โขงเจียม เมืองเล็ก ๆ ที่น่าอยู่

ผมมีโอกาสได้มาอำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี เพราะมาประชุม และเดินทางมากับคณะ ถ้าตั้งใจเดินทางคงใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะมาถึง

เสียดายตรงที่เดินทางมาหลังเทศกาลวันเข้าพรรษา เพราะอุบลราชธานีโด่งดังระดับโลก เป็นจังหวัดเดียวที่มีการแห่เทียนเข้าพรรษา ที่ยิ่งใหญ่ในโลก

อำเภอโขงเจียม มีคำขวัญด้วยนะ แต่ผมจำได้ไม่หมด และลืมสมุดโน้ตไปจดด้วย ประมาณว่า “ เห็นตะวันก่อนใครในสยาม ภูผาแก่งหินงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย.....” มองข้ามสายน้ำ จะเป็นดินแดนประเทศลาว

ผมมาประชุม 3 วัน และเมื่อสิ้นสุดเวลาประชุม ที่พักใกล้แม่น้ำสองสี ใกล้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และวัดที่สงบ

ผมเริ่มออกเดินย่ำเท้าไปรอบ ๆ เมือง วันแรก ตื่นแต่เช้าไปตลาดเช้า หรือคนที่นั้นเรียก “ตลาดสายหยุด” แต่เนื่องจากไม่คุ้นเคย และถามผู้แก่ผู้เฒ่า ท่านคงนึกว่าผมเข้าใจ เอาไปเอามาหลงทางเลย ความสามารถพิเศษ คือ เดินไปครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ แต่สามารถเดินมาที่จุดเดิมที่ที่พัก

บรรยากาศยามเช้า ประมาณ 6 โมงเช้า ผู้คนและบ้านเรือนตามเส้นทาง ยังไม่เปิดร้านเลย เงียบ ๆ มีเพียงผู้คนที่มีรอพระ เพื่อใส่บาตร เป็นภาพที่อบอุ่นอยู่เสมอ

รอบเส้นทางจะเต็มไปด้วยที่พักหลายแบบ หลายราคามากมาย ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ไม่น่ามี ร้านคอมพิวเตอร์ไม่มี เพราะเครื่องผมเสีย จึงแบกมาซ่อม แต่ถามไถ่แล้วไม่มี

“ตลาดสายหยุด” เป็นตลาดเช้าเช่นเดียวกับเมืองอื่นทั่วไป ขายผัก ผลไม้ หมู เห็ด เป็ด ไก่ ที่แปลกตาที่สุด คือ ปลาริมโขง มากมายสายพันธุ์พื้นเมือง ที่รูปร่างหน้าตาไม่เหมือน เช่น ปลาดุก ปลาช่อน มีตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ถึงตัวใหญ่จนชายฉกรรจ์แบกไม่ไหว นอนหงายหายใจพะงาบ ๆ อยู่ ชนิดว่า คนซื้อได้ปลาสด จริง ๆ

อย่าว่า ผมกระแดะเลย ผมรู้สึกถึงความสงสารปลาเหล่านั้น ถึงสายตาที่ปลามองยังผมมา เขาอาจไม่มีภาษาที่สื่อ หรือไม่มีความรู้สึก มีเพียงชีวิต แต่ทุกชีวิตเป็นชีวิตใช่ไหม

ตอนเย็น ๆ พี่ ๆ ชวนนั่งรถกระบะไปไหว้พระที่ “วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย” เดินทางไปไกลเลย ขึ้นภูเขาเกือบไม่รู้ถึงความสูง

“ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กม. เลี้ยวเข้า ไปประมาณ 2 กม. ทางเดียวกับแก่งตะนะ บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ มีพระพุทธไสยาสน์ลักษณะงดงาม และมีชื่อในการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยรอบวัดมีลักษณะเป็นไหล่เขา มีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย มีต้นไม้และดอกไม้สวยงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากหน้าผาลงมาบริเวณ ด้านหน้าพระนอน เป็นที่ร่มเย็นสวยงาม จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน (อ้างอิงจาก) http://place.thai-tour.com/ubonratchathani/khongjiam/7

ละอองจากน้ำตก ที่ไหลเอื่อยลงผ่านตัววัด และตัวผม ทำให้ชุ่มเย็น และเยือกเย็นสบาย ๆ แต่พระพุทธรูปสีแดงอร่ามตา เรียงรายมากมาย นั่งสมาธิ สายตามีเมตตา และตั้งตระหง่านมั่นคง

ผมเห็นถ้อยคำเล็ก ๆ ที่ติดไว้กับถังไม้ทาสีขาวเด่นออกมา เพื่อเก็บสิ่งของ เช่น กะละมัง ถาด เขียนไว้ว่า “ พระเอย อย่าถ่ายรูปให้ผู้หญิง “

>>> 555 พวกเราวานให้ผู้คนถ่ายรูปให้ ไม่เว้นแม้กระทั่งพระ... <<<

25-7-2559


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า...รอยเท้า...ทางเดิน...เหินฟ้า



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

That's how I would make my tour to places --and the first chance I get I would also go to a morning market. We can really learn a lot about life by looking at what on sales and who buy them.

Thank you.

เขียนเมื่อ 

โขงเจียม ชื่อนี้คุ้นเคยมาก อาจเคยไปมาแล้วด้วย บรรจุเข้ารับราชการกรมการฝึกหัดครูครั้งแรกที่ วค.อุบลราชธานี (ปีจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ) ความจริงสอบได้อันดับที่สามารถเลือกที่ใดก็ได้ในประเทศ แต่ทำไมเลือกอุบล ทำงานที่นั่นสามปีก่อนลาศึกษาต่อแล้วไม่เคยกลับไปอีก ตอนนั้นออกนิเทศนักศึกษาฝึกสอนทุกอำเภอในอุบลค่ะ ยังจำสภาพดินแตกระแหงได้ ไก่ย่างข้างทางอร่อยมากหาทานไม่ได้แล้ว ตลาดเช้าที่เดินประจำในตัวเมืองอุบล สภาพคล้ายโขงเจียมที่คุณหมอบรรยายมา คิดถึงค่ะ อ้อ นักศึกษาชายบางคนใส่เสื้อผ้าไหมทอมือฝีมือแม่ที่ทอใต้ถุนบ้าน สี off white ไม่ต้องซื้อหา ประทับใจหลายอย่าง ขอบคุณบันทึกนี้ทำให้ทบทวนความทรงจำอันสดสวยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ยังไม่เคยมาถึงโขงเจียมเลยจ้ะ

คิดถึงนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

แหม .... ช่างสังเกต อิ อิ คงเป็นพระผู้ใหญ่ที่ห่วงใยภาวะจิตใจที่ต้องต่อสู้กับกิเลสในใจและรูปกายภายนอกของโยมสาว นะคะ