Hidden Figures พูดถึงเรื่องจริงของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ยังไม่เคยได้การบอกเล่ามาก่อน เมื่อสหรัฐอเมริกาโดย NASA มุ่งมั่นที่จะนำมนุษย์ออกไปสำรวจอวกาศ โดยมีสหภาพโซเวียตเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่คอยขับเขี้ยวและกดดันให้ NASA ต้องรีบเร่งและทำงานแข่งกับเวลา เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าแห่งการสำรวจอวกาศที่มีพร้อมทั้งวิวัฒนาการและนวัตกรรมทางความรู้ในการขับเคลื่อนประเทศให้เป็นผู้นำของโลกในทุกๆด้าน
แต่ความสำเร็จของ NASA ย่อมมีเบื้องหลังและเหล่านักบินอวกาศอย่างพวก จอห์น เกล็นน์, อลัน เชพพาร์ด และนีล อาร์มสตรอง ก็อาจจะไม่ใช่มนุษย์กลุ่มแรกที่ไปท่องอวกาศ หากไม่ได้ความร่วมมือร่วมใจของทีมงานอันชาญฉลาดและทรงพลังทั้งหมดของ NASA แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นมีกลุ่มสตรีผิวสีที่ทำงานเป็นคณิตกรที่เปรียบดั่ง "คอมพิวเตอร์มนุษย์" รวมอยู่ด้วย
ภาพยนต์เรื่องนี้ได้นำเอาเรื่องการเหยียดสีผิวมาดำเนินเรื่อง โดยที่คนผิวขาวไม่ยอมรับคนผิวสี เข้าสู่การทำงาน หรือสังคม ของคนผิวขาว เกิดการแบ่งชั้นระหว่างคนผิวสีกับคนผิวขาว ซึ่งคนผิวสีพยายามพิสูจน์ตนเองว่า ตนเองก้อมีมันสมองที่สามารถทำงานร่วมกับองค์กร NASA ได้ แต่ก็ถูกกลับโดนเหยียดสีผิว แบ่งชั้นคนผิวสี กับคนผิวขาว เช่น โต้ะทำงาน ห้องน้ำ และโดนสายตาคนรอบข้างมองอย่างดูถูก แต่ด้วยความพยายามของเธอ เธอจึงใช้มันสมองพิสูจน์จนมีส่วนทำให้มนุษย์ได้ขึ้นไปสำรวจอวกาศ ถึงแม้เธอจะพิสูจน์จนคนผิวสียอมรับ แต่ก้อรู้สึกว่าโดนเหยียดอยู่ดี ยกตัวอย่างในฉากที่สองคนนี้เจอกันในห้องน้ำ (หลังจากเลิกการแบ่งแยกแล้ว)
Mrs Mitchell: Despite what you may think.. I have nothing against you all.
Dorothy Vaughan: I know. I know you probably believe that.
ตรงนี้สื่อถึง Mrs Mitchell [ผ่านการมองของ Dorothy] ว่าเธอมีความเหยียด แต่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเหยียด
ซึ่งคนส่วนใหญ่ในสมัยก่อนก็ถูกสอนมาให้เป็นแบบนั้น
ข้อคิด......
"ทุกคนบนโลกใบนี้มีสิทธิเท่าเทียมกันทุกคน"
"อย่าตัดสินคนอื่นเพียงรูปภายนอก แต่จงดูจากการกระทำ"