กฎหมายแบนแก้วน้ำพลาสติก

  • ฝรั่งเศสออกกฎหมายแบนแก้วน้ำพลาสติก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ไม่อนุญาตให้ใช้แก้วน้ำ, จาน หรือช้อนส้อมพลาสติก หวังลดปริมาณขยะ
  • ต่อไปนี้การจัดงานปาร์ตี้ในฝรั่งเศสจะไม่มีแก้วน้ำพลาสติก การไปทานอาหารปิกนิกในสวนก็จะปราศจากช้อนส้อมพลาสติก เพราะขณะนี้ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้ทำการแบนอุปกรณ์ทานอาหารพลาสติกใช้แล้วทิ้ง อย่าง แก้วน้ำ, จาน และช้อนส้อม เรียบร้อยแล้ว
  • กฎหมายใหม่นี้จะอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์พลาสติกเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อ อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ 50% จากส่วนประกอบทั้งหมด โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ "Energy Transition for Green Growth Act" กฎหมายใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโดยเฉพาะ
  • ฝรั่งเศสคาดหวังว่าจะเป็นประเทศผู้นำในการรักษาสิ่งแวดล้อม หลังการประชุม COP21 โดยบรรดาผู้นำโลก เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากผลวิจัยระบุว่า ในประเทศฝรั่งเศสทุกๆ 1 วินาทีจะมีแก้วน้ำที่ใช้แล้วทิ้ง ถูกทิ้งลงขยะเป็นจำนวน 150 ใบ นั่นทำให้ในแต่ละปี ฝรั่งเศสมีขยะพลาสติกประเภทนี้ถึง 4.73 พันล้านชิ้นเลยทีเดียว และมีเพียง 1% จากทั้งหมดเท่านั้นที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ รายงานจากสมาคมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมฝรั่งเศส
  • นอกจากนั้นรัฐบาลฝรั่งเศสยังตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 1990 และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฝรั่งเศสก็เพิ่งจะออกคำสั่งแบนการใช้ถุงพลาสติก ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของบางเมืองไป
  • บังกลาเทศเป็นประเทศแรกที่ออกคำสั่งแบนการใช้ถุงพลาสติกอย่างชัดเจน เมื่อปี 2002 หลังเกิดน้ำท่วมหลายครั้งเพราะขยะเหล่านี้ไปอุดตันตามท่อระบายน้ำ ประเทศแอฟริกาใต้. เคนยา, จีน, รวันดา และเม็กซิโกก็เช่นกัน
  • ในสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรผู้บริโภคที่ต้องการถุงพลาสติกเมื่อไปจับจ่ายซื้อของ จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มอีกเล็กน้อย เช่นในไอร์แลนด์ มีการเก็บภาษีเพิ่ม 0.17 ยูโรสำหรับการขอถุงพลาสติก ตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งช่วยลดปริมาณผู้ใช้ถุงพลาสติกจากจำนวน 328 คน เหลือ 14 คนในปี 2014 ปัจจุบันมูลค่าภาษีเพิ่มอยู่ที่ 0.22 ยูโร
  • นักวิทยาศาสตร์ประมาณจำนวนถุงพลาสติกที่เป็นขยะอยู่ในมหาสมุทรมีประมาณ 8 ล้านตัน เมื่อปี 2010 และออกคำเตือนว่าจำนวนอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า จากอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน kmpprep



ความเห็น (0)