มจร.วิทยาเขตขอนแก่น จัดเสวนา “ลดการสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบปลอดบุหรี่”

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น จัดเสวนาเรื่องลดการสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบปลอดบุหรี่ โดยมีพระครูปริยัติธรรมวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกันนี้ท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบปลอดบุหรี่ว่า การพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบปลอดบุหรี่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวนิสิต จะต้องเป็นแบบอย่างให้ชาวบ้าน ปัจจุบันไม่เพียงแต่พระสงฆ์เท่านั้นที่เข้ามาศึกษา แต่มีนิสิตที่เป็นฆราวาสอีกด้วย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เราก็ต้องตระหนักในบทบาทการเป็นนิสิต มหาวิทยาลัยสงฆ์ อีกด้านหนึ่งเราก็ถือว่าเป็นพุทธบริษัท 4 อุบาสก อุบาสิกา

แม้ว่าการสูบบุหรี่จะเป็นสิทธิส่วนบุคคคล แต่อย่างน้อยเราก็ควรรู้จักกาละ เทศะ ที่ไหนควร ไม่ควร จึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีสัปปริสธรรม ถ้าเราไม่ใช้หลักธรรมเราก็ไม่ได้รับการยอมรับนับถือ พร้อมกับไม่ยอมรับการเป็นต้นแบบอีกด้วย หมายร่วมไปถึงสถาบัน มจร ก็ไม่ยอมรับให้เป็นต้นแบบด้วยเช่นกัน

หากเราทำเป็นต้นแบบ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่สำหรับนิสิตที่ฆราวาส ไปอยู่ในชุมชนก็ได้รับการยกย่อง ทำงานเพื่อชุมชน เพื่อวัด อันนี้เราจะได้เป็นต้นแบบที่ดีในทุกๆ ด้าน สำหรับผู้ที่ไม่เคยสูบก็อย่าคิดลองเพราะถ้าติดแล้วจะเลิกยาก อย่างกรณีตัวท่านเองเคยสูบและพยามเลิกถึง 8 ปี จึงประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเพียงได้กลิ่นบุหรี่ก็ปวดหัวและนอนไม่หลับ


ด้านพระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทโธ หัวหน้าโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยต้นแบบปลอดบุหรี่กล่าวว่า จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า ฆราวาสสูบบุหรี่ลดลง แต่สถิติพระสงฆ์ยังคงที่ มีพระสงฆ์เจ็บปวดมากขึ้น ส่วนใหญ่สาเหตุจากการสูบบุหรี่ เมื่อก่อนเราอาจจะไม่เชื่อถือข้อมูลที่คนข้างนอกมาสำรวจ เราจึงสนับสนุนให้ มจร.ส่วนกลางทำวิจัยโดยสำรวจนิสิต มจร.เกือบทั่วประเทศ

ผลสำรวจผลออกมาก็น่าตกใจ เพราะเรายังสูบบุหรี่ ขาดการตระหนักในพิษภัยบุหรี่ ทางทีมวิจัยก็เสนอทางออกว่า เราต้องขับเคลื่อนให้เป็นรูปแบบเพื่อประโยน์ต่อพระสงฆ์ และต้นแบบฆราวาส มีหลายหน่วยงานที่พยามทำงานเรื่องนี้กับพระสงฆ์ มีการเสนอไปถึง กรรมการเถระสมาคมให้วัดเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ แสดงให้เห็นว่าองค์กรข้างนอกเล็งเห็นความสัคญของเรื่องนี้มาก แต่องค์กรค์ภายในเรายังไม่ค่อยตื่นตัวเท่าที่ควร มจร.เราจึงเป็นต้นแบบในการปฎิรูปสุขภาวะพระสงฆ์

การสูบบุหรี่ของพระสงฆ์ไม่เพียแต่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเท่านั้น แต่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย และกฏหมายบ้านเมืองอีกด้วย โดยกฏหมายกำหนดให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ร้อยเปอร์เซนต์ ถ้ามหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ตั้งอยู่ภายในวัดก็สามารถที่จัดเป็นโซนพื้นที่สูบบุหรี่ได้ ในกรณีที่มีการละเมิดกฏหมายเราก็ต้องถูกปรับซึ่งปัจจุบันมีวัดหลายแห่งต้องไปเสียค่าปรับในเรื่องนี้แล้ว