เมื่อแสงสว่างเข้ามา...ความมืดก็อยู่ไม่ได้

เมื่อแสงสว่างเข้ามา... ความมืดก็อยู่ไม่ได้  

 บทนำ

          เมื่อกายและใจประสานเป็นหนึ่งเดียว ความรู้สึกตัวที่มีอยู่จะเข้ามาจับภายในจิตใจ ความคิด อารมณ์ และสามารถกำกับ ติดตาม ควบคุมอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ แต่ความคิด ความรู้สึก อามรณ์ที่มีสติ ควบคุมจะไม่พาเราไปในทางลบ หากแต่ส่งเสริมจิตให้ขยายใหญ่และพาอารมณ์ไปในเชิงบวกให้สติได้ทำงาน ให้กายได้เคลื่อนไหว และใจก็มีพลัง ผลักดันอามรณ์ และจิตใจให้ทำงานในทางใฝ่ดี ไม่พลัดหลงลงไปในจิตใจใฝ่ไม่ดีอย่างแน่นอน

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนการนั่งสมาธิตามแนว รร.สัตยาไส โดยท่านอาจารย์ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา  ท่านได้อธิบายถึงการนั่งสมาธิแบบที่พวกเราชาวพุทธปฏิบัติกันอยู่ ฟังครั้งแรกก็รู้สึกว่าไม่แปลก หรือแตกต่างจากการนั่งสมาธิแบบเดิมที่เราปฏิบัติสืบทอดกันมา คือ การกำหนดลมหายใจเข้าออก การเรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง ไม่ไปที่ไหน การเลือกที่จะปลีกวิเวก หาความสงบให้ร่างกายและจิตใจ แต่เมื่อได้ลองปฏิบัติแล้วกลับกลายว่า มีความต่างในความเหมือนเสมอ เพราะการนั่งสมาธิคือ การกลับมาดูลมหายใจตนเอง ให้รู้สึกว่าเรา อยู่ตรงนี้ นึกถึงสิ่งที่อยู่ภายในตัวของเรา เราจะอยู่ที่นี่ ตรงนี้กับตัวเอง ทำให้ได้รู้ว่าแนวทางการฝึกสมาธิมีอึกรูปแบบ คือ การฝึกออกเสียงกำหนดลมหายใจแบบเราชาวพุทธ และการฝึกแบบท่วงทำนองเสียง โอม โอม โอม เพื่อให้รู้และเข้าใจว่าทุกศาสนาสอนให้เราทำสมาธิ สงบนิ่ง มีสติ และตามด้วยการใช้แสงสว่างนำทาง กำหนดลมหายใจเข้าออก มีสติในการปล่อยผ่านแสงสว่างที่อยู่ในกายของเรา ในจิตใจของเรา ให้ระลึกอยู่เสมอว่า เรา คนนี้ คนปัจจุบัน กำลังจะเป็นคนที่รู้ตัว รู้ตน ว่ากำลังทำอะไร แม้บทนำการทำสมาธิจะใช้เวลา 5-10 นาที แต่ก็ทำให้รู้ว่าเราได้ฝึกกำหนดลมหายใจ มีสติ อยู่กับตัวเองในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในวันหนึ่ง ๆ หลาย ๆ คน แทบจะไม่ได้อยู่กับตัวเองเลย ส่องกายส่องใจออกไปหาแสงสว่างข้างนอก คือ ความบันเทิง กิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง งมงายกับการเสพอย่างมีความสุข ทั้งๆที่เป็นสุขจอมปลอยไม่นานก็หาย แต่เมื่อได้ลองกลับมาดูตัวเองเห็นแสงสว่างภายในตัว รู้ทันทุกความคิด การกระทำ คำพูดและนำไปปฏิบัติได้ นี่คือความสุขแท้ เพราะมีความพึงพอใจเป็นที่ตั้ง มีลมหายใจแห่งความสุข เบ่งบานทุกครั้งที่ได้ปล่อยลมหายใจออก และได้พิจารณาตามอย่างรู้ตัว บทนำสมาธิ ไม่ได้ถึงกับลึกซึ้งกินใจ แต่บทนำสมาธิสามารถทำให้เราย้อนกลับมาที่ตัวเอง กลับมาดูลมหายใจ กลับมาสำรวจภายใน ความคิด จิตใจ และการกระทำ แม้กระทั่งการแปรผันของความคิด จิต ที่ไม่นิ่งตลอดเวลาที่ทำสมาธิ เมื่อไหร่ที่จิตส่งออกไปข้างนอก ต้องเรียกจิตกลับมาให้อยู่ที่นี่ ตรงนี้ปัจจุบันขณะ ไม่คำนึงถึงอดีต ไม่กังวลถึงอนาคต และไม่หวนหาสิ่งใด ๆ นอกเหนือความสุขที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้ ณ ปัจจุบันขณะ  

        เมื่อพิจารณาบ่อยครั้งเข้า ก็จะเห็นได้ถึงความผันแปรของจิตใจตนเอง ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ไม่เหนี่ยวรั้ง ไม่หวนหา ใคร่ครวญสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่คำนึงถึงอดีต ไม่กังวลกับอนาคต และไม่ห่วงพะวงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่กลับกลายเป็นรู้สึกว่ามีจิตใจที่สงบเพราะคิดถึงที่นี่ ตรงนี้ คนที่อยู่ตรงหน้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ การทำปัจจุบัน นาทีนี้ให้เป็นนาทีที่มีคุณภาพ เอาใจใส่ เห็นคุณค่าทุกคน และมีความรักความเมตตาให้กับทุกสรรพสิ่ง ให้การเรียนรู้ในวิชาที่ได้มาปรับใช้เป็นวิชาชีวิต ในการก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง การฝึกปฏิบัติไม่เพียงแต่การทำให้ตนเองรู้สึกดี แต่สามารถทำให้ผู้อื่นรู้สึกดีตามไปด้วย คนรอบข้างรู้สึกอุ่นใจอยากอยู่ใกล้ มีความสุข อยู่ด้วยแล้วเย็นสบาย ไม่อึดอัด ไม่หวาดระแวง ไม่กลัวจนตัวเองหดหู่ ทำให้คนอื่นอึดอัดกายและใจ แบบนี้เรียกว่าสุขแท้  เป็นสความสุขที่เกิดขึ้นกับตนเองและส่งผลไปยังคนอื่น ๆ ทำให้เขาคลายกังวล เมื่อใดก็ตามที่มีความทุกข์ หรืออุปสรรค เราจะเป็นคนแรกหรืออีกคนหนึ่งในนั้น ที่เขาคิดถึงแลคอยเยียวยา ช่วยเหลือให้เขาค้นหาทางออกและหาคำตอบให้กับตัวเองจนเจอ เมื่อใดก็ตามที่เขาพบแสงสว่างในตนเอง เมื่อนั้นเขาก็จะพบหนทางสร้างแสงสว่างแด่ผู้อื่น

บทสรุป

       สมาธิแบบแสงสว่าง...ไม่ใช่ทุกสิ่งอย่างที่ทำให้เราสมบูรณ์ แต่เป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่คอยมากำกับสติ อารมณ์ ควบคุมความรู้สึกด้านลบให้หยุดทำงาน แต่ช่วยผลักดันความคิด พลังด้านบวก อารมณ์ และสติที่มีอยู่เดิมให้ขยายใหญ่ขึ้น ได้ทำงานอย่างเต็มหน้าที่ รู้สึกตัวอย่างแท้จริง

      "การทำหน้าที่ของตนเองที่ดีที่สุด คือ การทำหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ บทบาทที่ตนได้มี และหน้าที่หลักคือ ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"

                                   ภาพนี้ชื่อว่า "เมื่อใกล้จึงพบสุข"

ที่มา  :   วิสาขบูชา เดอะมอลล์นครราชสีมา บันทึกภาพโดยสิริรัตน์ นาคิน. 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สอนให้สนุก สุขกับการสอน



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

อาจารย์หายไปนานมากๆ

สบายดีนะครับ

สิริรัตน์
IP: xxx.68.5.40
เขียนเมื่อ 

สบายดีค่ะ แต่ก็จะพยายามหาเวลากลับมาเขียนค่ะ

เขียนเมื่อ 

ชอบมากเจ้าค่ะ..บทความนี้..