เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2560

6 มีนาคม 2560

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและผู้อ่านที่่รักทุกท่าน

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ตื่นตี 2 มาเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการเดินทาง รถมารับตี 4 ถนนยามนี้โล่งดีจัง จึงถึงสนามบินสุวรรณภูมิก่อนตี 5 ไปเข้าแถวเช็คอินใช้เวลานานเหมือนกันเพราะเปิดไม่กี่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่บอกว่าพาสปอร์ตน้ำเงินไปช่องพิเศษประตูหนึ่งได้ เราก็ไปตรงนั้นแต่เขาชี้ให้มาตรงนี้ โหลดกระเป๋าเสร็จก็แลกเงินสกุล US$ และ Dong VN พอที่จะซื้อน้ำชากาแฟได้ใน 4 วัน ผ่าน ตม.เข้าไปประตูขึ้นเครื่อง G1A เห็นพอมีเวลาจึงไปทานกาแฟกับขนมปังทอดกระเทียมรองท้องไว้ก่อน อิ่มแล้วประตูเขาเปิดให้เข้าพอดี พบ ผอ.พรพรรณ อินทรประเสริฐ รร.อนุบาลนนทบุรีซึ่งจะเดินทางไปพร้อมกันในเที่ยวนี้ ประตูนี้ต้องขึ้นรถบัสไปขึ้นเครื่อง เพราะ TG560 จอดในสนาม ไม่ได้เทียบงวงช้าง ในเครื่องเขาเลี้ยงอาหารเป็นกุ้งผัดหมี่และขนม ฉลองศรัทธาตามสมควร เวลา 09.30 น.เครื่องลงสนามบินนอยไบ มีเจ้าหน้าที่สนามบินมารอรับ 2 นาย พาไปที่ ตม. เขาตรวจสอบพาสปอร์ตนิดหน่อยก็ให้ออกไปรับกระเป๋า เจ้าหน้าที่สนามบิน 2 นายคอยอำนวยความสะดวก เสียเวลากับทุเรียนทอดที่ ผอ พรพรรณ หอบมาจากระยองถูกตรวจหลายขั้นตอน ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าเขาเห็นว่าเป็นอะไร มีรถตู้มารับหนึ่งคัน พอส่งเราขึ้นรถเจ้าหน้าที่สนามบินก็กลับ รถพาไปส่งที่โรงเรียนนานาชาติ ฮานอย-อัมสเตอร์ดัม เขตฮานอยเมืองใหม่ สมทบกับ Dr. SUN จากไต้หวันและ Dr. SIMON CHUA จากฟิลิปปินส์ เขาเพิ่งอบรมครูเสร็จ ครูใหญ่เป็นสตรีทันสมัยชื่อ LE THI OANH พาไปที่ห้องทำงานของเธอ มอบของที่ระลึกกัน เที่ยงเธอพาไปทานข้าวที่ภัตตาคาร BAY BUFFET มื้อนี้เจ้าภาพจัดหนักเกินไปอาหารเกือบ 20 รายการถูกลำเลียงมาให้กินไม่รู้จบรู้สิ้น เรียกว่าทั้งอิ่มทั้งอร่อย รสชาติอาหารของเวียดนามต้องนับว่ายกระดับสู่มาตรฐานที่รับได้ทั้งคนเอเชียและยุโรป บ่ายรถพามาอบรมเด็กที่โรงเรียน The Olympia School เป็นโรงเรียนนานาชาติระดับประถมศึกษาตั้งอยู่ย่านฮานอยเมืองใหม่ วันนี้แม้จะเป็นวันหยุดโรงเรีนนได้นัดนักเรียนและผู้ปกครองมารับฟังการสอนคณิตศาสตร์แนวใหม่จากDr.SUN และ Dr.SIMON CHUA บ้านเมืองในฮานอยวันนี้พัฒนาไปจากที่เคยเห็นเมื่อปี 2551 และ 2556 ไปมากเริ่มจากถนนจากสนามบินเข้าตัวเมืองแบ่งไปกลับด้านละ4 เลนส์ เกาะกลางถนนปลูกไม้ยืนต้นและปาล์ม สะพานข้ามแม่น้ำแดงสร้างใหม่คล้ายสะพานพระราม 8 ของเรา มีตึกทันสมัยขึ้นทั่วไปแทนอาคารแบบดั้งเดิม ที่สำคัญการจราจรมีระเบียบ ไม่พลุกพล่านเหมือนอดีตและมีความรู้สึกว่าดีกว่าบ้านเราแล้ว เรื่องอาหารการกิน อาหารเวียดนามถูกปรับรสชาติให้น่าทานมากขึ้น มีเมนูหลากหลาย เสร็จงานจากโรงเรียน The Olympia School รถพาพวกเราไปส่งที่โรงแรม ไกลมากย่านเมืองใหม่กับตัวเมืองเดิม โรงแรมที่พักชื่อ CHURCH BOUTIQUE HOTEL อยู่ถนนหน้าโบสถ์คริสต์พอดี ย่านนี้มีร้านขายของที่ระลึกและของกิน ไม่จอแจพลุกพล่าน โรงแรมมี 7 ชั้น ชั้นหนึ่งมีห้องพักแค่ 3 ห้อง ลองคิดดูว่าเหมือนพักอยู่บ้านใช่ไหม เจ้าหน้าที่ของ IEG (INNOVATION EDUCATION GROUP) 2-3 คนคอยติดตามดูแลในฐานะแขกของรัฐบาล พวกเขาตรงเวลาและมีอัธยาศัยดีมาก ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะ Anh Le หัวหน้าทีมที่ให้การดูแลพวกเรา มื้อเย็นเขาพาไป ทานอาหารจานผักที่ร้าน UU DAM CHAY บรรยากาศดี มีพระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ อาหารมังสวิรัติรสชาติดี อิ่มแล้วเขาไปส่งที่โรงแรมจะได้พักผ่อนเพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน




วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ความจริงเขานัดมารับ 09:30 น แต่ผมก็ตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัวออกไปสูดอากาศยามเช้าที่หน้าโบสถ์โบราณ พนักงานกวาดขยะทำงานแต่เช้ามืดเหมือนกัน 07:30 น. กลับเข้าโรงแรมกินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม เวลา 09:30 เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการและเจ้าหน้าที่จาก IEG มารับไปคุยกับระดับบริหาร ของ HANOI DEPARTMENT OF EDUCATION เป็นการอธิบายความเป็นมาและกิจกรรมแข่งขันนานาชาติคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ของ IMC และ IMSO ภาระส่วนใหญ่ในการชี้แจงจึงเป็นของ Dr.SUNและDr.SIMON CHOA เพราะเป็นระดับบริหารขององค์กรนี้ เราช่วยเสริมข้อมูลในฐานะเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว ฝ่ายบริหารของเวียดนามแม้จะพูดอังกฤษได้เขาก็พูดเวียดนามให้ LE ANH เป็นล่ามแปลเป็นอังกฤษอีกทอดหนึ่ง ก่อนเที่ยงคุณนิจวดี เจริญเกียรติบวรและคุณปราโมทย์ ขจรภัย มาสมทบอีก เลยคุยกันต่อเนื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าภาพ โดยสรุปกรมศึกษาธิการของกรุงฮานอย มีความเห็นว่าเวียดนามอยากจะเป็นเจ้าภาพบ้าง แต่ดูคิวแล้วอย่างเร็วคงเป็นปี 2019 เพราะ IMC ปีนี้อินเดีย ปีหน้า 2018 Bulgaria ส่วน IMSO ปีนี้ สิงคโปร์ ปี 2018 ก็มีเจ้าภาพแล้ว เที่ยงทีมงานพาไปทานข้าวทีภัตตาคาร CAY CUA RESTAURANT มื้อนี้หนักไปทางปลา มีผู้บริหารของกรมศึกษาธิการกรุงฮานอยมาร่วมโต๊ะด้วย บ่ายไปกระทรวงศึกษาธิกการ คุยกับผู้แทน รมว ศธ Assoc.Prof.Dr.MAI VAN TRINH ตำแหน่ง Director of General Department of Education Testing and Accreditation ใช้เวลาประมาณ 1 ชม 30 น ดูแนวโน้มเขาสนใจจะรับเป็นเจ้าภาพสิ่งที่วิตกกังวลคือเรื่องงบประมาณ เลิกประชุมออกมาถ่ายภาพที่ระลึกกัน คณะพาเราไปเยี่ยมสุสานลุงโฮ ถ่ายภาพที่ระลึก เพราะบ่ายเขาปิดสุสาน ผมเคยมาคารวะท่าน 2 ครั้งแล้ว จากนั้นเขาพาไปเยี่ยมโรงเรียน DOAN THI DIEM PRIMARY SCHOOL-HANOI ครูใหญ่ให้การต้อนรับพาไปห้องประชุมชี้แจงประวัติและกิจการของโรงเรียน มีคณะครูร่วมประชุมด้วย LE ANH เป็นล่ามแปลภาษาเวียดนามเป็นภาษาอังกฤษให้พวกเราฟัง ได้เห็นกิจกรรมหน้าเสาธงก่อนเลิกเรียนของนักเรียนผลัดสองภาคบ่าย อยู่โรงเรียนนี้ถึง 17 นาฬิกา เขาพาไปเยี่ยมสำนักงาน IEG ต้นสังกัดของเขาที่ให้การดูแลเราตลอดมา เป็นตึกหน้าแคบแต่ลึกเข้าไปด้านในและสูงหลายชั้น เขาบรรยายสรุปกิจการและผลงานการผลิตสื่อของเขา มีหลากหลาย เรายังงงว่าเขาเป็นหน่วยงานเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ เพราะดูจะมีอิทธิพลต่อโรงเรียนมาก อาหารเย็นวันนี้ที่ Dinh Lang Restaurant ริมทะเลสาปคืนดาบ ขึ้นไปนั่งชั้น 2 มองแสงสียามราตรีตัดกับผืนน้ำดูช่างโรแมนติกมาก เสียอย่างเดียวเราเหนื่อยมาทั้งวัน จึงเหมือนแค่รอเวลากลับไปนอน




วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่เขานัดหมายมารับเวลา 07.30 น. กำหนดการวันนี้จะพาพวกเราไปชมมรดกโลกที่ Trang An หรือที่รู้จักกันในนามฮาลองบก ทีมงานกลับไปเช้ามืด 1 ราย คือ Dr.SIMON CHOA หลังอาหารเช้าที่โรงแรมรถตู้พาพวกเรามุ่งหน้าสู่เมือง NINH BINH ถนนเป็นทางด่วนแบบมอเตอร์เวย์ไปพัทยาคือรถผ่านต้องจ่ายเงิน สองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจี สลับสวนผลไม้ที่มากจะเป็นกล้วย ประมาณ 2 ชั่วโมงเราก็มาถึงที่หมาย มองไปรอบ ๆ เห็นภูเขารูปทรงน่ารักตั้งอยู่รอบทิศ พื้นล่างกลับมีผืนน้ำเขียวมรกตเต็มไปด้วยสาหร่ายหางกระรอก มีนกเป็กน้ำตัวเล็กดำผุดดำว่ายหากินใต้ผิวน้ำ ดูแล้วสดชื่นแจ่มใสขึ้นทันที เขาพาไปลงเรือแจวนั่งลำละ 5 คน พายไปตามน้ำในวันที่ไร้แสงแดดอุณหภูมิประมาณ 16 องศาเซนเซียส Trang An เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คู่ควรกับการได้รับมรดกโลกอย่างยิ่ง เมื่อได้เข้ามาสู่ที่แห่งนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้ไกด์ท่องเที่ยวเลย หากแต่ให้ธรรมชาติเป็นไกด์ให้กับเราได้อย่างชัดแจ้ง สวยงาม สงบ และปล่อยให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำบรรยากาศอันสงบเยือกเย็น ทั้งทึ่งในสิ่งที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา ตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง ที่เรานั่งเรือลอดถ้ำทั้งหมด 9 ถ้ำ เป็นระยะทางทั้งสิ้น 16 กม. และได้แวะขึ้นสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบางช่วง แม้มีเพียงแค่ผืนน้ำสีเขียวใสภายใต้ท้องน้ำมีสาหร่ายสีเขียว และเบื้องหน้าคือขุนเขาอันกว้างใหญ่ สลับซับซ้อนกันเป็นทิวเป็นสาย เสียงคนแจวเรือจ้วงพายบนพื้นน้ำเป็นระยะๆ ทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นการเข้าถึงธรรมชาติแบบเซนอย่างแท้จริง หากใครต้องการความสงบ สวยงามแบบธรรมชาติแท้ๆ ไม่ควรพลาดมาเที่ยวที่ Trang An ฮาลองบกแห่งนี้ ขึ้นจากเรือมาซื้อของฝากของที่ระลึกที่วางจำหน่ายมากมาย แต่เขาไม่รบกวนนักท่องเที่ยวให้รำคาญ ขากลับเห็นข้างทางมีแพะที่ตายแล้วเขาขูดขนออกมัดเป็นตัวชูคอโชว์เขาขายเป็นตัว คงมีคนซื้อไปประกอบอาหารกิน น่าสงสารจัง อาหารกลางวันเขาพาแวะไปกินที่ Ba Cua Restaurant เน้นหนักไปทางอาหารป่า มีกระทั่งเนื้อแพะภูเขา บ่ายเดินทางกลับคณะจะไปเดินรอบทะเลสาปคืนดาบ ผมขอตัวพัก ตกเย็นเห็นพอมีกำลังลงไปเดินเล่นริมถนนย่านโรงแรม ระยะทางร่วม 5 กม.ได้เสบียงมื้อเย็นติดมือกลับที่พัก คือขนมไข่หงส์ ตั้งใจจะนอน Dr.SUN เรียกให้ลงไปทานข้าวที่ร้านใกล้ๆ เกรงใจเลยเดินตามไป พบว่าเส้นทางนี้เพิ่งเดินผ่านมา แต่ก็ไปทานก๋วยเตี๋ยวหรือเฝือแบบต้มยำ 1 ชาม ไหนๆ ก็ลงมาแล้วอย่าให้เสียเที่ยวเปล่า กลับถึงห้องพักจัดเก็บกระเป๋าเดินทางเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องออกจากโรงแรมไปดูโรงเรียนอีก 4 แห่งแล้วต่อไปสนามบินนอยไบเพื่อเดินทางกลับ สำหรับ Dr.SUN กลับพรุ่งนี้เช้า





วันพุธที่ 1 มีนาคม 2560 เข็นกระเป๋าลงมาไว้ที่สำนักงานของโรงแรมชั้นล่างสุด ไปทานอาหารเช้ามื้ออำลา เจ้าหน้าที่ของเวียดนามมารับเวลา 08.30 น. เพื่อนำคณะเราที่เหลืออยู่ 4 ชีวิต เป็นไทยล้วนไปดูการสอนในโรงเรียน 4 แห่ง โรงเรียนแรกคือ Hanoi - Amsterdam School ผมมาโรงเรียนนี้ในวันแรกที่มาถึง แต่มาวันนี้เพื่อสังเกตการสอน ครูใหญ่พาไปห้องประชุมเล็กเพื่อแลกเปลี่ยนกับคณะครูเป็นเบื้องต้น จากนั้นพาพวกเราไปยังห้องเรียน เข้าชั้นเรียนเพื่อนั่งสังเกตการสอนวิขาคณิตศาสตร์ เท่าที่สังเกตครูกับนักเรียนใช้เวลากันคนละครึ่งมากกว่าครูในญี่ปุ่นที่เวลาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของนักเรียน โรงเรียนที่สอง เป็นโรงเรียนเอกชนชื่อ HANOI STAR EDUCATIONAL SYSTEM (TRUONG NGOI SAO HANOI )โรงเรียนนี้เคยส่งนักเรียนเข้าแข่งขัน IMSO/IMC ในบ้านเรามาแล้ว ผู้บริหารจึงค่อนข้างผูกพันกับการต้อนรับของเราในฐานะเจ้าภาพ เจ้าของโรงเรียนอายุ 57 ปี มีลูกสาวเป็นครูใหญ่ พาไปชมการแสดงต้อนรับของนักเรียน การสอนของครู ตลอดจนเยี่ยมชมห้องพิเศษต่าง ๆ ถึงกลางวันยังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารพวกเราที่ร้านอาหาร NHIEU MON โรงเรียนที่สามเป็นโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา เราได้สังเกตการสอนครูฝรั่งที่มาสอนคณิตศาสตร์ และฟังผู้บริหารโรงเรียนเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของการพัฒนาโรงเรียน โรงเรียนสุดท้ายชื่อ MARIE CURIE SCHOOL โรงเรียนนี้เหมือนคอนโด 5 แท่งมายืนล้อมกันเป็นวงกลม ได้ฟังแนวคิดในการสร้างโรงเรียนจาก ครูใหญ่ แต่ไม่มีเวลาได้ชมห้องเรียนเพราะเย็นมากแล้วโรงเรียนเลิกแล้ว รถไปส่งพวกเราถึงสนามบินนอยไบ มีเจ้าหน้าที่สนามบินมารับเพื่ออำนวยความสะดวก มีเวลาเพียงพอที่จะจำหน่ายเงินดองให้หมดไปและรับประทานอาหารเย็น คุณนิจวดี เจริญเกียรติบวร ได้ข่าวดีเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมฯ สพฐ. คงอานิสงค์จากการทำงานดีและไปทำบุญเมื่อวานที่ Trang An การบินไทย TG 565 นำเรามาถึงสุวรรณภูมิเกือบ 23 นาฬิกา


วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม 2560 ได้นอนตีหนึ่งกว่าซึ่งเป็นวันนี้แล้ว ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีห้า ตื่นเช้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ไปถึงเขตก่อน 08.00 น. วันนี้โรงเรียนวัดสำโรงเชิญไปเป็นประธานเปิดวันวิชาการ "สำโรงนิทรรศ 59" มีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เสนอความสามารถต่อสาธารณชน มีผู้ปกครองมาร่วมงานมาก นอกนั้นยังนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมออกร้านด้วย กลับจากโรงเรียนวัดสำโรงเดินทางกลับสำนักงาน บ่ายสะสางแฟ้มงานต่าง ๆ ที่เสนอไว้ตอนไปเวียดนาม ไปเยี่ยมคุณแม่ของคุณสมศักดิ์ คชฤทธิ์ ที่ รพ.พระนั่งเกล้า อาการดีขึ้นแล้ว


วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 เช้านี้เดินทางไปโรงเรียนชุมชนวัดไทรม้าเพื่อเปิดงาน "เปิดบ้านวิชาการ(Open House) มีการจัดกิจกรรมตามกลุ่มสาระ และกิจกรรมย่อย นอกจากนั้นยังเชิญโรงเรียนเอกชนอาชีวศึกษามาร่วมงานด้วย รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กลับมาเขต ต้อนรับอาจารย์ ดร.โชติ แย้มแสง จากวิทยาลัยจีนศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นำนักศึกษาปริญญาโทชาวจีน 2 คนมาฝึกงานที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารจนแล้ว เย็นเดินทางไปจังหวัดเพชรบุรี ได้แวะกินข้าวที่ร้านต้นม่วง สั่งอาหารที่ชอบมาทาน มีเพื่อนฝูงลูกน้องเก่ามาสมทบ 2-3 คน อิ่มแล้วไปนั่งฟังเขาร้องเพลงที่สวนอาหารวันวานจน 4 ทุ่มจึงกลับที่พัก พรุ่งนี้จะไปร่วมงานแต่งลูกชายครูโรงเรียนวังไกลกังวล ที่หัวหิน ความเหน็ดเหนื่อยทั้งสัปดาห์ค่อยๆหายไปเมื่อกลับคืนถิ่นเก่า เจอผู้คนที่รักและผูกพันกันย่อมเปรียบดั่งยาชูกำลังก็มิเกินจริง

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)