ระบบความเชื่อ 9

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

4.ประโยชน์ของความเชื่อ

ความเชื่อของคนโดยพื้นฐานแล้วก่อให้เกิดการกระทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งในด้านดีและด้านไม่ดี ด้วยเหตุนี้บรรพชนจึงอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เกิดความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีหรือความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าที่มีฤทธิ์เดชสามารถให้คุณให้โทษแก่คนได้และในขณะเดียวกันหากคนใดทำให้ภูตผีหรือเทพเจ้าโมโหโทโสแล้วความทุกข์ยากต่าง ๆ ก็จะกลับมาหาคนนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้จึงก่อเกิดมีพิธีกรรมบวงสรวงสังเวยด้วยสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้พร้อมกับการปลูกฝังระบบความเชื่อเหล่านั้นให้ลึกลงไปสู่จิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลจนไม่สามารถถอนความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นความจดจำฝังใจ นับเป็นความเชื่อพื้นฐานของการเคารพนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความศรัทธาทางศาสนาติดตามมาจนก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้

1.ความเชื่อก่อให้เกิดความมั่นใจ

ด้วยคนไทยบางส่วนมีความเชื่อในเรื่องวิชาโหราศาสตร์ เช่นความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการมีคู่ครองว่าคนหญิงชายที่มีความรักปรารถนาดีต่อกันนั้นมีดวงคู่ที่สมพงศ์กันหรือไม่อย่างไร เมื่อหญิงกับชายคู่ใดมีความรักกันประสงค์จะแต่งงานกันก็มักจะพากันไปหาหมอดูให้ทำนายทายทักว่าดวงของคนทั้งสองนั้นสมพงศ์กันหรือไม่อย่างไร หากหมอดูทายว่าสมพงศ์กันแน่แท้แล้วก็หาฤกษ์ยามเพื่อแต่งงานอยู่กินฉันท์สามีภรรยาอย่างมีความสุข นับเป็นการให้ความเชื่อมั่นในเรื่องการครองรักครองเรือนของคู่รักได้อีกแนวทางหนึ่ง

2.ความเชื่อก่อเกิดพลังอำนาจ

ด้วยคนไทยส่วนมากมีความเชื่อเรื่องการรดน้ำพุทธมนต์ที่ว่า คนเราแม้อาบน้ำท่าน้ำประปาสักร้อยหนก็ยังไม่เท่ากับการอาบน้ำพุทธมนต์เพียงหยดเดียว กล่าวคือคนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาเวลาไปในงานพิธีกรรมต่าง ๆ มักจะได้รับการปะพรมน้ำพุทธมนต์เป็นประจำจึงเกิดความมั่นใจว่าตนได้มีที่พึ่งที่กำบังแม้เจอสิ่งอันตรายก็จะคลาดแคล้วอยู่รอดปลอดภัยได้เพราะตนมีความเชื่อว่าได้รับน้ำพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว

3.ความเชื่อก่อเกิดการสร้างสรรค์

โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ทางศิลปะ สถาปัตยกรรม เมื่อเราเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ มักจะเห็นสิ่งก่อสร้างที่แปลกตาไม่ว่าจะเป็นอาคารที่สร้างตามยุคสมัยมีแนวคิดแบบวัฒนธรรมทางตะวันตกอย่างพระที่นั่งอนันตสมาคม ในกรุงเทพมหานคร การสร้างโบสถ์ในทางพุทธสถานทั่วประเทศไทยซึ่งมีอัตลักษณ์พิเศษเฉพาะที่เมื่อพบเห็นแล้วก่อเกิดความเลื่อมใสศรัทธาพร้อมทั้งเกิดความเจริญตาพาจิตใจให้เพลิดเพลินด้วย

4.ความเชื่อก่อเกิดความสามัคคี

ในสังคมไทยส่วนใหญ่แล้วล้วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา กรณีครูบาศรีวิชัยเป็นผู้นำในการสร้างถนนจากพื้นราบเชิงเขาขึ้นไปยังดอยสุเทพโดยผู้มีจิตศรัทธาต่างร่วมด้วยช่วยกันทำถนนสายนั้นจนบังเกิดเป็นผลสำเร็จลงได้ด้วยความสามัคคีและในสังคมสมัยก่อนมีการลงแขกดำนาและเกี่ยวข้าวทั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยความรู้รักสามัคคีเช่นเดียวกัน

5.ความเชื่อก่อเกิดเป็นรูปธรรม

การเล่าขานคตินิยมทางศาสนาที่สืบทอดต่อกันมายาวนานนั้นล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในนามธรรมซึ่งไม่สามารถจับต้องได้ ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้คนคิดออกมาเป็นรูปธรรม อย่างกรณีความเชื่อเกี่ยวกับนรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ก็เกิดการวาดภาพสร้างเมืองนรกเมืองสวรรค์ขึ้นมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ในที่บางแห่งมีการสร้างนางเงือกน้อยขึ้นมาก็เป็นภาพวาดและสร้างสถาปัตยกรรมจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังจะเห็นได้ที่ชายหาดสมิหลาจังหวัดสงขลาและนอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ตรงปากน้ำทะเลสาบสงขลาฝั่งแหลมสนในปัจจุบัน

6.ความเชื่อเป็นพื้นฐานก่อให้เกิดปัญญา

ในกรณีการทำพิธีกรรมไหว้ครูนั้นเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเพราะคุณครูบาอาจารย์เป็นผู้อบรมสั่งสอนให้รู้ดีรู้ชั่วสอนให้มีความรู้มีปัญญาในการพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล สำหรับเครื่องประกอบในการบูชาคุณครูนั้นนิยมใช้ดอกเข็ม หญ้าแพรก ข้าวตอก ดอกมะเขือ อันเป็นปริศนาธรรมนำมาเป็นสัญลักษณ์เพื่อเคารพบูชาคุณครูในวันกระทำการไหว้ครูดังกล่าวด้วย

7.ความเชื่อก่อให้เกิดการนับถือศาสนา

ด้วยทุกศาสนาล้วนสอนให้ศาสนิกชนในศาสนาของตนมีความเชื่ออย่างมั่นคงในหลักธรรมคำสอนทางศาสนา โดยมีองค์ประกอบหลักอันสำคัญคือองค์ศาสดา พระองค์มีหลักคำสอน มีศาสนสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีศาสนบุคคลผู้ประพฤติตามหลักธรรมของศาสดา มีศาสนพิธีเป็นคู่มือในการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักศาสนานั้น ๆ

8.ความเชื่อก่อให้เกิดอิทธิปาฏิหาริย์ในทางจิตใจ

อย่างกรณีคนป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากนายแพทย์แล้วว่าไม่มีโอกาสหาย แต่ด้วยจิตใจที่สู้ชีวิตของคนป่วยที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตาชีวิตของตน ด้วยคนป่วยมั่นใจในตนเองว่าต้องมีวันหายแน่และมีกำลังใจปฏิบัติตนตามแนวทางที่คิดว่าถูกต้องและด้วยพลังใจที่เข้มแข็งนั้นทำให้บุคคลนั้นหายไปจากโรคที่เป็นอยู่ดังกล่าวนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)