จากหลังรามไปท่าพระ

เขานั่งทบทวนชีวิตที่ผ่านมา อย่างที่เขาว่าจริงหนอ คนที่รำพึงรำพันถึงเรื่องเก่าๆคือคนแก่ เขาเริ่มแก่เฒ่าแล้วสินะ ความเหนื่อยล้าในวันนี้ยอกย้อนให้คำนึงถึงวันเก่าก่อนตอนวัยรุ่น เข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำ เพื่อหลบหลีกหนีความจนข้นแค้น หวังจะได้เล่าเรียนต่อตามที่พ่อแม่พี่ๆตั้งใจไว้ มหาวิทยาลัยเปิดย่านหัวหมากจึงเป็นแหล่งรวมของเหล่าเพื่อนๆทั้งหลายที่เอ็นทร้านไม่ติด ทั้งห้องหนึ่งห้องสองต่างมารวมกันเช่าห้องอยู่หลังราม

เขา หนุ่มน้อยในตอนนั้นตั้งใจแน่วแน่แตกต่างจากเพื่อนคนอื่นคือต้องหางานทำก่อนถึงจะมีสิทธิ์เรียน จึงต้องขออาศัยอยู่กันแบบเบียดๆในห้องเช่า กลางคืนนอนเรียงกันเป็นสิบ ตอนเช้าต่างแยกย้ายกันไปเรียน ไปทำงาน เขาไปหางานทำที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านหน้ามหาวิทยาลัย สมหวังอย่างตั้งใจเขาได้งานทำแล้วในตำแหน่งพนักงานสโตร์

แต่สาขาที่เขาจะได้ทำไม่ใช่ที่หัวหมาก เป็นที่ท่าพระ ที่ไหนไม่รู้แต่เขาต้องไปกับเพื่อนใหม่ที่สมัครได้พร้อมๆกัน เป็นครั้งแรกที่เขาแยกกับเพื่อนที่เรียนจบมัธยมปลายมาด้วยกัน ไปอยู่ห้องเช่าสี่เหลี่ยมเล็กๆนอนได้ 3 คนพอดี ห้องที่ไม่มีหน้าต่าง การแยกกับเพื่อนๆจากหัวหมากโดยไม่ได้วางแผนอะไร ไม่ได้เตรียมเครื่องใช้ติดตัวมาสักชิ้น

อาหารมื้อแรกที่ต้องตัดเอาขวดน้ำเป็นที่ใส่อาหารแทนถ้วยชาม

นอนคืนแรกกับห้องที่ไม่มีหน้าต่าง จึงทำให้เหงื่อท่วมตัวกันทุกคน

ห้องน้ำรวมด้านล่างจึงเป็นที่ระบายความร้อนได้เป็นครั้งสองครั้งกว่าจะถึงเช้า

เช้าวันแรกไปทำงานด้วยความเหนื่อเพลีย

แต่ทุกคนยังยิ้มสู้ กับงานใหม่แห่งนี้

.............................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจ หนุ่มโรงงาน



ความเห็น (0)