ข้อสอบ Ergonomic

กรณีศึกษาที่1

เคสวัย 65 ปีที่เป็นรูมาตอยด์ มา 5 ปี แล้วต้องดูแลแม่วัย 97 ปี ไม่ได้ทำงานประจำ เดิมมีความสามารถเป็นผู้จัดการบริษัท และชอบทำอาหาร กำลังกลุ้มใจเพราะมีหนี้สินกว่า 2 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาวิเคราะห์ตาม PEOP ได้ดังนี้

P = Person

E = Environment

O = Occupation

P = Performance

- อายุ 65 ปี

- เป็นรูมาตอยด์มา 5 ปี

- ต้องดูแลแม่วัย 97 ปี

- ปัจจุบันกำลังกลุ้มใจเรื่องหนี้สิน (มีความเครียด)

Physical

-

Social

- อยู่กับแม่

Economics status

-สถานะทางการเงิน ไม่ค่อยดี เนื่องจากมีหนี้สินและไม่มีงานประจำทำ

Leisure

- ชอบทำอาหารไทย

Work

- เดิมเคยเป็นผู้จัดการบริษัทก่อสร้างต่างชาติ

- ปัจจุบันไม่มีงานประทำ

- มีความสามารถในการวางแผนจัดการ เนื่องจากเคยทำงาน เนื่องจากเคยทำอาชีพผู้จัดการ

- มีความสามารถในการทำอาหารไทย

Negative Role Transformation >> ผู้รับบริการเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดการเป็นบุคคลไม่มีงานประจำทำ

จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาวิเคราะห์ Job Analysis ได้ดังนี้

งานที่ส่งเสริมให้ผู้รับบริการทำคือ อาชีพขายอาหารอยู่ที่หน้าบ้าน เนื่องจากการทำอาหารเป็นกิจกรรมยามว่างที่ผู้รับบริการสนใจ แต่เนื่องจากผู้รับบริการต้องดูแลแม่ที่มีอายุมากแล้วจึงควรดูแลอยู่ใกล้จึงเหมาะสม

กิจกรรมที่ทำในงาน

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในการทำกิจกรรม

ความสามารถที่ช่วยส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคในการทำงาน

การซื้อวัตถุดิบ/อุปกรณ์

- การจัดการด้านการเงิน (Money Management)

- มีความรู้ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอาหาร

- ผู้รับบริการมีความรู้ในการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอาหาร เนื่องจากเคยทำอาหารมาแล้ว

*** ประเมินเพิ่มเติม ***

- ประเมินด้านการจัดการเงินของผู้รับบริการเพิ่มเติมว่ามีการวางแผนด้านการมใช้เงินที่เหมาะสมหรือไม่

ขั้นตอนในการทำอาหาร

- ทักษะและความคล่องแคล่วในการทำงานของมือ (hand function &hand dexterity)

- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรยางค์บน (muscle strength)

- ความทนทานของกล้ามเนื้อรยางค์บน (muscle endurance)

- มีความรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร

- ผู้รับบริการมีความรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร เนื่องจากเป็นกิจกรรมยามว่างที่ผู้รับบริการชอบทำ

- จากอาการของโรคที่มักจะปวดบริเวณข้อขณะทำกิจกรรมส่งผลให้ความคล่องแคล่วในการทำงานของผู้รับบริการลดลง

*** ประเมินเพิ่มเติม ****

- ประเมิน hand function &hand

Dexterity

- ประเมิน muscle strength

- ประเมิน muscle endurance

- ประเมิน Pain scale ว่าผู้รับบริการมีความเจ็บมากน้อยแค่ไหนในการทำกิจกรรม

- ประเมิน fatigue Management

ขายอาหาร

- ทักษะในการเข้าสังคม (social participation)

- ทักษะในการวางแผน (Planning)

*** ประเมินเพิ่มเติม ***

- ประเมินลักษณะการแสดงออกภายใน และทักษะในการสื่อสารของผู้รับบริการ

- ประเมินทักษะในการวางแผนในการประกอบอาชีพ โดยการจำลองสถานการณ์ (role play)

Problem list

  1. อาการจากโรครูมาตอยด์อาจส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
  2. ผู้รับบริการมีความเครียดจากภาวะหนี้สิน
  3. ผู้รับบริการยังไม่มีงานประจำทำ

Goal

  1. ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์และสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์
  2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์
  3. ผู้รับบริการสามารถประกอบอาชีพขายอาหารได้ หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Intervention

Goal

intervention

1. ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์และสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Energy conservation & joint protection techniques

Therapeutic activity :

- แนะนำหลักการในการแบ่งช่วงในการทำกิจกรรม ไม่ให้ทำกิจกรรมนานจนเกิน ในระหว่างการทำกิจกรรมให้มีช่วงเวลาพัก

- แนะนำหลักการเกี่ยวกับการกระจายแรง เช่น การใช้มือสองข้างในการทำกิจกรรมแทนการใช้มือข้างเดียว หรือ การใช้แรงจากข้อต่อใหญ่แทนข้อเล็ก

- แนะนำวิธีการลดปวดโดยการประคบร้อน หรือการแค่แช่น้ำอุ่น

- ส่งเสริมให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวบ่อยแต่ไม่หักโหม เพื่อป้องกันภาวะข้อติด

- ส่งเสริมท่าออกกำลังกาย โดยเฉพาะนิ้วมือ มือและแขน เช่นการบีบฟองน้ำ ลูกบอลยาง เป็นต้น

2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Relaxation Training

Therapeutic use of self

Therapeutic activity:

- พูดคุยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการเปิดใจ

- ให้ผู้รับบริการเริ่มสำรวจตนเองว่าเมื่อตนเองเริ่มมีภาวะความเครียด ตนเองมีพฤติกรรมอย่างไรแสดงออกอย่างไรและมีวิธีการจัดการกับความเครียด ที่เกิดขึ้นอย่างไร

- แนะนำหลักการ Relaxation Training เช่น การเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้แล้วคลาย

ออก, การจินตนาการภาพในสมอง และการเปิดเพลงบรรเลง เป็นต้น

3. ผู้รับบริการสามารถประกอบอาชีพขายอาหารได้ หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation, MOHO

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Role play

Therapeutic use of self

Therapeutic activity:

- กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการประกอบอาชีพให้ผู้รับบริการ

- Work condition: ให้ความรู้และคำแนะนำในการประกอบอาชีพในส่วนที่ผู้รับบริการยังขาดอยู่ หรือแนะนำให้ผู้รับบริการหาความรู้เพิ่มเติมจากกลุ่มอาชีพหรือการฝึกอบรม

- Work hardening:

ให้ผู้รับบริการลองลงมือทำอาหารในหลายเมนู เพื่อดูว่าตนเองยังมี ข้อบกพร่องใดอยู่บ้าง เป็นการสำรวจตนเอง , จำลองสถานการณ์

การขายอาหารจริงๆ เมื่อผู้รับบริการต้องเจอกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า มีวิธีแก้ไขยังไง

- Job modification:

ปรับอุปกรณ์ให้มีเหมาะสม โดยลดการแรงเยอะ , อุปกรณ์อยู่ใกล้มือ หยิบจับสะดวก, ปรับสภาพแวดล้อมบริเวณที่ใช้ในการทำงาน เช่น ก๊อกน้ำเปลี่ยนจากหมุนเป็นแบบก้านแทน เป็นต้น

Re-assessment

Goal

Re-assessment

1. ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์และสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์

ผู้รับบริการสามารถบอกวิธีในการดูแลตนเองและสามารถปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามหลักการ

2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

ผู้รับบริการมีภาวะความเครียดที่ลดลงและสามารถจัดการกับความเครียดของตนเองได้อย่างเหมาะสม ประเมินโดยการสัมภาษณ์และการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทางและคำพูด

3. ผู้รับบริการสามารถประกอบอาชีพขายอาหารได้ หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

ผู้รับบริการสามารถประกอบอาชีพขายอาหารได้


กรณีศึกษาที่ 2

เคสวัย 70 ปีที่เป็นสมองเสื่อมมา 3 ปี ไม่อยากออกสังคม เงียบอยู่คนเดียว เดิมเป็นทนายความ และเครียดด้วยภาวะหนี้สินสะสมจากคดีความไม่สำเร็จ แต่อยากช่วยครอบครัวทำงานแบบกิจกรรมยามว่าง ชอบปลูกต้นไม้

จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาวิเคราะห์ตาม PEOP ได้ดังนี้

P = Person

E = Environment

O = Occupation

P = Performance

- อายุ 70 ปี

- เป็นสมองเสื่อมมา 3 ปี

- ไม่อยากออกสังคม เงียบอยู่คนเดียว

- ปัจจุบันมีความเครียดด้วยเรื่องหนี้สิน

Physical

-

Social

- อยู่กับครอบครัว

Economics status

-สถานะทางการเงิน ไม่ค่อยดี เนื่องจากมีหนี้สินและไม่มีงานประจำทำ

Leisure

- ชอบปลูกต้นไม้ทานได้

Work

- เดิมเคยทนายความ

- ปัจจุบันไม่ได้ทำงาน

- ไม่อยากเข้าสังคม อยู่เงียบคนเดียว

Motivation: ผู้รับบริการอยากช่วยครอบครัวทำงานแบบกิจกรรมยามว่าง

Motivation: ผู้รับบริการอยากช่วยครอบครัวทำงานแบบกิจกรรมยามว่าง

Negative Role Transformation>> ผู้รับบริการเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดการเป็นบุคคลไม่มีงานประจำทำ

จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาวิเคราะห์ Job Analysis ได้ดังนี้

งานที่ส่งเสริมคือ การปลูกพืชผักสวนครัว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้รับบริการสนใจและสามารถนำไปต่อยอดไปรายได้ได้หรือสามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อลดรายจ่ายของครอบครัวได้ โดยอาจจะเริ่มปลูกจากแปลงเล็กๆที่สวนหลังบ้านก่อน ค่อยๆเพิ่มพื้นที่

กิจกรรมที่ทำในงาน

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในการทำกิจกรรม

ความสามารถที่ช่วยส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคในการทำงาน

การเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการจะปลูก

- มีความรู้ในการเลือกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่ปลูก

*** ประเมินเพิ่มเติม ***

- ประเมินความสามารถเกี่ยวกับความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ โดยการสัมภาษณ์

- ประเมินความรุนแรงของอาการสมองเสื่อมของผู้รับบริการ ว่ามีระดับความรุนแรงระดับไหน สูญเสียการทำงานในส่วนไหน

เตรียมแปลงที่ดินที่ใช้สำหรับเพาะปลูก

- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรยางค์บน (muscle strength)

- ความทนทานของกล้ามเนื้อรยางค์บน (muscle endurance)

- มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเพาะปลูก

- ผู้รับบริการมีความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก เนื่องจากเป็นกิจกรรมยามว่างที่ผู้รับบริการชอบทำ

*** ประเมินเพิ่มเติม ****

- ประเมิน muscle strength

- ประเมิน muscle endurance

- ประเมินภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพเพิ่มเติม

ว่านเมล็ด

- ทักษะและความคล่องแคล่วในการทำงานของมือ (hand function &hand dexterity)

- ผู้รับบริการมีทักษะและความคล่องแคล่วในการทำงานของมือ เนื่องจากภาวะโรคไม่ได้ส่งผลกระทบ

ดูแลในระยะปลูก เช่น รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย เป็นต้น

- ทักษะการวางแผน (planning)

- ทักษะด้านความคิดและความจำ (cognitive & Memory)


- จากอาการของโรคพบว่าจะส่งผลกระทบต่อด้านความคิดและความจำ

*** ประเมินเพิ่มเติม ***

- ประเมินทักษะในการวางแผนในการทำกิจกรรม

เก็บผลผลิต

- ทักษะการวางแผน (planning)

- มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเก็บผลผลิต

*** ประเมินเพิ่มเติม ***

- ประเมินทักษะในการวางแผนในการทำกิจกรรม

- ประเมินความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเก็บผลผลิต โดยการสัมภาษณ์

Problem list

  1. ผู้รับบริการไม่อยากออกสังคม เงียบอยู่คนเดียว
  2. ผู้รับบริการมีความเครียดจากภาวะหนี้สินสะสมจากคดีความที่ไม่สำเร็จ
  3. อาการจากโรคสมองเสื่อมส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
  4. ผู้รับบริการไม่ได้ทำงาน แต่อยากช่วยครอบครัวทำงานแบบกิจกรรมยามว่า

Goal

  1. ผู้รับบริการเริ่มมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น 1 กิจกรรม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์
  2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์
  3. ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์
  4. ผู้รับบริการสามารถปลูกพืชผักสวนได้ด้วยตนเอง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Intervention

Goal

intervention

1.ผู้รับบริการเริ่มมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น 1 กิจกรรม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation, Psychosocial FoR

Approach: Promote

Technique: therapeutic use of self, therapeutic relationship

Therapeutic activity :

- สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการและครอบครัว

- แนะนำผู้ดูแลหรือครอบครัวเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของโรค และอาการของโรค เพื่อครบครัวหรือผู้ดูแลจะได้ยอมรับและปฏิบัติตนผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช้อารมณ์ในการดูแลผู้รับบริการ

- ส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น โดยเริ่มคนใกล้ตัวคือในครอบครัวก่อน ส่งเสริมครอบครัวพูดคุยกับผู้รับบริการบ่อยๆ เพื่อให้ผู้รับบริการเรียนรู้ทักษะในการสื่อสารร่วมกับผู้อื่น

- กระตุ้นความสนใจของผู้รับบริการโดยการทำกิจกรรมใกล้ๆผู้รับบริการก่อน สังเกตว่าผู้รับบริการ เริ่มชวนพูดคุย ชักจูงมาร่วมทำกิจกรรม

- ส่งเสริมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแบบการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น เพื่อจะได้เป็นทางการนำไปใช้ของผู้รับบริการ

2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Relaxation Training

Therapeutic use of self

Therapeutic activity:

- พูดคุยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการเปิดใจ

- ให้ผู้รับบริการเริ่มสำรวจตนเองว่าเมื่อตนเองเริ่มมีภาวะความเครียด ตนเองมีพฤติกรรมอย่างไรแสดงออกอย่างไรและมีวิธีการจัดการกับความเครียด ที่เกิดขึ้นอย่างไร

- แนะนำหลักการ Relaxation Training เช่น การเกร็งกล้ามเนื้อ

ค้างไว้แล้วคลายออก, การจินตนาการภาพในสมอง และการเปิดเพลงบรรเลง เป็นต้น

3.ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Cognitive training, Assistive Device

Therapeutic activity :

- แนะนำผู้ดูแลหรือครอบครัวเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของโรค และอาการของโรค เพื่อครบครัวหรือผู้ดูแลจะได้ยอมรับและปฏิบัติตนผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช้อารมณ์ในการดูแลผู้รับบริการ

- ส่งเสริมเรื่องการทานยาให้ตรงตามเวลาและครบทุกมื้อ เนื่องจากการทานยาจะช่วยลดการดำเนินโรคที่แย่ได้ ในกรณีที่ผู้รับบริการไม่สามารถจัดยารับประทานได้เอง ก็แนะนำ/จัดหาอุปกรณ์ช่วย เพื่ออำนวยความสะดวกในการกินยาให้ผู้รับบริการ

- แนะนำอุปกรณ์ที่ช่วยเตือนความจำ เช่น สมุดบันทึก/ตารางบันทึกการกินยา-กินข้าว, นาฬิกาปลุกเตือนให้กินยา, การติดแทบสีเพื่อช่วยเตือนในการเปิด-ปิดสวิตส์ เป็นต้น

4. ผู้รับบริการสามารถปลูกพืชผักสวนได้ด้วยตนเอง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

Frame of reference: Physical Rehabilitation, MOHO

Approach: Educational, Promote

Technique: Teaching & learning process, Role play

Therapeutic use of self

Therapeutic activity:

- กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการประกอบอาชีพให้ผู้รับบริการ โดยใช้กิจกรรมที่ยู่รับบริการสนใจเป็นตัวกระตุ้น

- Work condition:

ให้ความรู้และคำแนะนำในเพาะปลูกเพิ่มเติมในส่วนที่ผู้รับบริการยังขาดความรู้, แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือพืชผักที่ผู้รับบริการสนใจเพื่อให้ผู้รับ

บริการสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตนอง

- Work hardening:

ให้ผู้รับบริการลองลงมือปลูกผักจริงๆเพื่อจะได้ค้นหาในขั้นตอนที่ผู้รับบริการยังขาด

อยู่

- Job modification:

จัดอุปกรณ์ให้อยู่ในที่ที่สะดวกต่อการใช้ ควรมีชื่ออุปกรณ์ติดอยู่บริเวณที่เก็บเพื่อจะ

ได้ง่ายต่อการหยิบใช้งานและเป็นช่วยเตือนความจำให้ผู้รับบริการ, มีตารางบันทึกการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน ประจำวันเพื่อช่วยเตือนความจำ

Re-assessment

Goal

Re-assessment

1. ผู้รับบริการเริ่มมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรร่วมกับผู้อื่น 1 กิจกรรม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

- ผู้รับบริการสามารถมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมไปอย่างน้อย 1 กิจกรรม

2.ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดของตนเองได้เหมาะสม หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

- ผู้รับบริการมีภาวะความเครียดที่ลดลงและสามารถจัดการกับความเครียดของตนเองได้อย่างเหมาะสม ประเมินโดยการสัมภาษณ์และการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทางและคำพูด

3. ผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลา 2 สัปดาห์

- ผู้รับบริการสามารถบอกวิธีในการดูแลตนเองและสามารถปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามหลักการ

4. ผู้รับบริการสามารถปลูกพืชผักสวนได้ด้วยตนเอง หลังเข้ารับบริการทางกิจกรรมบำบัดภายในเวลาสัปดาห์ 4 สัปดาห์

- ผู้รับบริการสามารถปลูกพืชผักสวนครัวได้เอง

Reference:

  1. Johannesen M, LoGiudice D. Elder abuse: a systematic review of risk factors in community-dwelling elders. Age and Ageing. 2013.
  2. Helewa A, Goldsmith CH, Tugwell P, Hanes B, Bombardier C, Smythe HA, et al. Effects of occupational therapy home service on patients with rheumatoid arthritis. The Lancet. 1991;337(8755):1453-6
  3. Zingmark M, Fisher AG, Rocklöv J, Nilsson I. Occupation-focused interventions for well older people: An exploratory randomized controlled trial. Scand J Occup Ther. 2014 Nov 1;21(6):447–57.</span>



    </li> </ol>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Occupational therapy



ความเห็น (0)