จิตอาสา_สอนน้องประดิษฐ์ดอกมะลิ


เนื่องจากดิฉันเองเป็นนิสิตสาขาวิชา "การจัดการบริการสังคม" คณะมนุษยศาสาตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา หรือที่บุคคลทั่วไปเรียกโดยรวมคือเป็นนิสิตภาคสังคมวิทยานั่นเอง งานการเรียนการสอนของสาขาวิชานี้ จะมีอยู่วิชาหนึ่ง คือวิชาบริการสังคมอิสระ ที่ให้นิสิตสามารถไปเป็นจิตอาสา ทำงานอาสาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ หรือจัดโครงการร่วมกับเพื่อนๆ ทำจิตอาสาขึ้นมาเองได้ ซึ่งในส่วนส่วนนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ดิฉันต้องเริ่มทำจิตอาสา จากที่ทำไปเพราะเป็นเเค่รายวิชา จนตอนนี้กลายมาเป็นทำไปเพื่อต้องการคืนสิ่งดีๆ สู่สังคม....


ดิฉันเริ่มงานจิตอาสาจากงานเล็กๆ ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยก่อน เพื่อเรียนรู้การทำงานจิตอาสา เพราะเเรกเริ่ม ดิฉันไม่มีต้นทุนอะไรเลยที่จะไปทำ ไม่มีความรู้มาก่อนว่าจิตอาสานี่เค้าทำกันอย่างไร ต้องประสานงานเเบบไหน ต้องติดต่อหน่วยงานอย่างไรบ้าง ดิฉันจึงรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ติดต่อประสานงานกับโรงเรียนเล็กๆ วัดต่างๆ ตามระเเวกมหาวิทยาลัยเพื่อขอไปทำจิตอาสา ซึ่งถือเป็นความโชคดีของการมีสภาพเป็นนิสิต เพราะไม่ว่าจะติดต่อประสานงานไปในสถานที่ไหน โดยส่วนมากเขาก็จะยินดีต้อนรับเสมอ ซึ่งในส่วนงานจิตอาสาที่กล่าวมานั้นดิฉันขอถือโอกาสยกไปเล่าในบันทึกต่อๆ ไป โดยเเรกเริ่มนี้ ดิฉันขอยกเอาจิตอาสาโครงการหนึ่งที่ดิฉันประทับใจมากๆ มาเล่าเป็นเรื่องเเรกก่อน เเละที่บอกว่าประทับใจมากๆ เพราะเป็นจิตอาสาโครงการหนึ่ง ที่ดิฉันกับกลุ่มเพื่อนๆ จัดขึ้นกันเอง ทำกันเอง ตั้งเเต่เขียนโครงการยันออกไปปฎิบัติงานจริงกันเลยทีเดียวค่ะ


ขอย้อนกลับไปนานพอสมควรเมื่อปี 2558 มีอยู่ช่วงหนึ่งใกล้วันเเม่เเห่งชาติเเละตรงกับวันหยุดยาวจากการเรียนของกลุ่มดิฉัน ดิฉันเเละเพื่อนๆ จึงได้พูดคุยกันในกลุ่มว่า เราน่าจะเอาเวลาว่างตรงนี้ ไปทำจิตอาสากันดีกว่า จึงมีความคิดไปต่างๆ ว่าจะไปทำจิตอาสาที่ไหนอย่างไรดี เเละเพื่อนในกลุ่มก็ได้เสนอว่าอยากจะไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียนเก่าของตนตอนที่ศึกษาอยู่ชั้นประถม ซึ่งอยู่ในจังหวัดสิงห์บุรี มีชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนวัดสะอาดราษฎ์บำรุง" โรงเรียนนี้ก็ยังถือได้ว่าไม่พัฒนามากนัก มีน้องๆ ที่เป็นเด็กยากจนค่อนข้างมาก เเละคุณครูมีค่อนข้างน้อย พอกลุ่มเราได้สถานที่ในการจะทำจิตอาสากันเรียบร้อย ก็มาปรึกษากันอีกว่า เเล้วเราจะทำจิตอาสาอย่างไรดี ที่พวกเราพอจะทำให้เเก่น้องๆ เเละโรงเรียนได้ ซึ่งโดยทั่วไปเเล้วนั้น คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับโรงเรียน กลุ่มเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าคิดเช่นนั้น เเต่ด้วยความที่กลุ่มของเราเป็นผู้หญิงกันทั้งหมด เเละงบประมาณมีน้อย จึงคิดว่าเราควรใช้ทักษะความสามารถในความเป็นผู้หญิงของเรานี่เเหละ ไปจัดกิจกรรมกับน้องๆ กันดีกว่า เมื่อตกลงกันได้ดังนั้นเราก็คิดหากิจกรรมกันนานพอสมควร เเละไปสะดุดตรงที่ว่าเราไปทำจิตอาสากันในช่วงวันเเม่ เเล้วทำไมเราไม่ทำอะไรให้เกี่ยวกับวันสำคัญวันนี้ล่ะ ดังนั้นจึงเกิดไอเดียขึ้นได้ว่าเราจะไปจัดโครงการสอนน้องทำดอกมะลิจากกระดาษทิชชูให้เเม่กัน เเละทำกิจกรรมนันทนาการเเจกสิ่งของให้กับเด็กๆ อีกด้วย


เมื่อเริ่มคิดวางเเผนโครงการ กลุ่มของดิฉันก็ได้ปรึกษากับอาจารย์เเละผู้ปกครองของเเต่ละคน ซึ่งถือเป็นความโชคดีมากที่ได้รับความร่วมมือสนับสนุนในเรื่องของขนมเเละอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น กระเป๋า เครื่องเขียน เป็นจำนวนมาก ซึ่งของเหล่านั้นดิฉันเเละเพื่อนๆ ก็ได้เเบ่งไปบริจาคให้กับโรงเรียนเพื่อเเจกเด็กนักเรียนทุกๆ คนส่วนหนึ่ง เเละอีกส่วนหนึ่งก็นำมาใช้ในกิจกรรมซึ่งถือเป็นของรางวัลให้เเก่น้องๆ หลังจากนั้นกลุ่มของดิฉันจึงจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นในการนำไปสอนน้องประดิษฐ์ดอกมะลิครั้งนี้ ในการทำงานของกลุ่มดิฉัน เริ่มทำตั้งเเต่วางเเผนโครงการ เขียนโครงการ ทำหนังสือรับบริจาคสิ่งของ ทำป้ายโครงการ คิดตารางกิจกรรมนันทนาการ ทำกันเองทั้งหมดทุกอย่าง เเละต้องยอมรับว่าเหนื่อยมากจริงๆ เพราะเรามีกันเเค่ไม่ถึง 10 คน เเต่ด้วยใจที่สู้ เเละคุณครูรวมถึงน้องๆ โทรมาให้กำลังใจเสมอว่าอยากเจอพวกเราเร็วๆ จึงมีกำลังใจดำเนินงานกันต่อไป เเละเมื่อถึงวันที่เดินทางไปโรงเรียนในวันที่ 3/8/58 ในช่วงเวลา 08.00 - 16.00 น. ทางกลุ่มของดิฉันก็ได้รับการต้อนรับจากคณะครูเป็นอย่างดี มีพิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ จากนั้นดิฉันเเละเพื่อนก็เริ่มทำกิจกรรมนันทนาการก่อน โดยเริ่มจากการให้น้องๆ เข้าร่วมเกมส์ต่างๆ ที่ทางกลุ่มจัดขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยเเละสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมให้เเก่น้องๆ หลังจากนันทนาการเสร็จก็มีการเเบ่งกลุ่มน้องๆ โดยมีพี่หนึ่งคนต่อหนึ่งกลุ่มในการสอนทำดอกมะลิ ซึ่งในส่วนนี้เราสังเกตเห็นว่าน้องๆ เเต่ละคนตั้งใจทำกันมาก เพราะทราบภายหลังว่าเด็กที่โรงเรียนนี้จะมีพิธีนำดอกมะลิให้เเม่ในวันเเม่ทุกปี เเต่ปกติเเล้วน้องๆ ต้องซื้อจากเเม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเด็กบางคนไม่มีเงินมากพอ ก็ไม่มีเอาไปให้เเม่ เมื่อทราบดังนั้นทำให้กลุ่มเรายิ่งภูมิใจมากขึ้นไปอีก เนื่องจากเราได้มีโอกาสทำให้น้องๆ ทุกคนได้มีดอกไม้ในการนำไปเเสดงความรักกับเเม่ ยิ่งไปกว่านั้นเป็นดอกไม้ที่น้องๆ ทำเองประดิษฐ์เองจากมืออีกด้วย ซึ่งในการประดิษฐ์ดอกไม้ครั้งนี้น้องๆ ได้ใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากไม่เคยทำมาก่อนเลย จึงต้องอธิบายเเละสอนกันอย่างละเอียด หลังจากนั้นก็มีการพักรับประทานอาหารกลางวัน เเละเริ่มกิจกรรมนันทนาการ ต่อด้วยกิจกรรมการสอนต่อ เเละเมื่อเด็กๆ เเต่ละคนทำดอกมะลิของตนเสร็จ ก็มีการจัดประกวดดอกมะลิที่สวยที่สุดในเเต่ละสายชั้น โดยมีคุณครูเป็นผู้ตัดสิน จากนั้นก็มีการเเจกรางวัลให้กับเด็กๆ เป็นการเสร็จสิ้นกิจกรรมวันที่หนึ่ง ต่อมาวันที่ 4/8/58 ในช่วงเวลา 08.00 - 16.00 น. กลุ่มของดิฉันได้ทำกิจกรรมกับน้องๆ ต่อ เก็บตกจากเมื่อวานที่มีเด็กบางคนยังทำไม่สำเร็จ เเละในวันนี้ก็มีการสอนน้องทำพวงกุญเเจจากหลอดพลาสติกเพิ่มด้วย เพื่อให้น้องมีของที่ระลึกเป็นของตนเอง จากนั้นก็มีการนันทนาการ เเละเป็นพิธีปิดโครงการ ซึ่งทางคุณครูได้กล่าวขอบคุณ เเละเเสดงความปิติยินดีต่อการทำกิจกกรมของกลุ่มที่สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ความประทับใจเเละความภาคภูมิใจในครั้งนี้ คือการได้ไปสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เเละทักษะในการประดิษฐ์ให้เเก่น้องๆ ซึ่งถือได้ว่าเหนือความคาดหมายของกลุ่มดิฉันเป็นอย่างมาก ที่คิดว่าเด็กๆน้องๆ อาจไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เนื่องจากวัยกำลังซน เเต่สิ่งที่เห็นคือ น้องๆ ตั้งใจประดิษฐ์ดอกไม้กันมาก เพราะอยากที่จะมีไปอวดพ่อเเม่ อยากที่จะมีดอกไม้ไปไหว้เเม่ ระลึกถึงบุญคุณของเเม่ ในวันพิธีวันเเม่ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันตื้นตันในหัวใจ ถึงเเม้การทำจิตอาสาครั้งนี้เราจะเหนื่อยเพียงใด ทั้งจากการทำงาน ประสานงาน การเดินทางต่างๆ หรือเเม้กระทั่งการต้องออกงบประมาณเอง เพื่อใช้จ่ายในการทำโครงการนี้ เเต่ดิฉันเเละเพื่อนๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายเเต่อย่างใด เพราะรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะ รวมถึงคำขอบคุณเเละคำชื่นชมจากน้องๆ เเละคุณครูที่โรงเรียนนั้นมอบให้ ก็เป็นสิ่งตอบเเทนที่ดีที่สุดของดิฉันเเละเพื่อนๆ เเล้ว


เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจจะนำไปประดิษฐ์ดอกมะลิจากทิชชู่ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จิตอาสา



ความเห็น (0)