เกี่ยวกับผู้หญิงผิวดำทั้งสามคนทำงานอยู่ในองค์กรนาซ่า ซึ่งก็จะเล่าถึงการเหยียดเพศเหยียดผิวในสมัยนั้นเป็นปี 1960 เป็นช่วงที่องค์กรนาซ่ากำลังแข่งขันกันเรื่องอวกาศกับประเทศรัสเซีย ว่าใครจะเหนืออวกาศ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอธิบายเรื่องเกี่ยวกับองค์กรนาซ่าในสมัยก่อนได้ถ่ายทอดออกมาให้เราเข้าใจว่าในสมัยนั้นมีการทำงานที่แบ่งชนชั้นกัน ซึ่งเรื่องนี้ทำมาจากเรื่องจริง เกี่ยวกับผู้หญิงทั้งสามคนและเป็นผู้หญิงผิวดำ ที่พยายามที่จะต่อสู้เพื่อจะเรียกร้องสิทธิ์มนุษยชนกลับคืนมา ต่อสู้ในมุมของตัวเอง ซึ่งทั้งสามคนก็ทำงานในองค์กรนาซ่า คนที่หนึ่งก็เก่งมากๆในเรื่องเลขาคณิตวิเคราะห์ และก็คำนวณเกี่ยวกับการขึ้น-ลง  ของยานอวกาศลำแรกของสหรัฐอเมริกา คนที่สองเก่งในเรื่องโปรแกรมถนัดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เข้าใจในภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคเก่าเป็นอย่างดี คนที่สามก็เป็นวิศวกรหญิงในสมัยก่อนสำหรับผู้หญิงวิศวกรก็ถือว่าเป็นเรื่องยากและเป็นผู้หญิงผิวดำ ในสมัยก่อนตามกฎหมายการที่จะเป็นวิศวกรในนาซ่าได้ต้องเป็นคนผิวขาวและส่วนมากก็จะรับแต่ผู้ชาย ทั้งสามคนนี้ก็เป็นคนสำคัญของประวัติศาสตร์ของคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา เป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของสิทธิสตรี สิทธิมนุษยชน

          เล่าถึงเรื่องเกี่ยวกับยุค 1960 ว่าคนผิวดำถูกเหยียดยามมากไม่ว่าจะหญิงหรือชาย แม้กระทั่งห้องน้ำยังแยกคำผิวขาว คำผิวดำ นั่งรถโดยสารด้านหน้าคนผิวขาวนั่ง ด้านหลังคนผิวดำนั่ง ที่นั่งที่สำคัญในที่ประชุมตำแหน่งใหญ่ๆก็ผู้ชายนั่ง ผู้หญิงก็นั่งในจุดเลขา ผู้หญิงทั้งสามคนนี้ต่อสู้เพื่อผู้หญิงมากโดนเฉพาะผู้หญิงผิวดำ

          ทุกๆคนมองว่าผู้หญิงผิวดำบ้างก็ภารโรง บ้างก้อคนรับใช้ถูกเหยียดหยามสารพัด ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ความสามารถแสดงความอัจฉริยะขึ้นมาก็เหมือนกับว่าทุกคนมองเขาแบบให้เขาสอน เพราะว่าเขาเก่งมากๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อให้เรารู้ว่าไม่ว่าจะเป็นคนผิวขาวหรือผิวดำ ก็มีสิทธิมนุษยชนเท่ากัน มีสิทธิ์ออกความคิดเหมือนกัน ไม่ว่าจะโดนดูถูกมากแค่ไหนก็ใช้ความรู้ความสามารถเข้าสู้และประสบความสำเร็จที่แท้จริง