อานิสงส์การระลึกถึงความตาย (มรณานุสติ)

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

อานิสงส์การระลึกถึงความตาย (มรณานุสติ)

ดร.ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต ๔


การระลึกถึงความตายทางพระท่านกล่าวว่า มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เจียมเนื้อเจียมตัวว่า จะต้องไม่หลงระเริง และไม่ประมาทในวัย ระมัดระวังไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความตายประดุจเงาตามตัว ต่างกันจะตายก่อน ตายหลังเท่านั้นเอง

เมื่ออยู่ในที่สงัดอันสมควรต่อการเจริญมรณานุสติ จึงบริกรรมภาวนาว่า เราจะต้องตาย รูปชีวิตนามชีวิต จะต้องขาดจากกัน หรือความตายเป็นของเที่ยง ความมีชีวิตอยู่เป็นของไม่เที่ยง

ภาวนาอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ไป ถ้าเป็นผู้มีปัญญา และอินทรีย์แก่กล้า จะสามารถข่มนิวรณ์ธรรมต่างๆ เสียได้ มีอารมณ์คือความตายตั้งมั่น เข้าถึงอุปจารสมาธิโดยไม่ยาก นอกจากนั้นยังบังเกิดมรณสัญญาที่น่าปรารถนาถึง ๘ ประการ คือ เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับความตายขึ้นมาว่า
๑. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกประมาณแค่วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง คือ ๒๔ ชั่วโมงเท่านั้น
๒. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกประมาณแค่วันหนึ่ง คือ ๑๒ ชั่วโมงเท่านั้น
๓. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกประมาณเพียงครึ่งวัน คือ ๖ ชั่วโมงเท่านั้น
๔. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกชั่วเวลาเพียงกินข้าวอิ่มหนึ่งเท่านั้น
๕. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกชั่วครึ่งเวลากินข้าวอิ่มเท่านั้น
๖. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อได้อีกชั่วเวลากินข้าวได้เพียง ๔ หรือ ๕ คำเท่านั้น
๗. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกชั่วเวลาเคี้ยวข้าวคำหนึ่งเท่านั้น
๘. ชีวิตของเรานี้ จะมีอยู่ต่อไปได้อีกชั่วระยะเวลาหายใจเข้าออกเท่านั้น
มรณสัญญาข้อ ๗ และ ๘ ทำให้มีสติเจริญดีเยี่ยม ถูกต้องตามพุทธประสงค์ ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสชมเชยไว้ ส่วนข้อที่ ๑ - ๖ สำหรับผู้คนในสมัยปัจจุบันนี้ ผู้ใดสามารถทำได้ก็นับว่าดีมากแล้ว การเจริญมรณานุสตินั้น ได้ผลอย่างมากเพียงอุปจารสมาธิ ไม่เข้าถึงอัปปนาเนื่องจาก มรณะ ความตายที่นำมาใช้เป็นอารมณ์กรรมฐานนั้นเป็นสภาวะที่ทำให้เกิดความสังเวช เมื่อใช้ระลึกถึงอารมณ์ดังนี้เนืองๆ ทำให้เกิดความสะดุ้งกลัวขึ้นกับจิต จิตจึงไปไม่ถึงอัปปนาสมาธิ

อานิสงส์อันเกิดแต่การเจริญมรณานุสติมีดังนี้

๑. ทำให้ละความประมาทมัวเมาในชีวิตลง มองเห็นภัยในวัฏฏสงสาร
๒. ได้สัพพภเวสุอนภิรตสัญญา คือ ความกระสันที่จะเลิกอยู่ในภพทั้งปวง
๓. ละความยินดีในชีวิต ไม่ระเริงรักในชีวิต
๔. ติเตียนการกระทำอันเป็นบาป
๕. ยินดีด้วยสัลเลขะ ความมักน้อย สันโดษ ไม่สั่งสมของบริโภค
๖. สันดานปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน ไม่รักใคร่หวงแหนในสมบัติทั้งปวง
๗. จิตจะคุ้นเคยใน อนิจจสัญญา มองเห็นอนิจจังในรูปธรรม นามธรรม เป็นเหตุให้ได้ทุกขสัญญา อนัตตสัญญาตามมา เห็นพระไตรลักษณ์ชัดแจ้งในสันดาน
๘. เมื่อเห็นไตรลักษณ์แล้ว แม้ต้องตายย่อมไม่นึกหวาดกลัว สติไม่หลงเลอะเลือน


คนที่ไม่เจริญมรณานุสติ เมื่อถึงเวลาใกล้ตายย่อมสะดุ้งตกใจกลัวตาย เหมือนถูกเสือร้ายตะครุบตัวไว้กำลังจะกัดกินเป็นอาหาร หรือเหมือนคนอยู่ในเงื้อมมือโจร หรือเพชฌฆาต หรือเหมือนคนอยู่ในมือยักษ์ หรือในปากอสรพิษ
การเจริญมรณานุสสตินั้น เป็นปัจจัยให้สำเร็จซึ่งมรรคผลนิพพาน ถ้าชาตินี้ยังไม่บรรลุ เมื่อตายลงย่อมมีสุคติเป็นที่ไป พระคาถาเกี่ยวกับความตายที่ควรทราบและจดจำไว้เตือนตนเอง เพื่อประกอบการเจริญมรณานุสสติ มีดังนี้

ความตายและการหนีความตายไม่พ้น ไม่ใช่มีแต่เราเพียงผู้เดียว แท้ที่จริงสัตว์ทั้งหลายที่มีสภาพเนื่องมาจากภพก่อนและเกิดขึ้นในภพนี้ แล้วย้ายจากภพนี้เกิดต่อไปในภพใหม่ สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นย่อมมีความตาย และหนีไม่พ้นจากความตายด้วยกันทั้งสิ้น


ผู้ใดเกิดขึ้นในครรภ์มารดาครั้งแรกในคืนใดคืนหนึ่งนั้น ผู้นั้นย่อมบ่ายหน้าไปหาแต่ความตาย ผู้บ่ายหน้าไปหาความตายนี้ ไม่มีการกลับหลัง

ผู้ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม วัยสาวก็ดี วัยแก่ก็ดี ผู้ที่ไม่มีปัญญาความรู้ก็ดี ที่มีปัญญาความรู้ก็ดี ผู้ที่ร่ำรวยก็ดี ยากจนก็ดี ทั้งหมดนี้ย่อมมีความตายเป็นที่สุด

สัตว์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมประสบกับภัย คือความตายอย่างแน่นอน เสมือนหนึ่งผลไม้ที่สุกงอมต้องหล่นลงอย่างแน่แท้

ชนทั้งหลายในยามเช้ายังเห็นกันอยู่ พอตกเวลาเย็นบางคนก็ไม่เห็นกัน ตายเสียแล้ว ชนทั้งหลายเมื่อตอนเย็นยังเห็นกันอยู่ พอถึงตอนเช้าบางคนก็ไม่เห็นกัน ตายเสียแล้ว

อายุของคนเรานี้น้อยเหลือเกิน เสมือนหนึ่งหยาดน้ำค้างที่ติดอยู่บนใบหญ้า เมื่อถูกแสงอาทิตย์เข้าก็เหือดแห้งหายไปพลัน ดังนั้น อย่าได้ขัดขวางการบวชของลูกเลย

สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น มีความตายอย่างแน่นอน เป็นของเที่ยง สัตว์ทั้งหลายทั้งสิ้น จักตาย กำลังตาย และเคยตายมาแล้ว เราก็จักตายเช่นกัน อย่าได้สงสัยความตายนี้เลย


สรุป

การระลึกถึงความตาย มีประโยชน์มาก เพราะอย่างน้อยทำให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาทในวัย ในลาภ ยศ ชื่อเสียงยศถาบรรดาศักดิ์ เราจะต้องตาย ฉะนั้น สิ่งใดที่เรายังคิดว่าจะทำและเป็นประโยชน์เราต้องรีบทำโดยเร็วไว เพราะอาจจะไม่ได้ทำถ้าเราตายก่อน ความตายมักจะเกิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ ปีใหม่ก็ดี สงกรานต์ก็ดี การจราจรคับคั่งก็ดี อาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตได้โดยง่าย เมื่อเราคิดได้อย่างนี้ก็จะได้รีบทำคุณงามความดี

-----------------------------

อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง

ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้มิรู้ถอย

ผลวันหน้า อย่าหวัง มัวแต่คอย

อย่ายอมปล่อยเวลาล่วงไปฟรี

จงรีบหมั่น ขยันไว้แต่เดี๋ยวนี้

เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า

วันนี้ เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อยกายา

แต่วันหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย



เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า

เจ้าจะมัวแต่สุข สนุกไฉน

เมื่อเจ้ามามือเปล่า เจ้าจะเอาอะไร

เจ้าก็ไปมือเปล่า เหมือนเจ้ามา

พรรณไม้ดอก แม้โตได้ วันละนิด

ยังความงาม พาจิตใจ ให้สดใส

ก่อนเหี่ยวแห้ง หมู่ภมร ได้ชื่นใจ

ดูดเกสร บินร่อนไป เลี้ยงรวงรัง

อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก

มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา

ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา

ท่าน เรา และเขา ควรปลูกฝัง ความดีไว้ให้โลกชม



สวัสดี




แหล่งข้อมูล

http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=4347





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)