- ท่านผู้อ่านจำประสบการณ์บริจาคเลือดครั้งแรกได้ไหมครับ... ผู้เขียนบริจาคเลือดครั้งแรกที่ศูนย์ฝึกรักษาดินแดน กรุงเทพมหานคร
พอได้ยินประกาศว่า ใครบริจาคเลือด... ไม่ต้องฝึกวันนี้ เสร็จแล้วให้กลับบ้านได้เลย ผู้เขียนรีบไปให้เลือดทันที

- ทุกวันนี้ยังคงนึกถึงพระคุณของคณะอาจารย์ครูฝึก โรงพยาบาลที่ไปออกหน่วย และสภากาชาดไทยเสมอมา เพราะซาบซึ้ง และประทับใจกับการบริจาคเลือดครั้งแรกมากเป็นพิเศษ
โรงพยาบาลที่ผู้เขียนทำงานคงจะคล้ายโรงพยาบาลอื่นๆ แทบทุกแห่งทั่วประเทศที่ว่า เลือดมักจะขาดเสมอ

- นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเขลางค์นคร ลำปาง และนิสิตรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลกที่ไปฝึกงานมีส่วนสำคัญมากในการบริจาคเลือด

ปีนี้ (2549) มีนิสิตรังสีเทคนิค มน. ไปฝึกงาน 4 ท่านได้แก่
- คุณพัฒนา แจ้งสว่าง / ป้อม
- คุณโนรี สรรเพชุดามณี / โน่
- คุณศิริพรรณ รักษาคำ / เชอรี่
- คุณธวัชชัย ตาลผัด / ต้น

นิสิตรุ่นนี้บริจาคเลือดให้โรงพยาบาลครบ 4 ท่าน จึงขออนุโมทนา และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
- อาจารย์ภาควิชารังสีเทคนิคมีสมุดบันทึกการฝึกงานพร้อม เช่น ถ่ายฟีล์มอะไรไปบ้าง ให้ลงวันที่ และอาจารย์ผู้ฝึกสอนไว้ ฯลฯ
นิสิตรุ่นแรกดูจะกลุ้มใจที่ผ่านการฝึกงานไม่ครบทุกประเภท ถ่ายภาพเอกซเรย์ได้ไม่ครบ จึงมีการติดต่ออาจารย์... ขอแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งฝึกที่โรงพยาบาลลำปาง อีกกลุ่มหนึ่งฝึกที่ศูนย์มะเร็งลำปาง

- โรงพยาบาลลำปางเป็นโรงพยาบาลใหญ่ มีการถ่ายภาพเอกซเรย์ครบทั้งตัว(จากหัวจรดปลายเท้า) ส่วนศูนย์มะเร็งลำปางมีที่พัก ทำให้นิสิตประหยัดค่าเช่าที่พัก และดูจะปลอดภัยกว่าไปหาที่พักข้างนอก
โรงพยาบาลผู้เขียนเพิ่งเปิดใช้อาคารใหม่... ย้ายของในช่วงวันที่ 17-19 พฤศจิกายน นิสิตรังสีเทคนิคจึงได้บริจาคเลือดเป็นคนแรก... จะกล่าวว่า ทำพิธีเปิดตึกด้วยการหลั่งเลือด(บริจาค)ก็คงจะได้

- เชอรี่เป็นนิสิตที่เก่งมากในทัศนะของผู้เขียน... สอบได้นักธรรมโทมาเสียด้วย ปกติเธอมักจะไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนคุณแม่บริจาคเลือด และยังไม่เคยบริจาคเลือดมาก่อน
ต้นบริจาคเลือดมาก่อน 2 ครั้ง การให้เลือดครั้งที่ 3 จึงดูไม่แปลกอะไร เรียนเชิญท่านผู้อ่านมาชมบรรยากาศบริจาคเลือดเปิดตึกกันครับ...

- ภาพที่ 1: "กล้าๆ กลัวๆ กับการบริจาคเลือดครั้งแรก" อาจารย์จุ๋ม(เสื้อเหลืองศิษย์เก่า มน.) และอาจารย์กิ๊ฟต์หาเส้นกันใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีเส้น (เส้นเลือดเล็ก)

- ภาพที่ 2: "บริจาคเสร็จรีบดมยาทันที"

- ภาพที่ 3: หลังดมยา(ดม)... ลุกขึ้นมา ทำท่าใจสู้ ชู 2 นิ้ว

- ภาพที่ 3: บริจาคเสร็จแล้ว... เชอรี่กับต้นช่วยพลิกถุงเลือดให้คุณบุญชู (สหายธรรมของผู้เขียนแวะไปบริจาคด้วย) การพลิกถุงเลือดช่วยให้เลือดผสมน้ำยากันเลือดแข็งตัว เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในถุง

- ภาพที่ 4: ภาพนิสิตรังสีเทคนิค(เชอรี่กับต้น)ช่วยพลิกถุงเลือดอีกมุมหนึ่ง

ต่อไปเชอรี่คงไม่ต้องไปเป็นเพื่อนคุณแม่บริจาคเลือด และนั่งรอเฉยๆ อีกต่อไปแล้ว... คราวนี้คงจะได้บริจาคเลือดเป็นประจำทั้งคุณแม่ และคุณลูกทีเดียว...
เชิญชมภาพใหญ่ (1,2) ที่นี่:
- ภาพเชอรี่ตอนก่อนบริจาค > [ Click ] หรือที่นี่ > http://gotoknow.org/file/wullopporn/061121Donation01.jpg
- ภาพเชอรี่ปิดตา ไม่กล้ามองเลือด > [ Click ] หรือที่นี่ >
เชิญชมภาพใหญ่ (3,4) ที่นี่:
- ภาพดมยาหลังบริจาค > [ Click ] หรือที่นี่ >
- ภาพใจสู้ ชู 2 นิ้ว > [ Click ] หรือที่นี่ > http://gotoknow.org/file/wullopporn/061121Donation04.jpg
เชิญชมภาพใหญ่ (5,6) ที่นี่:
เชิญชมภาพใหญ่ (7) ที่นี่:
ขอขอบคุณอาจารย์จีรศักดิ์ คำฟองเครือ และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ถ้าแยกเลือดเป็นส่วนๆ โดยการนำไปปั่น... อาจจะให้คนไข้ได้หลายคน เช่น
ตัวอย่าง เช่น
การบริจาคเลือดก็คล้ายกับการทำความดีอย่างอื่นๆ ตรงที่ว่า "การให้ครั้งแรกยากที่สุด"...
ขอให้อาจารย์จีรศักดิ์ และท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ความเจริญ มีสุขภาพดี และมีโอกาสบริจาคเลือดครั้งต่อไปได้นานๆ...
ขอขอบคุณอาจารย์เจนจิต รังคะอุไร (ตูน) และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
การที่เลือดไหลออกดีน่าจะมาจาก...
(2). เส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นเลือดใหญ่ (แรงต้านทานการไหลแปรผกผันกับรัศมียกกำลังสี่ - ดูจะเป็นไปตามกฏของปัวแซล)
(3). ผู้บริจาคช่วยบีบลูกบอล หรือที่บีบมือดี (hand grip)
(4). ระบบไหลเวียนเลือดดี เช่น กินน้ำมาพอ ทำให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ (ไม่มี dehydration) ฯลฯ
ท่านผู้บริจาคที่เส้นเลือดเล็ก หรือเลือดไหลช้าเวลาบริจาคอาจจะลองออกกำลัง...
(2). ยกของบ้าง เช่น รดน้ำต้นไม้ด้วยถังน้ำแทนใช้สายยางฉีด ฯลฯ
เรื่องบริจาคแล้วอ้วนนี่... ไม่แน่นอนครับ
จากการศึกษาทั้งที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่พบว่า อาหารไทยมีธาตุเหล็กไม่ค่อยพอ... ควรกินยาบำรุงเลือดเพิ่มอย่างนี้...
(2). ผู้หญิง 30 เม็ด / การบริจาค 1 ครั้ง
สถิติโลกที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานพบมีผู้บริจาคท่านหนึ่งให้เลือดมาแล้ว 295 ครั้ง
การบริจาคเลือดเป็นประจำไม่ทำให้เส้นเลือดเปราะ ทว่า...
(2). ผู้รับบริจาค หรือผู้เจาะจะพยายามหลีกเลี่ยง หรืออ้อมไปข้างๆ ไม่เจาะผ่านรูเดิม เนื่องจากการเจาะผ่านแผลเป็นอาจทำให้ผู้บริจาคเจ็บเพิ่มขึ้นได้
การบริหารแขน โดยเฉพาะการยกของ ออกแรงบีบมือ (hand grip) มีส่วนช่วยให้เส้นเลือดดำโต และแข็งแรงเพิ่มขึ้น
คุณหมอวัลลภ อุตสาห์มาแจ้งข่าวถึงที่ ขอขอบพระคุณมากนะคะ นอกจากจะได้เห็นหน้าลูกศิษย์แล้ว ยังได้เห็นลูกศิษย์ทำความดีด้วย ปลื้มใจจังค่ะ <p> เราเพิ่งเสียลูกศิษย์ สาขากายภาพบำบัด ไปหนึ่งคน ด้วยโรค Aplastic anemia น่าสงสารจริงๆ เขาเป็นผู้ชาย ร่างกายก็แข็งแรงดีมาตลอด เรียนจนถึงปี 4 จบเทอมต้นแล้ว กำลังจะไปฝึกงานเทอมปลาย ก็ต้องล้มป่วยอย่างกระทันหัน</p><p> พวกเราพยายามช่วยเหลือกันเต็มที่แล้ว จนได้ไปรักษาที่ กทม. (รพ.รามาฯ) เตรียมปลูกถ่ายไขกระดูก แต่เพราะร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ ปอดจึงติดเชื้อรา และเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง</p><p> เรื่องเลือดนี่ เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ</p>
ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
อาจารย์คลังเลือด มน. ท่านเล่าให้ฟังว่า
ชีวิตเป็นเรื่องไม่แน่นอนครับ...
ขอให้อาจารย์ และท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ความเจริญ มีสุขภาพดี มีโอกาสทำบุญทุกๆ ประการโดยเร็ว...
ขอขอบคุณอาจารย์เมตตา...
ครั้งที่ประทับใจมากคือ อาจารย์ที่เจาะเลือดท่านบอกว่า ตอนนี้ขาดเกล็กเลือด... คราวนี้ขอแถม(เก็บเลือด)ไปมากหน่อย > มากจนถุงพองกลมเลย
พยาบาลศูนย์มะเร็งลำปางบริจาคเลือดเป็นประจำกันมาก... ท่านเหล่านี้อุตส่าห์นั่งรถไปประมาณ 9.5 กิโลฯ ไปให้ที่โรงพยาบาลลำปาง
(1). เจ้าหน้าที่พูดจาดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งที่บ่อยครั้งผู้บริจาคมากจนเลยเวลาอาหารเที่ยง
(2). บริการเร็วแบบ ATM... ทุกขั้นตอนเร็ว และมีระบบ
(3). เจาะเร็วมาก ครั้งเดียวได้ เจ็บน้อยมาก (อาจจะนับเป็นระดับ 400-600 มิลลิวินาที เพราะเข็มผ่านผิวหนังเร็วมาก)...
การนอนก่อนบริจาคเลือด... คำแนะนำของไทยแนะนำให้นอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
วิธีป้องกันเป็นลมหลังบริจาคเลือดง่ายๆ ได้แก่
ขอกราบอนุโมทนาสาธุการกับอาจารย์ และท่านผู้อ่านทุกท่านที่บริจาคเลือด อวัยวะ หรือสนับสนุน เช่น บริจาคของว่าง เครื่องดื่ม พลาสเตอร์ยา ฯลฯ ให้ผู้บริจาคเลือด... สาธุ สาธุ สาธุ
เพิ่งกลับมาจากบริจาคเลือดค่ะอาจารย์ สำเร็จและสบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์เมตตา และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ถ้าอาจารย์เมตตามีภาพห้องบริจาคเลือด มอ.มาฝากบ้างก็น่าจะดีมากๆ เลย...
วันนี้[4/04/52]ไปบริจาคเลือดมา เป็นครั้งที่ 11 แล้ว ต่างกรรม ต่างวาระกันไป ซึ่งแต่ละครั้งก็จะมีประสบการณ์ต่างๆนาๆ แต่วันนี้เป็นอะไรที่ feel bad มาก เป็นรถเคลี่อนที่ของโรงพยาบาลขอนแก่น มาจอดที่หน้าโรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น เราตั้งใจมาตามประกาศที่ติดประชาสัมพันธ์ไว้ สิ่งที่ได้พบ เขา treat เราแย่มาก ตั้งแต่เจ้าหหน้าที่คัดกรอง หมอ (หมอเอาหูฟังมาตรวจฟังปอด เราถามเขาตรงๆว่าหมอพูดได้มั้ย เพราะเขาไม่สื่อสารกะเราเลย ไม่ว่าด้วยภาษาพูดหรือภาษากาย) คนเจาะเลือด เขาทำเหมือนเรามาขายเลือด ไม่ได้มาบริจาค ทุกครั้งระหว่างที่ให้เลือด เราจะแผ่เมตตา คราวนี้นอนทำใจอยู่นาน ไม่อยากจะสรุปว่าบุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่นไร้หัวใจ แต่เขาทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ แต่ถึงอย่างไรก็จะบริจาคต่อไป ไปที่อื่นที่เราอยากได้เลือดเราจริงๆ ไม่ใช่มา moblie เพราะว่าเป็นนโยบาย
ผมเองก็รู้สึกเสียใจที่ได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน...
เร็วๆ นี้ผู้สื่อข่าว BBC ท่านหนึ่งบอกว่า ไขมันในเลือด (ไตรกลีเซอไรด์) สูง ทนกินน้ำต้มผักลูกเดียว 3 วัน ให้ไขมันลด และก็ได้บริจาคจริงๆ
ตรงกันข้าม...
ผมขอร่วมเสียใจกับคุณด้วย...
ที่ลำปางนี่...
อย่ายอมแพ้ถ้าเราจะทำดี...