แล้วทรงบอกมหาดเล็กให้นำตัวมา ทหารมหาดเล็กก็ทูลถามพระองค์ว่ามีรูปร่างอย่างไร พระองค์ทรงตอบว่า "อ้วน ๆ ตัวใหญ่ ๆ นุ่งผ้าแดงเดินหายไปในนี้"

บรรดาทหารต่างพากันหาแต่ก็หาไม่เจอ สักครู่ทูลกระหม่อมก็ชี้ไปที่รูปของ ร.3 แล้วบอกว่า "นี้แลหะคนนี้แหละ"

เท่านั้นเหล่าทหารมหาดเล็กก็พากันอุ่มทูลกระหม่อมเล็กกลับไปส่งที่ฝ่ายในทันที

เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงทรงทราบจึงทรงรำพึงว่า " พวกเด็ก ๆ วิ่งเล่นจะเป็นที่กวนพระทัย หรือทรงรำลึกถึงลูก ๆ หลาน ๆ จึงปรากฏพระวรกายให้เห็น" ดังนั้นจึงทรงจัดพวงมาลัยและธูปเทียนให้ข้าหลวงไปขอพระราชทานอภัยและสั่งมิให้แพร่งพรายเป็นที่เอิกเกริก

ในสมัยก่อนชาววังต่างซุบซิบกันมากเกี่ยวกับพระวิญญาณของร.3 โดยเฉพาะพวกที่อยู่เวรดึกในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทซึ่งชั้นบนจะเป็นที่เก็บอัฐิของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี

ทุกคนที่เห็นต่างเล่าตรงกันว่า ทรงพระภูษาแดงลอยชายปราศจากฉลองพระองค์ และมีพระวรกายที่ใหญ่

เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่เล่ากันคือ เหตุการณ์ตอนกลางวัน ราว 5 โมงเย็น สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ หรือ ทูลกระหม่อมเล็ก ทรงเล่นตามประสาเด็ก 5 - 6 พรรษา กับพระโอรสต่างเจ้านาย ในขณะที่ทรงเล่นอยู่นั้น ทูลกระหม่อมเล็กทรงร้องโวยวายขึ้นมาว "ใครนี้.....ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาที่นี้หน่อนสิ๊