ประวิติหมู่บ้านม่วงไข่

ประวิติความเป็นมาของหมู่บ้านม่วงไข่

ดิฉันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 8 อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งประวิติของหมู่บ้านมีต่อไปนี้บ้านม่วงไข่ก่อตั้งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2416 โดย นายแดง บรรจุทรัพย์ นายหม่อม บุญหนุนพร้อมด้วยลุกหลาน 15 คน ซึ่งอพยพมากจากบ้านบึงแก ตำบล มหาชนะชัย จังหวัดอุบลราชธานี


โดยเริ่มแรก ชาวบ้านได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านบึงแก ก็เพื่อจะหาทำเลที่ตั้งหมู่บ้านแห่งใหม่ หาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เมื่อได้อพยพมาถึงบ้านเชียงเครือ ตำบลกระจาย คณะเดินทางได้หยุดพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชั่วคราวและได้มีการปรึกษาหารือกันว่า จะตั้งหลักปักฐานยู่กับหมู่บ้านนี้หรือไม่ ผู้นำจึงได้เปิดโอกาสให้คณะผู้ร่วมเดินทางทุกคนแสดงความคิดเห็น และในที่สุกก็ได้ข้อสรุป ควรอพยพต่อไปด้วยเหตุผลที่ว่า หมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งมีผุ้คนมาอาศัยอยู่ก่อนแล้วหลายครัวเรือน อาจจะมีปัญหาในการแย่งชิงพื้นที่หากิน มนอนาคตต่อไปดังนั้นคณะอพยพ เมื่อเดินทางต่อจากหมูบ้านเชียงเครือ โดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเดินทางได้สักพักได้มาพบหนองน้ำซึ่งปัจจุบันเรียกว่า หนองแวง มีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้สูงทึบนานาพันธุ์ ทำให้ผู้พบเห็น เกิดความร่มรื่นสบายใจ เมื่อเราได้พบแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งอาหารแล้วถึงจะไม่เป็นแหล่งอาหารขนาดใหญ่ แต้ก็มีปู ปลา เขียด พอที่จะให้เราเสาะหาทำมาหากินได้จากนั้นก็ตั้งหลักปักฐานอยู่ใกล้กับหนองน้ำแหล่งนี้ จึงได้พากันออกสำรวจพื้นที่สำหรับทำไร่ ทำนา เป็นต้น โดยทุกคนอกเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหนองแวงก็พบว่า พื้นที่บางแห่งเป็นที่ลุ่ม และที่ราบ ซึ่งเหมาะแก่การทำนา เมื่อหัวหน้าผู้นำทางพาลุกหลานออกสำรวจสิ่งที่ต้องการได้สมใจแล้วจึงได้ลงหลักปักฐานตัดสินใจสร้างหมู่บ้านแห่งใหม่ขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันส่วนสาเหตุที่ใช้ชื่อว่า บ้านม่วงไข่ เพราะว่าในขณะนั้นที่ผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน ได้หักร้างถางพื้นที่ในส่วนที่เป็นเนินสำหรับสร้างที่อยู่อาศัย ก็พบต้นมะม่วงขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120 เซนติเมตร มีลำต้นประมาณ 30 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ร่มรื่นสวยงามมาก ซึ่งทราบว่าผู้ใดนำมาปลูกไว้ และปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อใดลักษณะของใบคล้ายต้นมะม่วงทั่วไป จะแตกต่างกันเฉพาะผล ซึ่งผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกมีสีขาวเหมือนสีผิวขิงไข่ไก่ ผลโดยประมานเท่าไข่ไก่ เมื่อผลแก่สุกงอมเต็มที่ เนื้อด้านในจะมีสีค่อนข้างชมพู มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มีรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆชาวบ้านจึงตั้งชื่อมะม่วงพันธุ์นี้ว่า มะม่วงไข่ สถานที่พบต้นมะม่วงคือบริเวณวัดบ้านม่วงไข่ในปัจจุบัน ซึ่งต้นมะม่วงไข่ที่พบต้นแรกได้ตายไปแล้ว คงเหลือแต่ต้นลูกที่มีอยู่ด้วยกัน 2 ต้น ซึ่งทางหมู่บ้านและทางวัดได้มีการอนุรักษ์ไว้ดังนั้นหัวหน้าคณะผู้ก่อตั้งหมู่บ้านและลูกหลานจึงได้ขนานนามหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านม่วงไข่ ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน





http://www.yasothon.go.th/web/Yaso_files/images/anigif112.gif

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 57010117072



ความเห็น (0)