาหลักสูตร และให้ทุกอย่างตอบสนองต่อการพัฒนาการเรียนสมัยใหม่ และถือเป็นโอกาสดีที่ได้มาเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้นวัตกรรมในการบริหาร

          สิ่งที่เชื่อคือ แนวคิดในการปรับเปลี่ยนไม่เหมือนกัน เราต้องใช้ Customer Focus เป็นส่วนใหญ่ เราต้องปรับเปลี่ยนจากเดิม เช่นเดียวกับธนาคาร เราจะพบว่าลูกค้าไม่ได้ค่อยเดินไปที่ธนาคารแล้ว ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน

 

คุณธีรชัย  ศุภพันธ์ภิญโญ Corporate Relationship’s Manager ,KBTG

          KBTG คืออะไร Kasikorn Business Technology Group มาจากกลุ่ม 5 บริษัทในธนาคารกสิกรไทย เป็นบริษัทลูกของธนาคารกสิกรไทยที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว จึงควรมีการส่งเสริมเรื่องการสร้างนวัตกรรมด้วย  มีการตั้งบริษัท Beacon เป็นเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต และการลงทุนในด้านต่าง ๆ

          ผู้บริหารระดับสูงคือ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงศ์ และ นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ทั้ง 2 ท่านต้องการสร้างสังคมให้ทำธุรกรรมทั้งการเงินและไม่ใช่การเงิน กิจกรรมเพื่อที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้นำด้านดิจิตอล แบงค์กิ้ง มิชชั่น คือทำระบบงานต่าง ๆ ขึ้นมา มีเรื่องการสร้าง Core Value มีเรื่องวิถีการคิด เน้นเรื่อง VIA คือ

V – Value  สร้างคุณค่าให้กับองค์กร ลูกค้า สังคม และประเทศ จะเห็นว่าบางขั้นตอนมีการทำงานที่ซับซ้อน เราได้มีการลดขั้นตอนลง

I – Innovation เป็นเรื่องนวัตกรรม การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

A –Agility ความรวดเร็วเพื่อร่นระยะเวลาในการทำงานแต่ละชิ้น คิดวิธีการทำงานอย่างไรให้ลดขั้นตอน

          สิ่งที่พบคือ มีเทคโนโลยีที่หลากหลายที่สามารถนำมาใช้งานได้

Focus Technology

- เราจะทำอย่างไรให้ใช้ธุรกรรมผ่านทางมือถือได้

Product & Services

          ยกตัวอย่าง Mobile Banking สร้างให้คนตาบอดสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ และเรื่อง letter of Guarantee มีเรื่องระบบ K-Plus

          มี Partners ช่วยพัฒนาระบบต่าง ๆ ในกรณีที่มี Advance

 

คุณพงศธร Business Analysis

          KBTG เป็นเรื่องการ ทำ Cashless Society  เป็นสังคมที่ไม่ใช้เงินสดในการใช้จ่าย หรือการซื้อของออนไลน์ไม่ได้ใช้เงินในการซื้อของ สามารถแสกน และจ่ายเงินสดผ่าน Application ได้ทันที อย่างอินเดียไปไกลถึงใช้ Finger Print จ่ายเงินได้ทันที

          ข้อดีคือ รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ง่ายขึ้น ไปที่กลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง Bank สามารถลดการขนเงินสดไปยังตู้ ATM ร้านค้าไม่ต้องคอยหาเฝ้าระวัง และผู้บริโภคสามารถ Manage เงิน ว่าใช้จ่ายได้กี่บาท ป้องกันธุรกรรมที่เสี่ยงกับเงินสด

          สร้าง Platform ชื่อ K+ Platform Concept

          มีการถอนจ่ายเงินเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น หรือกLife Style ได้มีการซื้อของผ่านทาง K+ Platform ในการสนับสนุนความคิดที่เป็น Cashless Society

UX Layer

          เป็น Application ที่ติดต่อกับผู้ใช้ มีการService Layer และ Support Platform สามารถให้ข้อมูลกับลุกค้าแบบ Interactive

K+ Platform

          ทุกอย่างจะถูกจัดการบน Platform เดียวกัน ซึ่ง Cashless Society จะมาช่วยด้านนี้

          - QR code payment เป็นการแสกน QR Code และบอกจำนวนเงิน และเมื่อชำระเสร็จแล้วจะมีการแจ้งเตือนกลับมาที่มือถือ

          - Machine Learning Technology เป็นการเข้าใจและรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนแตกต่างกันอย่างไร มีการชักจูงลูกค้าให้จ่ายเงินผ่าน Platform มากขึ้น

          K+ Platform กำลังขยายความสามารถให้ไปจ่ายเงินได้มากขึ้น มีการนำไปแสกนที่ร้านค้าในประเทศไทยเพื่อจ่ายเงิน มี K+ Shop ของธนาคารกสิกร มีการสรุปยอดตรวจดูว่าร้านค้าเราขายดีมากน้อยแค่ไหน มีการลงไปที่ตลาดจีนแล้ว และได้มีการให้ลองใช้ K+ ในการจ่ายเงิน

 

คุณก้องภพ รุ่งเดช และคุณภากร

Beacon interface เป็นตัวที่กำลังพัฒนาเพื่อไปแข่งขันที่สิงคโปร์

          ปัญหาที่พบคือ Application ที่ใช้ได้ตอบโจทย์คนทุกกลุ่มหรือยัง ดังนั้นโปรเจคนี้จึงต้องการเน้นเรื่องการตอบโจทย์ให้คนทุกกลุ่มใช้งานได้

1. Blind คือกลุ่มคนตาบอด

2. Low Vision คือกลุ่มคนที่ตาบอดสี หรือกลุ่มที่มีพลาสติกเคลือบตา เป้นกลุ่มที่มองเห็นภาพไม่ชัด อาจแก้ไขเรื่องการเพิ่มสี และทำสิ่งต่าง ๆ ให้เขาสามารถเข้าใจมากขึ้น

3. Elderly คือกลุ่มคนสูงอายุ ที่มีความไม่เข้าใจ

          สรุปคือการออกแบบให้ทุกคนใช้ได้

วิธีการคือ

1. พัฒนา และทดสอบ Test นำกลับมาแก้ และ Research และได้สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า และจากการวิจัยจะช่วยให้ตอบโจทย์ได้หลายอย่างไร อย่างเช่น สีมี Contrast สูงมาก  สามารถช่วยให้คนมีปัญหาเรื่องสายตาสามารถใช้งานได้มากขึ้น

2. กลุ่มที่ไม่ใช้การมองเป็นหลัก อาจเป็นกลุ่มที่ฟังเสียงแล้วสามารถทำรายการจนจบได้

3. หนึ่งหน้าจะมีการทำอะไรได้อย่างนึ่ง

4. Privacy Mode เป็นการป้องกัน

สรุปคือ ต้องการ Empower Equal Independent หมายถึงการให้ทุกกลุ่มสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง และสามารถใช้งานได้โดยมีรู้สึกเท่าเทียมกัน

Machine Learning

          Digital Economy is the past

Google

          เริ่มต้นมาจากการใช้ Search Engine ต่อมาได้มีการพัฒนาเป็น Google Map youtube ,etc.

มีข้อมูลในการบันทึกว่าเราชอบอะไรใช้เวลาเท่าไหร่ จัดเป็นบริษัทที่มูลค่าสูงสุดในโลก

การเก็บข้อมูล

          ผ่าน Smart Phone Smart Freeze

 

- การ Perceive data ต้องมีการดูว่าจะเก็บข้อมูลอย่างไร มีวิธีการเพื่อการใช้ได้ง่าย เป็นเรื่องการทำ Machine Learning และ Analysis

- ถ้าเรา Engage ข้อมูลได้ดี เราจะเก็บข้อมูลได้ดีด้วยเช่นกัน

Machine Learning & AI in Banking

          นำมาช่วยในการตรวจสอบพฤติกรรมการจ่ายเงินของผู้บริโภค เรื่องการกู้เงินของผู้บริโภค

          การทำ Engagement ให้ดียิ่งขึ้น

Pruanfun

          มีการไปคุยกับเกษตรกรสมัยใหม่ เรื่อง Passion ในการนำเสนอสินค้าเกษตรเพื่อผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ให้เกษตรกรช่วยเหลือตนเองได้

          ได้ทดลองเป็นตัวอย่างให้ชุมชนทำให้เห็นว่าสามารถทำได้ พัฒนาจากเกษตรกรแบบเดิม  สร้างคุณค่าในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

          สิ่งที่สำเร็จ ถ้าเราทำสำเร็จได้จะมีคนได้รับประโยชน์อีกมากมาย

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1. กสิกรเห็นเรื่องการสร้างคุณค่า และทำนวัตกรรมที่คิดตาม Platform ต่าง ๆ กสิกรมีหลายสาขามาก และจะขับเคลื่อนอย่างไร ในการนำ Vision และ Value ลงไปที่องค์กรให้เกิดวัฒนธรรมในการทำงานตรงนี้

ตอบ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยมาดูงาน เพราะเป็นส่วนที่สร้างบุคลากรของชาติ เช่นเดียวกับกสิกรไทยไม่ใช่แค่เพื่อธุรกิจ แต่เพื่อทำให้ Life Style ดีขึ้น สร้างเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าไปถึงได้ และเทคโนโลยีที่เลือกแล้วจะทำอย่างไรให้ไปต่อได้ มีเรื่องการบกพร่องทางการเห็น

          การทำ Value นั้นต้องมี Purpose Full คือจุดมุ่งหมายจริง ๆ ได้มีการนำเสนอไปที่ Core Value ของตัวอาจารย์  อย่างกสิกรไทย เน้นเรื่องการเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เน้นการทำอะไรเพื่อความสำเร็จของลูกค้า ต้องเข้าใจว่าคืออะไร และต้อง Beyond มากกว่า Customer Satisfaction อย่างไรก็ตาม KBTG ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องมี Teamwork  การสร้าง Value ให้ Business และ Technology ไปด้วยกัน

          มีความเป็น Professionalism มีความน่าเชื่อถือ เพื่อปกปักรักษาสิ่งที่คนช่วยดูแลให้

          Innovation  เมื่อเจอทางตันก็หาทางใหม่

          มี Comnovation คือ Communication + Innovation

          การนำ Machine Learning ทำอย่างไรให้รู้จักและรู้ใจลูกค้า ต้องใช้ทั้งศาสตร์ และศิลป์

          มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีการเงินมาก มีพื้นที่ร้านค้าที่ KBTG ไปขายในนั้นด้วย

Platform

          - ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นที่คนมาชุมนุมกัน มี Traffic มีการเชิญคนที่รู้จักจากกลุ่มต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน  เป็นตัวสร้าง Ecology ใหม่

          - เราจะสร้าง Value ให้เกิดกับลูกค้าอย่างไร จะนำข้อมูลมาสร้างประโยชน์ ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร มีการถอดรหัสว่าแต่ละความหมายมีความหมายอย่างไร

ใน KBTG มี www.kbtg.tech

ตึกกสิกรไทยแห่งนี้ ได้ทำการพัฒนาจากตึกเก่าที่มีอายุกว่า 20 ปี  มีการออกแบบอาคารเป็นดิจิตอลแห่งอนาคต โดยสร้าง iT Platform ให้มีคุณภาพสูงสุด มีมุมทำงานที่หลากหลายโปร่งโล่ง สามารถทำงานทุกที่ ทุกเวลา มีการเล่าเรื่อง ได้เป็นผู้สร้าง และผู้แบ่งปัน  มีการบริหารพลังงาน มี Sensor มี Solar Farm ดูแล 8% มีการทำน้ำบำบัด  กำลังสร้าง โปรเจคใหม่ทางด้านเทคโนโลยีที่ไม่มีการเรียนการสอนที่ไหน นอกจากที่นี่

          ทุกเทคโนโลยีมาจากการคำนึงถึงความสุขของผู้รับบริการ มีการทำงานตามวิถีธนาคารกสิกรไทยเพื่อเป็นธนาคารดิจิตอลสมบูรณ์แบบ

          พื้นที่นี้มีพนักงาน 3,000 คน และมี Vendor และ reserve ให้กับ Fintech



# โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยทักษิณ

 # TSUsupportingleaders2017