เจอแล้ว! สวรรค์ของสวิตฯซ่อนอยู่นี่เอง The Hideaway in Swiss Paradise

คนอยู่เมืองใหญ่เมืองเศรษฐกิจ ไม่ว่าเมืองนั้นจะสวยงามและเต็มไปด้วยธรรมชาติขนาดไหน บางครั้งบางคราวก็ต้องอยากหลบไปพักใจที่เงียบๆบรรยากาศดีช่วงเสาร์อาทิตย์สั้นๆก่อนกลับมาลุยงานต่อเหมือนกัน คนอยู่ซูริคอย่างฉันก็ไม่ยกเว้น ต้องหาเรื่องไปเที่ยวชนบทอยู่เรื่อย โชคดีที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ขับรถสี่ห้าชั่วโมงก็ข้ามประเทศแล้ว ดังนั้นคนเมืองใหญ่จะไปเที่ยวเมืองเล็กใกล้ๆจึงใช้เวลาไม่นาน และด้วยความที่เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยธรรมชาติขุนเขาและป่าไม้ ต่อให้ออกไปใกล้ๆก็ได้สัมผัสความสงบเงียบแบบหลุดไปอีกโลกหนึ่งแล้ว หากเป็นเมืองไทย จะหนีความวุ่นวายไปพักใจที่หมู่บ้านเล็กๆคงต้องไปไกลถึงชายแดน

สำหรับฉัน มีโรงแรมหนึ่งที่ซ่อนซุกอยู่ในหมู่บ้านเล๊กจิ๋วกลางหุบเขาที่นับเป็นสุดยอดเหนือฟ้าของการหนีไปพักผ่อนแบบสงบและโรแมนติกสั้นๆสองสามคืน โรงแรมนี้ชื่อ Paradies เป็นบูทีคโฮเท็ลห้าดาวที่เล็กน่ารักและโรแมนติกมาก เหมาะกับการหลบมาพักเป็นที่สุด สมกับที่โรงแรมเรียกตัวเองว่าเป็น Das Hideaway อยู่ที่หมู่บ้าน Ftan ในแคว้น Enagdin ซึ่งเกือบติดชายแดนออสเตรียแล้ว ขับรถจากซูริคไปสามชั่วโมง “ฟตาน”เป็นหมู่บ้านที่มีพลเมืองแค่ 500 คน บ้านเรือนตั้งกระจายกันในหุบเขาที่ทุกรอบด้าน ล้อมไปด้วยภูเขาเขียวชอุ่มขนาดมหึมา เหมือนหมู่บ้านนิทานในจินตนาการยามเด็กที่ซ่อนตัวอยู่ในดินแดนที่มีความสุขที่สุดในโลก

ที่บรรยายมานี่ไม่ได้เกินความจริงเลย ภาพหุบเขาของหมู่บ้านฟตานเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ่ายรูปออกมาเหมือนโปสการ์ดโดยไม่ต้องอาศัยฝีมือหรือกล้องแพงๆ เวลาไปฉันจะใช้เวลาสบายๆอยู่ในโรงแรม และออกไปเดินบนภูเขาชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด จากโรงแรมสามารถเดินเลาะทุ่งในหุบเขาผ่านทุ่งหญ้าเข้าตัวหมู่บ้านได้โดยไม่ต้องเดินในถนน เรียกว่าธรรมชาติรอบตัวจริงๆ ตัวหมู่บ้านเล็กๆไม่มีอะไรมาก มีโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ร้านอาหารสองสามร้าน และร้านค้าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัย บ้านก็ดูธรรมดาไม่เวิ่นเว้อ แต่วิวแต่ละหลังนี่สุดๆ จากหมู่บ้านเลือกเดินไต่เขาเข้าป่าไปได้หลายทาง ทางเดินในป่าของสวิตฯนี่ใครเคยมาเดินแล้วจะเข้าใจ ทางดินธรรมชาติแต่เขาทำให้เดินสบายมาก ลัดเลาะเข้าไปชมธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด มีม้านั่งให้เป็นระยะๆ มีน้ำพุให้ดื่มแก้กระหาย มีป้ายบอกทางอย่างดีว่าไปเมืองไหนไกลเท่าไรใช้เวลานานเท่าไหร่ทั้งการเดินหรือขี่จักรยาน บางทีก็มีป้ายอธิบายพืชพันธุ์และสัตว์ป่าในบริเวณเป็นการให้ความรู้อีก ฉันชอบเดินป่าในหุบเขาที่นี่ ใช้เวลาทั้งบ่ายเดินสบายๆ เงียบสงบ วิวสวย ได้ออกกำลัง ยิ่งพอขึ้นไปสูงๆมองลงมา วิวหมูบ้านฟตานที่เห็นนี่แหละที่บอกว่าอย่างกับหมู่บ้านนิทาน สุดๆจริงๆ

นอกจากฟตานแล้วไม่ไกลออกไปยังมีหมู่บ้านหุบเขาในนิทานอีกหลายแห่งให้สำรวจ เช่น Guarda, Ardez, Baraigla, Tarasp, Scuol, Pradella or S´charl ล้วนแล้วแต่ยังคงสเน่ห์หมู่บ้านเล็กๆอารมณ์บ้านนอกไว้อย่างเดิมๆชนิดที่เงินและความเจริญทำอะไรไม่ได้ พูดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าชาวบ้านที่นี่จนนะคะ ชาวนาสวิสไม่มีคำว่าจนค่ะ และไม่ได้แปลว่าเป็นอาชีพที่ไม่ต้องพึ่งพาการศึกษา คราวก่อนเดินอยู่ในหมู่บ้านฟตาน มีวัวฝูงเบ้อเริ่มเดินสวนมาตามถนนริมคันสวน พอสุดปลายแถววัวถึงได้เห็นว่าฝูงวัวนั้นถูกต้อนเดินโดยเจ้าของที่ต้อนโดยขับรถวอลโว่โฟร์วีลรุ่นใหม่เอี่ยมไล่ต้อนมาข้างหลัง!

ที่หมู่บ้าน Tarasp ใกล้ๆมีปราสาท Tarasp ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาหิน จากโรงแรมก็มองเห็นได้ ปราสาทนี้อายุเป็นพันปี ต้องซื้อตั๋วเข้าไปชมเพราะเป็นปราสาทส่วนตัว คุ้มค่าน่าสนใจและเหมาะที่จะเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินป่าเดินเขาบ้าง มีไกด์พาเดินชมและบรรยายประวัติ คืนไนพระจันทร์เต็มดวงเขามีทัวร์ยามเที่ยวคืนด้วย โรแมนติกอย่าบอกใคร

ไหนๆเป็นทริปไปหลบพักแล้วคงไม่เล่าถึงโรงแรมอันเป็นส่วนสำคัญของวีคเอ็นด์เก็ตอะเวย์นี้ไม่ได้ โรงแรมปาราดีส์นี้เป็นสมาชิกในกลุ่ม Relais & Chateaux จริงๆตัวตึกแรกสร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว โดยศิลปินจิตรกรคนหนึ่งที่ประทับใจในความงามของหุบเขาและธรรมชาติของผืนดินตรงนี้จนถึงกับต้องสร้างบ้านรับรองเอาไว้เป็นจุดสร้างแรงบันดาลใจและเชิญเพื่อนมาพัก โดยตั้งชื่อว่า Il Paradis หรือสวรรค์ (ซึ่งไม่เกินไปเลยจริงๆ) หลังจากบ้านถูกเปลี่ยนมืองไปหลายครั้ง ก็กลายมาเป็นโรงแรมเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว และเมื่อปี 1995 เจ้าของคนปัจจุบันซึ่งเป็นชาวเยอรมันก็ซื้อโรงแรมและปรับปรุงขนานใหญ่จนกลายมาเป็นหนึ่งในโรงแรมสวยเก๋แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ห้องทั้ง 23 ห้องเห็นวิวภูเขาแบบเต็มๆ แต่งแบบผสมระหว่างความทันสมัยไฮเทคเข้ากับวัสดุและกลิ่นอายของสไตล์ฟาร์มสวิส เช่นเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนมีลายตาไม้ดูดิบๆ วางสลับกับเฟอร์นิเจอร์แอนทีคอย่างลงตัว ผ้าบุลายตารางสีแดงดำขาว ดูสบายๆแต่เต็มไปด้วยดีไซน์และกริ๊บไปทุกมุม

นอกจากการตกแต่งที่สวยน่านั่งๆนอนๆเป็นที่สุดแล้ว มีอีกสองอย่างที่เป็นสุดยอดของการมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ อย่างแรกคือสปา ขึ้นชื่อว่าสปาและธาราบำบัดแบบสวิสนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าที่หนึ่งในโลก โรงแรมนี้ถึงจะเล็กแค่ยี่สิบกว่าห้องแต่เขาทุ่มทุนกับสปามาก มีทั้งห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ห้องอบสมุนไพร บ่อจากุซซี่ บ่อแช่น้ำเย็น ห้องกระจกให้นอนอาบแดด เรียกว่าครบเหมือนสปาใหญ่ๆเลย ทีเด็ดคือบนชั้นดาดฟ้ามีบ่อน้ำร้อนให้แช่ควันขึ้นพร้อมชมวิวหุบเขาไปด้วยแบบเต็มตาไม่มีอะไรบดบัง ตกเย็นหลังจากเดินเขามาเมื่อยๆนี่เหมาะมาก บริการทุกอย่างนี้ถ้าพักโรงแรมก็สามารถใช้ได้ฟรีหมดเท่าที่ต้องการ ยกเว้นบ่อน้ำร้อนบนดาดฟ้าต้องจ่ายเพิ่มต่อครั้ง

สุดยอดอีกอย่างคือร้านอาหารในโรงแรม หลายปีก่อนมีดาวมิชลินด้วย แม้จะเสียดาวไปแล้วแต่ก็มีเชฟใหญ่มาใหม่จากเยอรมันดูแลได้ดีมาก ร้านเด็ดนี้ชื่อ Charn Alpina นี้แปลว่า”เนื้อจากเทือกเขาแอลป์”เป็นภาษาเรโตโรมานิกซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ภาษาของสวิตฯ เมนูจึงเน้นเนื้อเสต็กที่คัดเป็นพิเศษจากบุชเช่อร์ขายเนื้อที่มีชื่อจากแคว้นนี้ มีทั้งเนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อกวาง แกะ หมู เครื่องเคียงที่จัดมาก็อร่อยและไม่ธรรมดาเลย เป็นร้านอาหารที่สมควรแก่การเก็บไว้เป็นมื้อพิเศษ

หลังมื้อเย็นจะสั่งดริ๊งค์มานั่งจิบหน้าเตาผิงก็ยังโรแมนติกต่อได้อีก ข้างๆมีแกรนด์เปียโนตั้งให้บรรเลงสร้างบรรยากาศต่อไม่รู้จบ มื้อเย็นยังไม่พอ ตื่นเช้ามาอาหารเช้าที่นี่ก็อลังการมาก มีเครื่องปรุงจากในท้องถิ่น เช่นน้ำผึ้งป่าจากต้นสนสวิส นมจากวัวในหุบเขา ชีสภูเขา แยมทำเอง และเบเกอรี่อบใหม่ๆ สุดยอด

นี่แหละค่ะที่หนีหลบซ่อนพักใจของคนเมืองซูริคแบบเหนือฟ้า ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ท่ามกลางวิวแบบสวยเกินจริง ออกกำลังเดินป่า ขี่จักรยาน ว่ายน้ำในลำธาร วิ่งเล่นในทุ่งหญ้าและดอกไม้ ชมหมู่บ้านในนิทาน เที่ยวปราสาท นอนโรงแรมเก๋โรแมนติกเอ็กซ์คลูซีฟ กินอาหารคุณภาพรสชาติติดาว เข้าสปาวารีบำบัด ปรนนิบัติตัวเองครบทั้งกายใจอารมณ์สมองจิตวิญญาณ แล้วจะไม่ให้กระซิบว่าเป็นความลับแบบเหนือฟ้าได้อย่างไรคะ

ฟันธง! วิวสวยที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ Most Beautiful View of Switzerland

By Fah - 04/09/2016 0

คนเกือบทั้งร้อยที่มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์มาเพราะอยากชมวิวสวยๆ ประเทศทั้งสูงทั้งหนาวแห่งนี้มหัศจรรย์ตรงที่มองไปทางไหนก็มีแต่วิวสวยๆเต็มไปหมด ทั้งทะเลสาบ ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ หมู่บ้านในหุบเขา ทุกสิ่งอันสวยขึ้นกล้องอย่างกับฉากในละครไปหมด อยู่ไปนานๆบางทีก็เริ่มชินเพราะเห็นจนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าถามฉันว่าวิวที่ไหนที่สวยที่สุด จากในบรรดาที่สวยเกินจริงอยู่แล้วนี่ ตอบฟันธงได้เลย สำหรับวิวสวยเหนือฟ้าไม่มีที่ไหนเกินตรงบาร์และร้านอาหารริมทะเลสาบของโรงแรม Park Hotel Vitznau ที่ตั้งอยู่เมืองฟิซเนาริมทะเลสาบลูเซิร์น

เมืองฟิซเนานี้ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไร แต่เชื่อว่าหลายคนที่เคยมาเที่ยวสวิตฯต้องเคยผ่านมาแล้ว นี่แหละ เฉี่ยวกันไปใต้จมูกแค่นี้แท้ๆ นั่นก็เพราะหลายๆคนคงเคยล่องเรือในริมทะเลสาบลูเซิร์นมาขึ้นที่ท่าเมืองฟิซเนาเพื่อขึ้นรถรางไต่เขาขึ้นไปชมวิวบนเขา Rigi กันมาแล้ว ใครๆขึ้นไปบนเขาริกิก็ต้องติดใจวิวกันทั้งนั้น ลงมาล้วนปลาบปลื้มอิ่มอกอิ่มใจ แต่ไม่มีใครรู้ว่าที่ตีนเขาในหมู่บ้านฟิซเนาที่ดูเงียบๆเล็กๆไม่น่ามีอะไรให้แวะชมนี้ เลยใจกลางหมู่บ้านไปนิดมีโรงแรมใหญ่ตั้งอยู่ ตัวตึกดูคลาสสิกหรูตามแบบโรงแรมห้าดาว แต่ไม่น่าจะมีดีไซน์อะไรที่ควรค่าแก่การแวะเข้าไปชม มันก็คงเป็นโรงแรมหรูอลังการเนี้ยบแบบสวิตฯเหมือนๆที่อื่น

หารู้ไม่ โรงแรมนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหารอร่อยที่เพิ่งได้ดาวมิชลินมาประดับหนึ่งดาวไม่นาน และมีห้องเก็บไวน์ใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ด้วยจำนวนถึงเกือบสามหมื่นขวด คิดเป็นมูลค่าราว 25 ล้านสวิตฟรังก์หรือ 900 ล้านบาท!!! เรื่องชวนชิมที่ร้านอาหารนี้ต้องเก็บไปอ่านที่ “กินเหนือฟ้า” เพราะที่จะเล่าให้ฟังวันนี้คือวิวที่สวยขาดใจจนต้องมอบให้เป็นวิวสวยที่สุดในสวิตฯแบบเหนือฟ้า

เดินเข้าโรงแรมผ่านประตูกระจกโอ่อ่ามาแล้วอย่าได้เหลียวซ้ายแลขวาให้เสียเวลา ตรงแหนวทะลุกระจกที่เปิดอัตโนมัติออกไปสู่ระเบียงกว้าง ทันที่ก้าวสู่ระเบียงก็ต้องอุทานแล้วด้วยวิวของทะเลสาบและภูเขาแบบแพนเต็มจอสุดความกว้างของเลนส์แบบพานอรามา ยังๆๆๆ ยังไม่ที่สุด ด้านล่างระเบียงเป็นสนามหญ้าและสวนกว้างติดน้ำ มีโต๊ะทานอาหารและโซฟาหมู่ให้นั่งดื่มอยู่ริมขอบน้ำใต้ร่มขาว เดินลงไปเลือกโต๊ะริมน้ำเลย ตรงโต๊ะนี้แหละ วิวที่สวยที่สุดแบบเหนือฟ้า น้ำทะเลสาบอยู่ใกล้แทบแตะถึง แผ่ออกไปซ้ายขวาเต็มๆตาเพราะที่ตั้งตรงนี้เหมือนเป็นแหลมยื่นออกไปในน้ำนิดๆ ได้วิวแทบจะรอบตัว ฉากที่ปูอยู่หลังแผ่นน้ำคือภูเขาสลับซับซ้อน จากสีเขียวไล่ความสูงไปจนถึงยอดที่มีหิมะขาวคลุมแม้ในฤดูร้อน สวนโรงแรมก็ตกแต่งสวย หน้าร้อนและฤดูใบไม้ผลิมีดอกไม้สารพัดสี นั่งที่โต๊ะริมน้ำแล้วถ่ายรูปออกมางี้อย่างกับไปถ่ายในสตูดิโอ ไม่ต้องแต่งรูปไม่ต้องจัดฉากอะไรทั้งสิ้น สวยสมบูรณ์ชนิดเกินจริง โรแมนติกมากกกก

นี่คือวิวอันดับหนึ่งเหนือฟ้าที่แอบเอามาบอก รับรองไม่มีทัวร์ไหนพาไปแน่ เกร็ดอีกอย่างคือ ถึงร้านอาหาร Focus ที่ติดดาวของโรงแรมจะสมควรลองอย่างยิ่ง แต่สำหรับวิวแล้วควรมานั่งตรงนี้ตั้งแต่บ่ายๆเย็นอย่าได้ย้ายไปไหนเชียวจนกว่าจะเริ่มมืด สั่งดริ๊งค์ (เบลลินี่อร่อยมาก) หรือชากาแฟตามอัธยาศัยมาละเลียดตรงวิวนี้ให้คุ้ม ราคาก็แพงอยู่จากที่แพงอยู่แล้วตามอัตราสวิส แต่ถือว่าจ่ายค่าวิว ดังนั้นต้องนั่งนานๆให้คุ้ม หรือจะสั่งอาหารมากินที่ตรงนี้ก็ได้ ถึงจะไม่ใช่เมนูดาวมิชลินแต่อาหารก็อรอ่ยมากๆเลยทีเดียว สามารถกลับไปกินได้เรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปกินร้านมิชลินแพงๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฝึกสมาธิทำอานาปานสติ



ความเห็น (0)