มรดก 1,000 ปี เก่าที่สุดในสยาม

มรดก 1,000 ปี เก่าที่สุดในสยาม

โดย วาทิน ศานติ สันติ (28/5/2559)

หากจะกล่าวถึงงานศิลปะวัตถุ และงานโบราณสถาน ก็ต้องยกให้ทางกรมศิลปากรเขาละครับ เพราะมีหน้าที่ดูแลรักษา อนุรักษ์ รวมถึงเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนทั่วไป โดยมีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นแรงสำคัญในการเผยแพร่ความรู้นั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษคือ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่เผยแพร่งานวิจัย งานวิทยานิพนธ์สู่สาธารณชนมาโดยตลอด งานเข้าถึงง่ายเปิดให้ดาวโหลดได้ทางอินเตอร์เน็ต สะดวกแก่การศึกษาค้นคว้าอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยหลายแห่งควรเผยแพร่งานแบบนี้บ้าง ไม่ใช่เก็บไว้ในหอคอยงาช้างยากแก่การเข้าถึง

หลายปีมานี้นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่หลายสถาบัน รวมถึงผู้รู้จำนวนมากเผยความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณวัตถุ โบราณสถาน ให้เราได้เลือกอ่านเยอะขึ้นครับ

องค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะไทย หากจะอ่านจากตำราเรียนก็คงจะยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มศึกษา เพราะเป็นชุดความรู้ที่ถือว่าเป็นศาสตร์แห่งการบูรณาการ ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี คติความเชื่อท้องถิ่น ตำนาน ศาสนา อักษรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมถึงการตีความที่อยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่พบอย่างจำกัด จึงจำเป็นที่จะต้องอ่านมาก ดูมากเป็นพิเศษ วัตถุบางชิ้นมีชิ้นเดียว โบราณสถานบางแห่งก็เดินทางยากจะเข้าถึง ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์มากที่เราจะเรียนรู้ผ่านหนังสือของผู้เชี่ยวชาญ

หนังสือ มรดก 1,000 ปี เก่าที่สุดในสยาม เขียนโดย อาจารย์รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนอื่นผมขอชื่นชมสักนิด เพราะท่านเขียนหนังสือไว้จำนวนหนึ่งซึ่งเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้อ่าน หนังสือที่ท่านเขียนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะคืออ่านง่าย เข้าใจง่าย ใช้ศัพท์เฉพาะเฉพาะจำเป็น นับว่าเป็นการย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย นำวิชาการมาสู่การอ่านเพื่อความบันเทิงหรือผ่อนคลายได้ ใคร ๆ ก็อ่านเข้าใจแม้ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะมาก่อนก็ตาม

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องโบราณวัตถุสถาน (โบราณวัตถุและโบราณสถาน) จำนวน 20 ตัวอย่างที่ถือว่าเป็นชิ้นที่มีอายุเก่าที่สุดที่ค้นพบในดินแดนไทย ซึ่งอาจารย์ได้ใช้กระบวนการวิเคราะห์รูปแบบ ที่มา การกำหนดอายุ หรือความเชื่อมโยงต่าง ๆ เรียกว่ากระบวนการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีมาอธิบายความหรือตีความโบราณวัตถุสถานเหล่านี้

ตัวอย่างของชิ้นงานเช่น พระพุทธรูปเก่าที่สุดในสยาม เทวรูปที่เก่าที่สุดในสยาม พระพุทธบาทที่เก่าที่สุดในสยาม โรงพยาบาลที่เก่าที่สุดในสยาม รูปเหมือนคนที่เก่าที่สุดในสยาม หวีที่เก่าที่สุดในสยาม ส้วมที่เก่าที่สุดในสยาม เรือที่เก่าที่สุดในสยามเป็นต้น

แต่ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่า ที่ว่าเก่าที่สุดนั้นหมายความว่าเป็นหลักฐานที่ค้นพบและเหลือรอดให้เห็นในปัจจุบันที่ยังเก็บรักษาในประเทศไทย กำหนดอายุนับตั้งแต่สมัยช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยทวารวดีเรื่อยมา ซึ่งบางสิ่งของหรือบางสถานที่อาจจะมีเก่ากว่าที่ยกมาในหนังสือยกมาก็ได้ หรือบางสิ่งอาจผุพังไปแล้วตามการเวลา หรืออาจจะยังไม่มีการค้นพบจึงไม่ได้ถูกกล่าวถึง

นอกจากการอ่านง่ายแล้วยังมีรูปภาพประกอบคำอธิบาย การโยงเส้นไปหาภาพเป็นจุด ๆ เพื่อการอธิบายอย่างละเอียดตามสไตน์หนังสือจากสำนักพิมพ์มิวเซียมเพลส เรียกได้ว่าไม่ต้องจินตนาภาพให้เสียเวลาเลยทีเดียว ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ 165 บาท หากเทียบกับคุณภาพ และจำนวนหน้า 200 หน้านับว่าคุ้มมากครับ

ไม่ใช่แค่อธิบายถึงรูปแบบอย่างเดียว ยังบรรยายถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ตำนาน คติความเชื่อเรื่องเล่าต่าง ๆ โยงไปถึงต้นต่อของที่มา มีการยกข้อสันนิษฐานจากหลายแง่มุมมาอธิบายประกอบ รวมถึงให้ความรู้ในชื่อเรียกหรือศัพท์เฉพาะทางวิชาการ ทั้งมวลนับเป็นส่วนประกอบที่ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกเพลิดเพลินเหมือนไม่ได่อ่านตำราเรียนแต่อย่างใด

ในที่นี้จะขอยกตอนที่ว่าด้วยเครื่องรางที่เก่าที่สุดในสยาม เพื่อกล่าวถึงข้อดีของหนังสือ

ผู้เขียนกล่าวถึงตุ๊กตาคนจูงลิง ที่นิยมสร้างในสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 16 พบที่เมืองอู่ทอง เมืองจันเสน เมืองนครปฐมโบราณเป็นต้น ตุ๊กตาดังกล่าวจะเป็นรูปคนใส่เครื่องประดับกำลังจูงลิง เป็นดินเผาความสูงประมาณ 10 เซ็นติเมตร ซึ่งตัวคนจะไม่มีศีรษะ

มีการยกข้อสันนิษฐานจากนักวิชาการหลายท่านที่ศึกษางานชิ้นนี้ว่าเช่น เกิดจากการตัดหัวออกเพื่อทำการสะเดาะเคราะห์ที่เรียกว่า "ตุ๊กตาเสียกบาล" หรือข้อสันนิษฐานจากเครื่องประดับและลักษณะที่เห็นอาจเป็นเด็กจูงลิง ตุ๊กตาตัวนี้อาจเกี่ยวข้องกับพิธีการผ่านภาวะ (Rites of Passage) ของวัยเด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการถวายเป็นข้าทาสหรือบริวารของสิ่งศักดิสิทธิ์ หรือข้อสันนิษฐานในเชิงนามธรรมเกี่ยวกับความซุกชนของเด็กโดยเทียบกับลิง หรือข้อสันนิษฐานทางด้านภาษาศาสตร์ของคำว่า "เสียกบาล", "เสียกะบาล", "เสียกระบาน" ซึ่งมีความหมายมากกว่าหนึ่ง อีกทั้งโยงไปถึงเครื่องรางรุ่นเก่าอีกด้วย

จากบทความเกี่ยวกับตุ๊ดตาคนจูงลิง ทำให้เห็นว่าเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในสาขาต่าง ๆ มาอธิบายตีความเช่น โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ คติชนวิทยา ภาษาศาสตร์ ดังนั้นผู้อ่านจะได้ความรู้จากหลายสาขาวิชาเป็นผลพลายได้ของแถม

อีกข้อดีหนึ่งคือผู้เขียนไม่ได้ฟันธงว่าแนวคิดของผู้ใดจะถูกต้องแบบล้านเปอร์เซนต์ เพียงแต่ยกแนวคิดจากหลายนักวิชาการมาประกอบเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่เป็นการปิดกั้นหรือยึดติดกันแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง นับเป็นการเปิดกว้างทางวิชาการ เป็นแนวทางให้ผู้สนใจไปศึกษาค้นคว้าในเชิงลึกต่อไปได้

แต่หากจะกล่าวถึงจุดด้อยของหนังสือผมคิดว่าอยู่ที่รูปภาพประกอบเช่นกัน คือการพิมพ์รูปแบบขาวดำ หากผู้อ่านไม่เคยเห็นหรือรู้จักวัตถุสถานเหล่านี้มาก่อน ก็จะไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าสีที่แท้จริงคือสีอะไร หากทางสำนักพิมพ์ทำเป็นภาพสีจะดียิ่ง แม้จะเพิ่มราคาอีก 100 - 120 บาท ก็ยังนับว่าคุ้ม

หนังสือ มรดก 1,000 ปี เก่าที่สุดในสยาม จึงเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุสถานของที่ควรอ่านอย่างยิ่ง อ่านเล่นก็ได้เพราะอ่านง่ายเพลิดเพลิน อ้างอิงก็ดีเพราะมีเชิงอรรถพร้อมสรรพ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความสนุกสนานจากการอ่านครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รักการอ่าน



ความเห็น (0)