เท่ง เถิดเทิง แจ้งความกองปราบ ฟ้องมือตัดต่อภาพผิดพ.ร.บ.คอม

เท่ง เถิดเทิง แจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เอาผิดคนตัดต่อและเผยแพร่รูปตนเองในลักษณะหมิ่นสถาบัน ระบุ ภาพที่เกิดขึ้นมาจากการแสดงในรายการชิงร้อยชิงล้าน

10 มิ.ย. 56 - สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ หรือ เท่ง เถิดเทิง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พลตำรวจตรีพิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กรณีมีผู้ตัดต่อภาพตนเองและเติมข้อความในลักษณะหมิ่นสถาบัน เผยแพร่ผ่านโชเชียลเน็ตเวิร์ค โดย เท่ง เถิดเทิง ยอมรับว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของตนเองจริง ซึ่งเป็นภาพจากรายการชิงร้อยชิงล้าน ซันชายเดย์ ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ในบทบาทนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น กำลังนั่งรถลาก เที่ยวชมบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่น และนำกล้องถ่ายรูปบันทึกบรรยากาศไว้เป็นที่ระลึก แต่กลับมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีตัดต่อภาพบางช่วงของการแสดง และนำไปเผยแพร่ต่อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ พร้อมยืนยันว่า ตนเองรักและเทิดทูนสถาบัน

ภาพที่ถูกนำไปตัดต่อและเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก

ส่วนกรณีที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากใครใส่หน้ากาก เท่ง เถิดเทิง เปรียบเสมือนการต่อสู้ เพื่อนำ พันตำรวจโท ทักษิณ กลับบ้าน เท่ง เถิดเทิง ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า กรณีนี้ตนเองได้ออกมาขอโทษแล้ว และขอร้องอย่านำตนไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็สามารถประกอบอาชีพได้

ด้าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะสอบปากคำ เท่ง เถิดเทิง และตรวจสอบเนื้อหาของภาพดังกล่าว หากพบว่าผิด จะระงับการเผยแพร่ภาพ ซึ่งเข้าข่ายความผิดประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 และผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

ด้านเวิร์คพอยท์ เอนเทอร์เทนเมนท์ บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ดังกล่าว ได้เผยแพร่คำชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กของบริษัท มีเนื้อหาว่า หลังจากที่ได้มีผู้นำเอาภาพประกอบกับข้อความที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรงออกมาแชร์เผยแพร่นั้น ทางทีมงานขอชี้แจงว่าภาพดังกล่าวมาจากรายการชิงร้อยชิงล้านซันไชน์เดย์ เทปที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางตลกชื่อดังซึ่งได้แสดงเป็นนักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังนั่งรถลากเที่ยวชมเมือง พร้อมกับได้บันทึกภาพที่งดงามของประเทศญี่ปุ่นเอาไว้นั่นเอง


สรุป

เป็นการกระทำขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นประเทศญี่ปุ่นและการที่มีคนนำภาพของทางรายการไปตัดต่อจึงสร้างความเสียหายให้กับบุคคลในภาพเป็นอย่างมาก


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จริยธรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์



ความเห็น (0)