| ๕ มกราคม ๒๕๖๐ |

เป็นวันแรกของการเรียนวิชา กภกก๒๒๙ การสังเกตและการให้เหตุผลทางคลินิกพื้นฐาน ซึ่งตรงกับวันที่หมอนัดฉันพอดี ทำให้ฉันไม่ได้เข้าเรียนในวันแรก (เริ่มต้นคลาสแรกก็ขาดเรียนเลย T-T) ฉันจึงวานให้เพื่อนอัดเสียงอาจารย์ขณะสอนไว้ให้ เมื่อฉันกลับมาฟังก็ได้ทราบว่าอาจารย์มอบหมายงานให้ทำ คือ งาน"จิตอาสา" เพื่อนๆจึงชวนดิฉันไปที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ฉันจึงตกลงไปด้วยอย่างทันควัน

| ๖ มกราคม ๒๕๖๐ |


ฉันและเพื่อนๆ อีก ๕ คน ได้ไปทำจิตอาสาครั้งนี้ด้วยกัน โดยพวกเราไปถึงทีมูลนิธิตั้งแต่เวลาประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่น้องๆยังไม่เลิกเรียน ก่อนอื่นเราก็ต้องแลกบัตรบริเวณป้อมยามทางเข้ามูลนิธิ เมื่อเข้ามาถึงตัวอาคารก็เจอพี่ๆเจ้าหน้าที่ พวกเราจึงกล่าวสวัสดีทักทายอย่างเป็นมิตร พี่ๆเจ้าหน้าที่จึงถามว่าพวกเรามาทำจิตอาสาหรือเปล่า พวกเราจึงตอบว่าใช่ พี่ๆเจ้าหน้าที่จึงให้พวกเรากรอกแบบฟอร์มก่อนการทำจิตอาสาเมื่อกรอกเสร็จ เราก็ได้เดินไปรอน้องๆเลิกเรียนตามโต๊ะ แล้วก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังทำสมุดภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่๙)จากปฏิทินตั้งโต๊ะที่ไม่ใช้งานแล้ว ฉันและเพื่อนๆจึงได้เข้าไปช่วยทำขณะรอน้องเพื่อไม่ให้เวลาเสียเปล่า แต่แปลกมากที่การทำกิจกรรมแบบนี้ที่ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานอะไรแต่กลับทำให้ฉันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก :)

เวลาผ่านไปไม่นานนก็ถึงเวลาเลิกเรียนของน้องๆ เริ่มมีน้องๆทะยอยเดินมาหาพวกเราให้สอนการบ้านให้ สักพักก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบริเวณที่ฉันและเพื่อนนั่งอยู่ น้องได้พูดว่า "มีใครพอจะสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้หนูได้บ้างคะ" ฉันและเพื่อนอีกคนเห็นดังนั้น จึงตอบน้องไปว่า "เดี๋ยวพวกพี่สอนให้ค่ะ" จากนั้นพวกเราจึงพาน้องไปนั่งที่เงียบๆเพื่อไม่ให้น้องเสียสมาธิจากการทำการบ้าน

น้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการ ถามชื่อพวกเรา เราจึงแนะนำตัวและถามน้องกลับ น้องได้บอกกับเราว่าน้องกำลังจะมีสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จึงอยากให้พวกเราช่วยแปลคำศัพท์ที่คุณครูได้มอบหมายให้ จำนวน ๑๐ คำ จากนั้นน้องก็สะกดอักษรภาษาอังกฤษมาทีละตัว พวกเราจึงอ่านออกเสียงให้น้องฟัง พร้อมบอกความหมายน้องก็ได้บันทึกเป็นอักษรเบล ผ่านไปแปปเดียวก็ครบ ๑๐ คำ น้องก็ขอบคุณพวกเราเป็นการใหญ่ที่มาช่วยสอนการบ้าน พวกเราก็ได้อวยพรให้น้องสอบได้คะแนนดีๆ น้องก็ขอบคุณ แถมอวยพรพวกเรากลับด้วย (ฮ่าาาา) แล้วก็เดินจากไปทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มและความสุขให้กับฉัน :))


เมื่อเห็นว่าแสงแดดเริ่มจางหายดิฉันนึกขึ้นได้ว่าเฮ้ยยย!!ยังไม่ได้ละหมาดอัศริเลย(ละหมาดเวลาบ่าย) ฉันและเพื่อนอีกคนรีบพากันไปถามพี่เจ้าหน้าที่ว่าที่นี่มีห้องละหมาดหรือเปล่า พี่ก็บอกว่ายังไม่มีเลย แล้วพี่จึงถามกลับมาว่าละหมาดในห้องห้องนึงได้มั้ย ซึ่งเป็นห้องอัดเสียงเล็กๆ ฉันและเพื่อนจึงตอบตกลง และขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ที่สละเวลาหาห้องและมาเปิดห้องให้ ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพี่มากๆ เพราะ ปกติพี่ก็งานยุ่งอยู่ตลอด แต่ก็ยังเต็มใจที่จะมาช่วยพวกเรา ขอบคุณมากค่ะ :)))

ฉันกลับมาที่โต๊ะเดิมที่กลุ่มเพื่อนฉันนั่งกันก็ได้พบกับน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังติวกับนักอาสาอยู่ นักอาสาคนนี้เป็นชาวต่างชาติที่เพิ่งมาทำอาสาที่นี่ครั้งแรกเช่นกัน เขาได้สอนน้องที่กำลังเตรียมสอบเข้าระดับอุดมศึกษา ซึ่งเขายังใช้ภาษาไทยได้ไม่คล่อง จึงวานให้พวกเราช่วยหาข้อสอบเก่าๆที่ใช้ในการเตรียมสอบซึ่งช่วงนั้น ก็เป็นฤดูกาลของการสอบ O-net พวกเราจึงช่วยกันหาอย่างเต็มที่ นอกจากจะมีความสุขที่ได้ช่วยน้องๆด้านวิชาการแล้ว พวกเรายังมีความสุขจากการได้พูดคุยกับน้องๆ การเห็นการดำเนินชีวิตของน้องๆที่เป็นปกติที่มีการหยอกล้อกัน เล่นกันเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไปและการแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้มาทำอาสาด้วยกันอีกด้วย นับเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากมายทีเดียวค่ะ :))))

Infographic จิตอาสากิจกรรมบำบัด

การวิเคราะห์กิจกรรมของฉันคือ

"หัวใจนักปราชญ์+S.P.I.R.I.T+การให้เหตุผลทางคลินิค (Clinical reasoning)"

จากการไปทำจิตอาสาในครั้งนี้ คะแนนความสุขของฉัน คือ 70% ซึ่งจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตค่ะ

ขอขอบคุณ...อาจารย์ป๊อป อาจารย์เดียร์ ในการมอบหมายงานชิ้นนี้ให้ฉันได้สัมผัสถึงการเป็นผู้ให้

ขอขอบคุณ...พี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกคน ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ขอขอบคุณ...เพื่อนร่วมทางในการไปทำจิตอาสากิจกรรมบำบัดในครั้งนี้

ขอขอบคุณ...เพื่อนๆร่วมชั้นที่ได้รับฟังการนำเสนอผลงานในชั้นเรียนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามต่างๆ

ขอขอบคุณ...ผู้อ่านทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายของบันทึกนี้ด้วยค่า

:)))))

กาญจนา หมัดอะด้ำ

นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ ๒

๕๘๒๓๐๐๒