ปฎิบัติธรรมคืออะไร ทำแล้วได้อะไร???

คำว่าปฏิบัติธรรมมาจากคำว่า “ปติ” หรือว่า “ปัตติ”

“ปัตติ” แปลว่าการเข้าถึง “ปติ” แปลว่าเฉพาะ
ความหมายโดยรวมคือการปฏิบัติให้เข้าถึงเฉพาะ ดังนั้นการปฏิบัติธรรมคือการทำจิตให้เข้าถึงเฉพาะ

การเข้าถึงเฉพาะในที่นี้หมายถึง เข้าถึงสิ่งสองสิ่งตามความจริง คือการเข้าถึงความรู้สึกของตนเอง และเข้าถึงสิ่งที่มาปรากฏกับความรู้สึกของตัวเอง

การเข้าไปมองเห็นความรู้สึกที่ค่อย ๆ มาปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง หรือสิ่งที่มากระทบกายเกิดขึ้นมาแล้วแปรเปลี่ยนไป เรียกว่า อนิจจัง เห็นความคงอยู่ที่คงอยู่ที่คงอยู่ไม่ได้ เรียกว่าทุกขัง เห็นการดับไปของความรู้สึกกลายเป็นของว่าง เรียกว่าอนัตตา นี่คือการเข้าถึงเฉพาะ ซึ่งสามารถเข้าถึงด้วยสติและสัมปชัญญะ ต้องเจริญสติ ถ้าไม่เจริญสติเราก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงเฉพาะได้

การเข้าถึงเฉพาะจะทำให้ใจของเราเกิดความหนักแน่น ไม่รู้สึกชื่นชมยินดี ถูกตำหนิติเตียนก็รู้สึกเฉย ๆ วางเฉยได้ ทำให้เรามองเห็นความเป็นจริงว่า สิ่งที่มาปรากฎกับความรู้สึกของตัวเราสุดท้ายกลายเป็นของว่าง ใจเลยวางเฉยได้ พอวางเฉยได้ก็เลยไม่โกรธ ไม่ทุกข์ตรม ไม่ลิงโลดใจ

พระอาจารย์บอกว่าปฏิบัติธรรมแล้วจะทำให้วางเฉยได้ อย่างนี้แสดงว่าการปฏิบัติธรรมก็เหมาะกับคนประเภทชอบเกรี้ยวกราดหรือควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ใช่ไหมคะ!

ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นคนที่ควบคุมตัวงเองได้หรือไม่ได้นะ ตราบใดที่เป็นปุถุชนอยู่ ไม่มีใครสามารถทนทุกข์ได้ ทั้งคนที่เกรี้ยวกราด ใจก็ยังหวั่นไหวอยู่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้ใจให้ไม่ทุกข์จำเป็นต่อทุกคนนั่นละ

การปฏิบัติธรรมจะทำให้จิตใจเราหนักแน่น ไม่หวั่นไหว ส่วนมากที่เป็นทุกข์กันเพราะใจหวั่นไหว ถูกด่าก็หวั่นไหว ถูกชมก็หวั่นไหว ทนไม่ได้ ต้องไปมีเรื่องกับเขา

แล้วการปฏิบัติธรรมกับการเจริญกรรมฐานต่างกันไหมคะ!

เราเรียก การปฏิบัติธรรมว่าการเจริญกรรมฐาน ซึ่งแปลว่าการกระทำการงาน แล้วงานที่ว่านี้เป็นงานทางใจ การปฏิบัติธรรมก็เป็นการทำงานทางใจ ดังนั้นสองอย่างนี้จึงเป็นสิ่งเดียวกัน

หนูเคยได้ยินมาว่าปฏิบัติธรรมแล้วได้บุญมาก… ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะคะ!

เราต้องเข้าใจก่อนว่าบุญคืออะไร “บุญ” แปลว่าชำระ… ชำระกาย วาจา ใจ ตามภาษาธรรมะเรียกว่าขันธสันดานให้บริสุทธิ์” อันไหนชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์มากก็ได้บุญมาก อันไหนชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์น้อยก็ได้บุญน้อย

ทีนี้เราต้ิองมาดูวิธีการทำบุญ พระพุทธองค์ได้แสดงการทำบุญไว้ ๓ วิธี สำหรับชาวบ้านทั่วไป ที ทาน ศีล และภาวนา ส่วนพระจะใช้ ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะพระไม่มีอะไรจะบริจาคเป็นทาน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.)



ความเห็น (0)