สร้างสรรค์ สื่อสาร สุขใจ ให้องค์กร

ขอบพระคุณท่านผู้บริหารและทีมงานไอที HR PR ที่ช่วยจัดกระบวนการเรียนรู้ และกัลยาณมิตรคณะกายภาพบำบัดมหิดลทีแผ่พลังเข้มแข็ง ร่าเริง และเมตตา ในกระบวนการรู้ใจตน รู้ใจงาน และรู้ใจทีมงาน สานคุณค่าพันธกิจชีวิตด้วยหัวใจบริการ

เมื่อย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์การพัฒนาองค์กรหนึ่งปีก่อน คลิกอ่านบันทึกที่นี่ ขอสื่อจิตคิดถึงมิตรแท้บนจักรวาลนี้...มีชีวิตคิดดีมีพลังดุจคลื่นท้องทะเล คลื่นลมเย็น คลื่นมะพร้าว คลื่นทรายฝั่ง คลื่นหัวใจ และคลื่นมือถือ ทำให้ผมในบทบาทนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมบูรณาโค้ชฝึกจิตใต้สำนึกได้ตกผลึกออกแบบกลุ่มกิจกรรมพลวัติได้ผลลัพธ์อย่างมหัศจรรย์ ดังต่อไปนี้


กิจกรรมรู้ใจให้ใคร (1 ชม.) วันนี่้ให้ทุกท่าน เปิดใจ โล่งใจ สบายใจ...รู้ตน รู้คน รู้งาน เข้าใจ ใส่ใจ มั่นใจ หลังจากน้องแอ้น น้องแจ๊ค และดร.ป๊อป ได้การตอบกลับแบบประเมินศักยภาพใจที่สะท้อนภาวะผู้นำ (พลังเข้มแข็งทางเหตุผล) และนพลักษณ์หรือบุคลิกภาพ 9 แบบแล้วนำมาจัดกลุ่มให้ทั้ง 167 ท่าน (Evaluation group) ได้เรียนรู้ความพิเศษ คือ อารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจของพี่น้องเพื่อนร่วมลักษณ์เดียวกัน จากนั้นให้จับคู่ทำการฝึกจิตใจ้สำนึกเพื่อค้นหาคุณค่าภายในตนเองจาก 3 อันดับเหลืออันดับที่หนึ่ง เพื่อให้เกิดกลุ่มการสำรวจตนเอง (Task-oriented group)

กิจกรรมพันธกิจชีวิต (1.30 ชม.) มีการคละกลุ่มที่หลากหลายลักษณ์ แล้วค่อยๆ พัฒนาพลังศักยภาพบุคคลสู่กลุ่มคู่ขนาน (Parallel group) เน้นการสร้างสัมพันธภาพกลุ่มลักษณ์เดียวกันและแยกคู่ประเมินคุณค่าผ่านจิตใต้สำนึก และร่วมกันสร้างกลุ่มผลงาน (Project group) แม้แรกๆจะเขินๆ ที่จะร้องตาม สุดท้ายสัก 3 นาทีผ่านทุกคนก็ยืนและโบกมือตามผู้นำตามธรรมชาติคู่ชายหญิงที่ทุกคนอยากให้เป็นผู้นำร้องเพลงกำลังใจ แบบช่วยกันคิดช่วยกันทำ - เป้าหมายยังคลุกเครือ (Egocentric coperative group) สู่เปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกร่วมกัน (Coperative group)


กิจกรรมค้นคนคุณค่า (1 ชม.) จากนั้นก็ฝึกทุกคนให้ทำสมาธิผ่อนคลายและเรียกสติสัมปชัญญะให้ตื่นรู้ อยู่ตัว หัวใจงาม ด้วยการจัดกลุ่มแสดงบทบาทเหมาะสมตามวุฒิภาวะ (Mature group) ขับเคลื่อนสู่กลุ่มสอนทักษะและความรู้ใหม่ในการจินตนาภาพรู้ใจลูกค้าในหน้างานสัก 3 เหตุการณ์เพื่อเลือกเพียงคุณค่าหนึ่งอันดับที่ตรงกับตนเองในการทำงานด้วยสุขภาวะ ตลอดจนสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องเพื่อนทั้งคณะให้มากที่สุดเพื่อค้นหาการพัฒนาตัวเองในด้านใดๆ ซึ่งทั้งคณะฯต้องการพัฒนาตนเองด้านสุขภาพมากที่สุด รองลงมาคือวิชาชีพ/วิชาการ เป็นอันเสร็จการนำคุณค่าของตัวเองใส่ในใบพันธกิจชีวิตด้วยความภาคภูมิใจในความตั้งใจที่มีคุณค่า


กิจกรรมละครสื่อใจ (2 ชม.) วันนี้ตั้งใจ มั่นใจ ไว้ใจ...ละครสื่อใจตน พวกเราสนใจ ทุกคนใคร่ครวญ มิตรล้วนคุณค่า นำพาความดี เราพลีสามารถ มิพลาดแก้ไข มุ่งไปชืนเอย หลังการดูคลิปนี้ [Acknowledgement Youtube.com] เพื่อฝึกการพัฒนาตนเองร่วมกับกัลยาณมิตรใน 15 นาทีแรก ด้วยกลุ่มอภิปรายเตรียมการ (Anticipatory topical group) และอีก 15 นาทีด้วยกลุ่มอภิปรายแบบฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Concurrent topical group) อย่างมีเป้าหมาย มีความหมาย (สำคัญและพึงพอใจ) และมีคุณค่าดีงาม ด้วยการแสดงละครสื่อสารภายในกลุ่มสู่การแสดงละครชีวิตบนเวทีด้วยการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะแห่งตนเอง กลุ่มละ 5 นาที และใช้เวลาที่เหลือ ให้แต่ละท่านรับมอบบนเวทีจากคณะท่านผู้บริหารและผู้มีประสบการณ์ชีวิตดีงาม แล้วนำมาประกาศก้องในที่ประชุม





ผมประทับใจละครสื่่อใจจากสี่ทีมที่ทำได้ยอดเยี่ยมครับ...ผลงานสร้างสรรค์ละครสื่อใจจากหนึ่งในสี่ทีมคณะกายภาพบำบัดมหิดล...ไอเดียสร้างสรรค์...กวีศิลป์ด้วยมีจิตใจเมตตา...ถ่ายทอดผลงานจากใจ...ต่อยอดช่วยเหลือผู้พิการด้วยกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และคุณภาพหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่มีดวงใจบริการดุจญาติมิตร

ผลการเรียนรู้สะท้อนให้เห็นสุขภาวะของกัลยาณมิตรได้อย่างสุดยอดปลื้มปิติ ตัวอย่างจากอ.อุ๊ อ.นี และน้องป้อม ขอบพระคุณมากครับ


โดยภาพรวมเมื่อเปรียบเทียบผลของพลังสื่อสารองค์กรเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพบุคลากร จากปีที่แล้วที่มีเพียง 9 ท่านที่มีไอเดียกล้าสื่อสารด้วยกระบวนการละคร จาก 166 ท่าน (70% สื่อสารผ่านการวาดรูป การใช้เทคโนโลยี และการเขียนคำคม ขณะที่เหลือสื่อสารผ่านคำพูด) มาปีนี้การทำงานพลังกลุ่มสร้างสรรค์สื่อสารพลังรักเมตตา พลังสำเร็จเข้มแข็ง และพลังสนุกสนานในรูปแบบการให้บริการความปลอดภัยกับความรู้จริงในวิชาชีพกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ตลอดจนวิชาการบริหารจัดการต่างๆ ของบุคลากรคณะกายภาพบำบัด จำนวน 167 ท่าน ออกมาเป็น 4 ทีมใหญ่ (WE) ทั้งๆที่แต่ละท่านระดมศักยภาพ (ME) ด้วยความดีงามและความรักเมตตาเป็นส่วนใหญ่ [ให้แต่ละท่านสังเกตตัวเลขหลักตัวแรกตามป้ายชื่อที่จัดไว้อย่างปราณีตตามลักษณ์ ดูจากรูปข้างล่างเกิดการขับเคลื่อนลักษณ์ตามจริตจิตใจสู่การปรับเปลี่ยนตามสภาวะเครียดเชิงบวกทำให้แสดงคุณค่าแต่ละลักษณ์ออกมาได้ทันทีมีสุขใจ ได้แก่ ลักษณ์ 1 จะมีความดีงาม ลักษณ์ 2 จะมีความรักเมตตา ลักษณ์ 3 จะมีความสำเร็จเข้มแข็ง ลักษณ์ 4 จะมีความคิดสร้างสรรค์ ลักษณ์ 5 จะมีความรอบรู้จริง ลักษณ์ 6 จะมีความปลอดภัยทั้งตัวเองกับผู้อื่น ลักษณ์ 7 จะมีความสนุก ลักษณ์ 8 จะมีความจริงสู่ประสิทธิภาพงาน และลักษณ์ 9 จะมีความสุขุม-สงบสันติ


ในปีหน้า ควรเน้นการฝึกทักษะการบริหารจัดการตนเองเพื่อสุขภาพดีทุกมิติควบคู่กับวิชาชีพด้วยการคิดเชิงระบบ ซึ่งได้ลองทำบ้างการให้ทำท่า 3 ระบบคิดตามการฝึกจิตใต้สำนึกวอลล์ดีสนีย์ จนถึงควรเรียนรู้ทฤษฎีแมลงสาปพร้อมๆกับการเพิ่มแรงบันดาลใจและกำลังใจมิให้ท้อในชีวิตการทำงานต่อไป


ปล. ลองจินตนาการว่าคุณนั่งอยู่ในร้านอาหาร อยู่ๆ ก็มีแมลงสาบจากซอกหลืบไหนสักแห่งบินมาเกาะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจึงเริ่มกรีดร้องทันทีที่เห็นมัน

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกระโดดโลดเต้น หวังว่าแมลงสาบตัวนั้นมันจะเลิกเกาะติดเธอเสียที มือทั้งสองข้างก็พยายามปัดมันออก แต่แมลงสาบเจ้ากรรมดันอยู่นิ่งๆ ซะอย่างนั้น

ปฏิกิริยาของผู้หญิงคนนั้นเริ่มทำให้ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเธอต้องประสาทเสียไปด้วย

และในที่สุด แมลงสาบตัวนั้นมันก็บินออกไปจากเธอ

แต่ลงไปจอดที่ไหล่ของผู้หญิงอีกคนในกลุ่ม แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เต้นแร้งเต้นกาเหมือนผู้หญิงคนแรกไม่มีผิด ความโกลาหลมาเยือนโต๊ะนั้นทันที

เมื่อเด็กเสิร์ฟสังเกตเห็น เขาเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะระงับเหตุการณ์ พอดีกับที่แมลงสาบเจ้าปัญหามันบินมาเกาะที่ผ้ากันเปื้อนของเขาพอดี

แต่แทนที่จะสะบัดผ้าออก เขากลับยืนนิ่ง และคอยสังเกตการเคลื่อนที่ของแมลงสาบตัวนั้น ซึ่งมันกำลังค่อยๆ เดินขึ้นมาบนเสื้อเชิ้ตของเขา

จนกระทั่งเริ่มจับทิศทางการเดินของมันได้ เขาจึงคว้ามันไว้ และขว้างออกไปที่นอกร้านอาหาร

คำถามที่น่าสนใจคือ “แมลงสาบ” คือต้นตอของความโกลาหลหรือเปล่า?

ถ้าใช่ ทำไมเด็กเสิร์ฟจึงยืนนิ่งๆ และสามารถจัดการกับมันได้อย่างละมุนละม่อม

นั่นก็เป็นเพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับแมลงสาบ มันคือความสามารถในการรับมือกับสิ่งที่เข้ามารบกวน ซึ่งในที่นี้ก็คือแมลงสาบ

เทียบกับเหตุการณ์ในชีวิตจริง มีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราหัวเสีย เช่น เสียงบ่นของคนรอบตัว หรือเสียงก่นด่าของเจ้านาย ซึ่งจริงๆ แล้วเราเองต่างหากที่เลือกได้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น ถ้าเราหงุดหงิดกับมัน นั่นก็เป็นเพราะเราเลือกเอง ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกแย่

มันไม่ใช่รถที่ติดอยู่บนท้องถนนที่ทำให้เราอารมณ์เสีย แต่เป็นความสามารถในการรับมือของเราเองต่างหากที่ทำให้เราหัวเสียกับมัน

มันคือปฏิกิริยาของเราที่มีต่อปัญหาต่างหากที่สร้างความโกลาหลให้กับชีวิตของเรา และสิ่งที่ Sundra เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ เขาเข้าใจว่าควรมีปฏิกริยากับปัญหาต่างๆ ในชีวิตอย่างไร

เขาจะรับผิดชอบกับมัน ไม่ใช่แค่ react แต่เป็น respond

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เพราะ reaction มาจากสัญชาตญาณ ในขณะที่ response มาจากการคิดใคร่ครวญเป็นอย่างดี เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายเกินรับมือ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้อะไรๆ มันแย่ลง เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดเพราะความโกรธ ความกังวล ความเครียด หรือความรีบเร่ง

นั่นคือวิธีการที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจชีวิต

สุดท้าย การถอดบทเรียนวาระนี้ ผมขออนุญาตเชื่อมโยงกับคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า...

โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ

ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก

อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น

ในโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า แน่นอน
คนเราเมื่อ ตัวตาย ก็ต้องลงดิน
ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย
อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา
พักได้ แต่อย่าหยุด
เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคนอีกคนหนึ่ง
ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร

หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ
ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว

อันตรายที่สุดคือ การคาดหวัง
เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์


เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
ไม่มีคำว่าบังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ
หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

ไม่เป็นขุนนางนะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง
เมื่อวานก็สายเกินแล้ว พรุ่งนี้ก็สายเกินไป

อย่าหวังว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก
เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณหมดทุกคน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (3)

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต

เขียนเมื่อ 

เห็นความจริงของชีวิตเพิ่มอีกเยอะเชียวค่ะ ขอบคุณนะคะ Dr. Pop

ขอบพระคุณมากครับพี่ธิ