การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐

ดร.ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

การปฏิรูปประเทศตาม หมวด ๑๖ แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๗ มีดังนี้

มาตรา ๒๕๗ การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ ต้องดําเนินการ
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้

(๑)ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง
มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนา ด้านจิตใจ

(๒) สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอันทัดเทียมกัน
เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ

(๒)ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมใน
การพัฒนาประเทศและการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

การปฏิรูประเทศด้านการศึกษา

(๑) ให้สามารถเริ่มดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและ
พัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง
เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย
อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

(๒) ให้ดําเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา ๕๔
วรรคหก ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

(๓) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนา
ผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้
ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้
ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทน
ที่เหมาะสมกับ ความสามารถและประสิทธิภาพใน
การสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมใน
การบริหารงานบุคคลของ ผู้ประกอบวิชาชีพครู

(๔) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด
และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกัน
ทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่


บทวิพากษ์

การปฏิรูประเทศด้านการศึกษา
๑. การจัดการศึกษาด้านอนุบาล จะมีความสำคัญมากขึ้น
จะต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าประชาชนจะได้รับโอกาสทาง
การศึกษาเพิ่มมากขึ้นจากการให้ความสำคัญของการศึกษา
ระดับอนุบาล
๒. วิชาชีพครู จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
เพราะต่อไปคนที่จะมาประกอบอาชีพครูใครมีหน้าที่หลัก
ใครมีหน้าที่รอง หรือจะบูรณาการทุกหน่วยงาน
ช่วยกันจัดให้มีคุณภาพจริงๆ

๓. การตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับคนยากไร้
ขาดแคลนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะต้องมีกลไกและ
มีระบบการผลิตที่ดี คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบ
วิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู
มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่
เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน
รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงาน
บุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู ระบบการวิ่งเต้น
ฝากคงจะยาก และข้อสำคัญไม่อิงการเมือง
คงจะใช้ระบบศาลที่ไม่ต้องอิงการเมือง

๔. จะมีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตาม
ความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดย
สอดคล้องกันทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่นอกจากนี้แล้ว
การออกแบบโครงสร้างทางการบริหารการศึกษาจะถูกปรับปรุง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการเรียน
การสอนทุกระดับ นั้นคือระบบโครงสร้างทางการศึกษา
ต้องเชื่อมโยงกันทั้งระดับชาติ ระดับพื้นที่ หน่วยงาน
จะต้องออกแบบให้ร้อยรัดกัน ไม่ว่าจะเป็น
การบริหารการศึกษาในส่วนกลาง การบริหารการศึกษา
ในส่วนภูมิภาค ซึ่งขณะนี้มีการตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
และธรรมเนียมการบริหารในส่วนภูมิภาคจะแบ่งแยกเป็นอำเภอ
บางกระทรวงมีไปถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน เช่น มหาดไทย
ดังนั้น ขณะนี้การบริหารจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคตอนนี้เมื่อ
มีการจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแล้ว อนาคตคงปฏิเสธ
ไม่ได้ว่าจะต้องออกแบบเป็นสำนักงานศึกษาธิการอำเภอ
เพราะเขตพื้นที่การศึกษา ดูทะแม่งๆ ชื่อหน่วยงานไม่ร้อยรัด
และเชื่อมโยงกัน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้อง ล้อกัน
หรือร้อยรัดกัน อาจจะปรับชื่อเขตพื้นที่การศึกษา
ให้ชื่อว่า สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ และมี

คณะกรรมการเพื่อคอยให้ข้อเสนอแนะกลั่นกรองข้อมูล
ไปตามลำดับเพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ
และเกิดความรอบคอบในทุกขั้นตอน แต่จะเบ็ดเสร็จ
ที่บอร์ด กศจ. และถ้ามีสำนักงานศึกษาธิการอำเภอแล้วคาดว่า
อนุกรรมการ กศจ.คงจะสลายไป เพราะจะให้คณะกรรมการ
ระดับอำเภอคอยเสนอและกลั่นกรองข้อมูลแทน อนุกศจ.
ทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพ ไม่ถูกกำหนดไว้ที่
ส่วนจังหวัดเพียงอย่างเดียว เพราะหลายหัวดีกว่าหัวเดียว จะเป็น
การการกระจายอำนาจไปในระดับพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถ
ให้บริการลงไปถึงพื้นที่และใกล้ชิดกับโรงเรียนได้อย่างแท้จริง
และคอยสนับสนุนการทำงานหรือสร้างความเข้มแข็งให้กับ
โรงเรียนเพื่อให้สามารถปฏิรูปการเรียนรู้ได้ตามเป้าหมายนั้นเอง

อนึ่ง แม้จะแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาเป็นสำนักงานศึกษาธิการอำเภอ
ก็จริง แต่ความก้าวหน้าของครูไม่ผูกติดกับหน่วยงาน เพราะครู
เจริญก้าวหน้าด้วยระบบวิทยฐานะ เป็นการเฉพาะตัว
ใครสามารถค้นคว้า ทำวิจัยหานวัตกรรมมาใช้ในการบริหาร
และการเรียนการสอน ก็จะได้เลื่อนวิทยฐานะไปตามสายงาน เช่น
ครู และศึกษานิเทศก์ สามารถเลื่อนได้ถึงทุกวิทยฐานะ ใน
ระบบบริหารก็จะออกแบบให้คล้ายกับวิทยฐานะครู และ
ศึกษานิเทศก์ เป็นการใช้ความสามารถเฉพาะตัวใน
ด้านวิชาการหรือการแสวงหานวัตกรรมมาสนับสนุน
การทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหาร และ
การจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://www.radioparliament.net/parliament/constitu...







บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)