ครูในดวงดใจ

ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา

ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพาคณาจารย์
ผู้กอบประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา
แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ชาติและประเทศไทยเทอญฯ
ปัญญาวุฒิกเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง (อ้างอิงโดย บทสวดไหว้ครู)

บทสวดข้างต้น เราคงคุ้นหูกันอยู่บ้างแล้วว่าเป็นบทสวดในพิธีไหว้ครู (วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี) เพื่อรำลึกบุญคุณของครูบาอาจารย์ ไม่ว่าจะในช่วงชั้นวัยใดก็ตาม

ในสังคมปัจจุบัน ได้หยิบยกบทกลอน บทเพลงที่สื่อความหมายได้อย่างมากมายในความหมายของความเป็น "ครู" ดังคำพูดที่ว่า "ครู คือ เรือจ้าง" จากคำพูด แปลความหมายได้อย่างหลากหลายแง่ความคิดทั้งทางด้านบวกก็ดี หรือแม้แต่ทางด้านลบก็ดี ความหมายที่หลากหลายนี้ได้สะท้อนแง่มุมมองของอาชีพครูทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต หากพูดถึงครูในดวงใจของผู้เขียนบทความแล้ว ขาดมิได้เลยหากมิได้ถูกบ่มเพาะด้านคุณธรรม จริยธรรม ภายในครอบครัว เพราะครูคนแรกของเราคือบุพการี ท่าน ได้อบรม สั่งสอน ตลอดจนส่งเสริมการคิดการอ่านให้ได้เรียนรู้วิชาจากโรงเรียนนั่นคือ "ครู" ครูผู้อบรม ครูผู้สอนสั่ง ครูผู้ให้ และครูผู้เสียสละ หากเท้าความครูในแง่คิดความรู้สึก จากอนุบาลในความรู้สึกของผู้เขียนนั้นไม่ค่อยคุ้นชินกับความรู้สึกที่ว่าครูใจดี เพราะหากพ่อหรือแม่มาส่งจะมีครูคนนี้ที่คอยแยกอ้อมกอดของพ่อกับแม่ แต่ในทางกลับกับ ครูอนุบาลนั้นเป็นแบบอย่างต้นๆในการทำให้เราเข็มแข็งและอดทนต่อสิ่งจูงใจต่างๆ ในวัยประถมศึกษา ครูในแง่ความคิดของผู้เขียนคือ ดุมาก ในตอนนั้นไม่เข้าใจพ่อกับแม่เหมือนกันว่าทำไมต้องให้ไปโรงเรียนเจอครูใจร้ายทุกๆวัน แต่หากคิดในทางกลับกัน ครูประถมศึกษาเป็นแบบอย่างในการทำให้เรามีความมั่นคงในความรู้สึก ยึดรั้งเราให้เราได้รู้ว่าการดุทำให้เราอยู่ในกรอบของระเบียบและมีความอดทนอดกลั้นได้ในระดับหนึ่ง ในวัยมัธยมศึกษา ในแง่ความรู้สึกของผู้เขียนนั้น ครูมัธยมเป็นสิ่งเดียวที่ไม่อยากมี เพราะรู้สึกว่าจู้จี้ ชอบบังคับ ชอบเค้นให้อยู่ในกรอบและกฎที่มากเกิดไป แต่หากคิดในทางกลับกันนั้น ครูมัธยมเป็นครูที่ให้ความรัก ความดู เอาใจใส่มากคอบดูแล ช่วยเหลือให้เราได้อยู่ในกรอบของความดีงาม เพราะหากเปรียบเทียบการเป็นวัยรุ่นแล้วการจู้จี้และตั้งกฎเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้เราในช่วงวัยรุ่นได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และในช่วงวัยของอุดมศึกษาหากคิดย้อนไปตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กนั้น ทำให้ผู้เขียนได้รู้ว่า การดุ การตั้งกฎหรือระเบียบวินัยของครู เป็นสิ่งเดียวที่คอยคล้ำชูให้ผู้เขียนเห็นทางแห่งความสำเร็จของชีวิต ดั่งความหมายที่ว่า ครูคือ ผู้ที่มีความสามารถให้คำแนะนำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเรียน สำหรับนักเรียน หรือ นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน มีหน้าที่ หรือมีอาชีพในการสอนนักเรียนเกี่ยวกับวิชาความรู้ หลักการคิดการอ่าน รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน โดยวิธีในการสอนจะแตกต่างกันออกไปโดยคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน และนอกจากการสอนแล้วครูยังเป็นผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี สอนในคุณงามความดีเพื่อเป็นแม่แบบให้เด็กได้ปฏิบัติตามทั้งต่อหน้าและลับหลัง (ความหมายอ้างอิงโดย วิกิพีเดีย) ครูคือผู้ให้ ครูคือผู้สร้าง ครูคือผู้เสียสละ และครูคือเรือจ้างลำเล็กๆที่คอยปกป้องคุ้มครองลูกศิษย์ส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่งเป้าหมายที่มุ่งมั่นตั้งใจเอาไว้
ในความข้างต้นที่กล่าว ในฐานะที่ผู้เขียนจะได้เป็นครูนั้น ผู้เขียนอยากให้ผู้ที่ได้อ่านบทความนี้ได้รับรู้ว่า การดุด่าว่ากล่าว การตักเตือน หรือแม้ไม้เรียวที่ครูเคยฝากไว้บนมือก็ดี แขนก็ดี ขาก็ดี หรือแม้กระทั่งก้น
ของท่านก็ดี ขอให้พวกท่านได้รับรู้เอาไว้ว่ารอยเหล่านั้นมิได้สร้างขึ้นเพื่อความเกลียดชังแต่สร้างขึ้นด้วยความรักและความเมตตา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูใจดวงใจ



ความเห็น (0)