เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนสุดท้าย (The Last Tycoon) : ประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึก

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 30 (ประมาณ 10 ปีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2) อีกครั้ง เนื่องจากเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองท่าใหญ่และเป็นศูนย์กลางความเจริญในทุกๆด้าน จึงเป็นที่หมายปองของชาตินักล่าอาณานิคมทั้งหลาย ประกอบกับความอ่อนแอของรัฐบาล ทำให้ต่างชาติบังคับให้รัฐบาลจีนลงนามให้เช่าพื้นที่ เช่น เขตเช่าฝรั่งเศส เขตเช่าอังกฤษ เขตเช่านานาชาติ ฯลฯ ชาติเหล่านี้เข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์ในเซี่ยงไฮ้กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมการลงทุน ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย จำพวกสถานเริงรมย์ บ่อนการพนัน ยาเสพติด ซ่องโสเภณี ฯลฯ ที่สำคัญคือชาวตะวันตกและญี่ปุ่นปฏิบัติต่อคนจีนราวกับไม่ใช่คน ที่แสดงให้เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ สถานที่พวกต่างชาติพอใจใช้เป็นส่วนตัวก็จะติดประกาศว่า “หมาและคนจีนห้ามเข้า” สร้างความคับแค้นใจให้แก่คนจีนอย่างที่สุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตามเซี่ยงไฮ้ในเวลานั้นเป็นยุคที่เศรษฐกิจบูมขึ้นถึงขีดสุด ทั้งธุรกิจบนดินและใต้ดิน จึงเกิดมีกลุ่มแก๊งนักเลงอันธพาลทั้งท้องถิ่นและข้ามชาติขึ้นมากมาย ที่หาเงินจากแหล่งอบายมุขทั้งหลายที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด


ประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึก

ตู้เย่วเซิง คือชื่อหนึ่งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้ในยุคนั้น ตู้เย่วเซิงเป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบแต่โชคยังดีที่มียายเลี้ยงดูมาจนเข้าสู่วัยรุ่น ด้วยวัยเพียง 10 กว่าขวบเขาก็พาตัวเองเข้าไปสู่เมืองเซี่ยงไฮ้เพื่อหางานทำ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะกำหนดให้ต้องเกี่ยวข้องกับอาชีพสกปรกอย่างไม่มีทางหลีกหนี เพราะหลังจากไปรับจ้างเป็นเด็กขายผลไม้อยู่ในเขตเช่าของฝรั่งเศสได้ไม่นาน ก็ถูกไล่ออกด้วยข้อหาขโมย จากนั้นตู้ก็เริ่มเข้าสู่วงการนักเลงและอบายมุขด้วยการไปทำงานคุมซ่องโสเภณี และด้วยวัยเพียง 16 ปี เขาก็เข้าไปเป็นสมาชิกของแก๊งใหญ่แก๊งหนึ่งชื่อ “ชิงปัง” ภายใต้ความสัมพันธ์กับนายตำรวจชื่อ ฮวงจินหรง ซึ่งสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แก๊งนี้ควบคุมอบายมุขแทบทุกชนิด เช่น ซ่องโสเภณี บ่อนการพนัน ยาเสพติด (ฝิ่น) เรียกค่าคุ้มครอง ฯลฯ

ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ตู้ก็สามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในระดับผู้นำแก๊งร่วมกับ จางเส่าหลิน ได้อย่างไม่ลำบากอะไร แม้จะเป็นที่รู้กัน โดยทั่วไปว่าเขามีอาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่ตู้ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่รักชาติมากที่สุดคนหนึ่ง เขามักจะสวมเสื้อผ้าไหมแบบจีนเป็นประจำ นอกจากนั้นแก๊งชิงปังก็ยังร่วมกับรัฐบาลจีนต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่นซึ่งรุกรานจีนอย่างหนักในยุคนั้น และเป็นแหล่งสนับสนุนทางการเงินให้กับรัฐบาลของนายพลเจียงไคเช็ค ภายหลังยังร่วมกับรัฐบาลต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลด้วย ในปี ค.ศ.1941 ตู้ต้องหนีไปอยู่ที่ฮ่องกง เนื่อง จากพรรคคอมมิวนิสต์มีชัยเหนือรัฐบาลของนายพลเจียงไคเช็ค ซึ่งต่อมาเขาก็เสียชีวิตที่นั่น ศพของเขาถูกนำไปฝังที่เกาะ ไต้หวัน ที่ซึ่งพรรคก๊กมินตั๋งของนายพลเจียงไคเช็คมิตรของเขาไปเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นอยู่ที่นั่น

หนังสือประกอบการค้นคว้า

คนเหนือ. ปารีสตะวันออก เปิดตำนาน เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ตัวจริง. http://www.thairath.co.th/content/319756





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (2)

sr
IP: xxx.158.59.110
เขียนเมื่อ 

I think you mean to say "the last tycoon" ;-)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ