Thailand's Economic Outlook 2017 : Towards Sustainability

Thailand’s Economic Outlook 2017

วันที่ 14 ตุลาคม 2559 ได้รับ e-mail จากฝ่ายอบรม หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ เชิญเข้าร่วมงาน Thailand’s Economic Outlook 2017 Toward Sustainability ในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯผมได้ทำการลงทะเบียน online โดยทันที่หลังจากอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ส่งมาให้และได้รับการตอบกลับทาง e-mail เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ยืนยันสำรองที่นั่งพร้อมรหัสการลงทะเบียน และกำหนดการ รวมถึงข้อความแจ้งให้นำรหัสการลงทะเบียนพร้อมบัตรประชาชนมาแสดงตอนลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

วันที่ 21 ตุลาคม 2559 ผมออกจากบ้านตั้งแต่ 7.00 น เพื่อไปลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ปรากฏว่าไปถึงโรงแรมที่จัดงานเวลา 8.00 น เห็นเจ้าหน้าที่ของผู้จัดงานนั่งประจำที่โต๊ะลงทะเบียนแล้ว ทั้งๆที่โปรแกรมแจ้งว่าเริ่มลงทะเบียน 8.30-9.30 น จึงเข้าไปสอบถามว่าสามารถลงทะเบียนได้หรือยัง เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเปิดลงทะเบียนเวลา 8.30 น ผมจึงเดินไปหาที่นั่งเพื่อฆ่าเวลาจนใกล้เวลาเปิดลงทะเบียน จึงเดินกลับมาที่โต๊ะลงทะเบียนอีกครั้ง ต้องไปยืนต่อคิวเพื่อลงทะเบียน หลังลงทะเบียน มีบริการอาหารเช้าแบบช่วยตัวเองบริเวณหน้าห้องสัมมนา อาหารดี การเตรียมการและการบริการของเจ้าหน้าที่โรงแรมดีเยี่ยม แต่เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนของฝ่ายจัดงานไม่ค่อยเป็นกันเองกับผู้มาลงทะเบียนเท่าไหร่ แถมช้า

เปิดให้เข้าห้องสัมมนาประมาณ 9.00 น เวลาประมาณ 9.20 น พิธีกรออกมาทักทายผู้เข้าร่วมสัมมนาและแจ้งว่าอีก 10 นาทีจะเริ่มการสัมมนา เวลา 9.30 น พิธีกรกล่าวเชิญผู้เข้าร่วมงานเข้าห้องสัมมนา เปิดวีดีทัศน์แนะนำการจัดงาน หลังจากนั้นกล่าวเชิญผู้บริหารของ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ออกมากล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาและขอเชิญทุกท่านยืนสงบไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์รมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 9 นาที

ปาฐกถาพิเศษ Thailand’s Economic Outlook 2017 : Toward Sustainability โดย ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื้อหาในการปาฐกถานำมาจากพระราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานในพิธีต่างๆ

หลังจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษ Thailand 4.0 : From Vision to Action โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื้อหาของปาฐกถาเป็นการนำพิมพ์เขียว ของ Thailand 4.0 โมเดล ขับเคลื่อนสู่ ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ซึ่งเป็นเอกสารใหม่ล่าสุด ที่นำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้นำเสนอเพียงบางส่วนเนื่องจากผู้จัดกำหนดให้เวลาท่านนำเสนอแค่ 30 นาที อย่างไรก็ตามท่านได้นำเสนอถึง 90 นาที ทำให้เวลาล่าช้าออกไป เป็นเหตุให้ทางผู้จัดไม่เปิดเวลาให้กับผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น จากที่ผมได้พิจารราจากการนำเสนอมีความเห็นว่าเอกสารชุดนี้มีความสำคัญมาก ควรที่จะมีการนำไปเผยแพร่และทำการศึกษาเพื่อให้เกิดกระบวนการที่จะนำไปปฏิบัติในแต่ละภาคส่วนเพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับท่านที่ต้องการได้เอกสารครบชุดขอให้ติดต่อสอบถามจากเลขาท่านรัฐมนตรีช่วย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ครับ ไม่ทราบว่าท่านจะจัดให้ได้หรือไม่

สรุปประเด็นในการนำเสนอ Thailand 4.0 : From Vision to Action โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

ประเทศไทยติดอยู่ในกับดัก 3.0 มาหลายศตวรรษ ได้แก่ รายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำ และความไม่สมดุล

UNESCO ประกาศให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนการอยู่ดีมีสุขของสังคมโลก

Thailand 4.0 ยึดเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสอดรับอย่างลงตัวกับการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

รัฐนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ 4.0

ฐานของเศรษฐกิจพอเพียงมาจาก พึ่งพาตัวเอง พึ่งพากันเอง รวมเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง

คลาสเตอร์ 18 กลุ่มของแผนยุทธศาสตร์จังหวัดมีพลังในตัวเองเพื่อนำไปเชื่อมต่อโลกภายนอก

การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากวัฒนธรรม

หลังจบการนำเสนอ Thailand 4.0 : From Vision to Action ต่อด้วยรายการเสวนา Transforming Thailand into a Sustainable Economic โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ไม่เชื่อว่า Thailand 4.0 จะนำไปปฏิบัติได้ตามแผนที่ได้นำเสนอ ใครจะเป็นผู้นำไปปฏิบัติ ภาครัฐพร้อมและมีความสามารถในการทำได้หรือไม่ รัฐมนตรี ท่านอื่นๆเห็นด้วยหรือไม่

ราชการวางแผนมากแต่ไม่ทำ แผนแม่บทไม่สำคัญ ที่สำคัญคือต้องทำเลย ทำจริงๆ

ไม่เชื่อว่าคนไทยจะไปถึง 4.0 ได้ เนื่องจากมีแต่แผนแต่ไม่มีคนทำ อาจมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไปถึง มีจำนวนประมาณ 20% แต่กลุ่มคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและมีการศึกษาต่ำจะไปไม่ถึงต้องพึ่งพาลูกหลาน มีจำนวน 40-50%

คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารและเทคโนโลยีสารสนเทศ บมจ บางจากปิโตเลียม

นำเสนอในเรื่องการดำเนินงานของบางจาก ซึ่งประสบผลสำเร็จด้วยดี บางจากเข้าสู่ Thailand 4.0 ได้แน่นอน

เห็นด้วยกับ ดร.สมชัย จิตสุชน ว่าต้องทำเลยไม่ใช่มีแต่แผน ขอให้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวมาทำจริงๆ

ผู้บริหารต้องลงไปทำ ไม่ใช่ได้แต่สั่งและปล่อยให้คนอื่นทำ

คุณสัญชัย อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การเงินและสนับสนุนธุรกิจ ธนาคาร ยูโอบี (ไทย)

เห็นว่าคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ต้องเน้นคนที่ ความรู้ ได้แก่รู้จริง รู้ชอบ และรู้ลึก + คุณธรรม ได้แก่การปลูกฝัง คุณธรรม สิ่งที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์ เหมาะสม ทุกคนต้องเริ่มจากตัวเราเอง ไม่ต้องรอคนอื่น เน้นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร

ยึดแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ช่วงบ่าย เสวนา Thailand’s Economic Outlook 2017 อนาคตเศรษฐกิจไทย 2560 โดย

ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่านนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่งออกยังไม่ดี ความต้องการน้อย ทำให้การลงทุนไม่โต ภาครัฐลงทุนไปแล้วแต่เป็นโครงการเล็กๆทำให้ภาคเอกชนยังไม่กล้าลงทุน เรากำลังก้าวสู่ภาคบริการมากขึ้น อุตสาหกรรมขยับตัวช้ากว่าภาคบริการ ภาคบริการเม็ดเงินลงทุนน้อยกว่าภาคอุตสาหกรรม เข่นลงทุนสร้างโรงแรม กับลงทุนสร้างโรงกลั่น การลงทุนแตกต่างกันมาก การลงทุนกระจุกในบางสาขา ภาคอุตสาหกรรมลงทุนน้อยลง ภาครัฐทำได้ดีในการประคอง เยียวยา แต่ถ้าหวังให้รัฐเป็นตัวกระตุ้นการลงทุนคงไม่ใช่ต้องอยู่ที่ภาคเอกชน

ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทย กลุ่มธนาคารโลก

ไตรมาส 3-4 ธุรกิจชะลอตัวลงแบบค่อยเป็นค่อยไป การบริหารการลงทุนของภาครัฐยังต่ำ ถึงแม้นจะเทียบกับรัฐบาลก่อนๆ อาจจะดีขึ้น แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นถือว่าต่ำลง การส่งออกการบริการยกเว้นท่องเที่ยวยังไม่ดี เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง เอกชนขาดแรงงานที่มีทักษะ ซึ่งมีอยู่ในไทยนานแล้ว

คุณสังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมตัว สร้างจริงจะเริ่มต้นปี เริ่มมีการซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่จะเห็นชัดๆจะเป็นกลางปี

คุณฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย

ธุรกิจค้าปลีกจะโตตามธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โต ค้าปลีกจะขายได้ นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเข้ามามากน้อยแค่ไหน ค้าปลีกและอาหารไม่ได้อานิสง คนระดับกลางลงล่างการซื้อต่ำ แต่ระดับกลางขึ้นบนยังมีกำลังซื้ออยู่ยังเติบโต พูดถึง Thailand 4.0 เห็นว่าบางอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องไปถึง 4.0 แค่ 1.0 ก็พอ ยุทธศาสตร์ดีหรู แต่คนและกระบวนการเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของประเทศไทย การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญกับ Thailand 4.0 แต่การศึกษาเราเป็นแค่ 0.4 จึงคิดว่า Thailand 4.0 เป็นไปได้ยาก

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์

ตัวเลขสินเชื่อไม่โตเลย การขยายกิจการหรือเปิดกิจการของนักลงทุนน้อยลง ชะลอตัว ท่องเที่ยวกับคมนาคมที่ใช้สินเชื่อของธนาคาร ที่เหลือแทบไม่ใช้เลย การลงทุนของภาครัฐเป็นการลงทุนในโครงการขนาดเล็ก ทำให้เอกชนไม่สนใจที่จะลงทุนมากขึ้น

คุณศรีวรรณ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ ปตท

น้ำมันผันผวนมาก คนใช้น้ำมันมากขึ้น ราคาผันผวนทำให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพราะไม่แน่ใจต้นทุนด้านน้ำมัน ปตท กระทบกับความผัวผวนของน้ำมันแต่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค

สรุปความเห็นส่วนตัว คิดว่า แผน Thailand 4.0 ที่ ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นแผนที่ดี โดยเฉพาะมีความเข้าใจว่าเรื่องคนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และมีแผนเรื่องการสร้างคนและพัฒนาคนอย่างชัดเจนรวมอยู่ด้วย ผิดกับแผนอื่นๆที่รัฐบาลทำออกมาที่ไม่ได้เน้นที่การสร้างและพัฒนาคนเช่นแผนที่นำเสนอนี้ ฟังจากวิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนาแล้วมีความรู้สึกว่า ส่วนมากไม่เชื่อแผนที่นำเสนอเนื่องจากภาพพจน์เก่าๆที่ผ่านมา และไปคาดว่าแผนจะสำเร็จเป็นไปได้จะต้องมาจากภาครัฐ โดยเฉพาะแผนการสร้างคนและพัฒนาคน ซึ่งเป็นเรื่องของทุกภาคส่วน ไม่ใช่ไปโยนให้ภาครัฐเท่านั้น ผมเข้าใจว่าคนส่วนมากยังไม่เข้าใจเรื่องการสร้างคนและการพัฒนาคนอย่างแท้จริง คิดว่าคนไทยด้อยการศึกษาและไม่มีคุณภาพ ซึ่งความจริงคนไทยไม่ได้แพ้ชนชาติใด เพียงแต่ผู้ประกอบการและภาคเอกชนไม่เคยคิดที่จะสร้างคน คิดแต่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากคน ไม่มีใครยอมลงทุนเรื่องคน ไม่ปลูก และบำรุง คิดแต่จะเก็บเกี่ยวเอาแต่ผลประโยชน์เท่านั้น ผมมีความเชื่อมั่นว่าแผน Thailand 4.0 นี้เป็นไปได้ ถ้าทุกภาคส่วนให้ความสนใจและศึกษาให้รู้จริง และนำไปปฏิบัติในแต่ละภาคส่วน ให้ลงมือทำ เริ่มจากตัวเอง ครอบครัว องค์กรที่รับผิดชอบ ประชาชนในสังคม และประชาชนทุกคน อย่ามัวแต่เกี่ยงกัน ลงมือทำอย่างจริงจัง โดยทำตามรูปแบบและแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับแผนที่นำเสนอคิดว่าจะต้องไปปรับแต่งการนำเสนอให้เป็นส่วนๆ แยกส่วนภาพกว้าง และส่วนภาพลึกของแต่ละส่วนออกจากกัน เพราะถ้าใช้เอกสารที่ท่าน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ นำเสนอครั้งเดียวทั้งหมด จะมากไป ทำให้คนขาดความอดทนที่จะให้ความสนใจ

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

23 ตุลาคม 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

Thailand 4.0 : From Vision to Action โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

ประเทศไทยติดอยู่ในกับดัก 3.0 มาหลายศตวรรษ ได้แก่

- รายได้ปานกลาง

- ความเหลื่อมล้ำ และ

- ความไม่สมดุล


อ่านแล้วเศร้าจังเลย ....


เขียนเมื่อ 

ความจริงประเทศไทยไม่ได้ขาดคนดีคนเก่ง แต่เราขาดความมุ่งมั่นและทำเพื่อสังคมและประเทศชาติ ถ้าคนไทยที่บอกว่ารักในหลวง ทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติกันคนละ 10% ของในหลวง ป่านนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร Dr.Ple ลองนึกภาพดูครับ อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรสายเกินแก้ ก็หวังว่าคนไทยจะเปลี่ยนความคิด และหันมาทำไม่ใช่ได้แต่พูดและโยนภาระให้คนอื่น เกียงกันทำงานแต่แย่งกันเอาหน้า เหมือนในอดีต