ลูกรัก...การเรียนรู้พุทธศาสนา ผู้ที่จะเข้าถึงความจริงของศาสนานี้ มิใช่เข้าได้ด้วยการเรียนรู้ตำรา คัมภีร์ อักษรภาษาหนังสือ แต่มันเริ่มต้นการเรียนรู้ ด้วยการเข้าใจความหมายของสรรพชีวิต สรรพสิ่ง สรรพสัตว์และสรรพวัตถุ แค่นี้พ่อคิดว่าเข้าถึงตัวศาสนาแล้วหละ

ลูกรัก...เจ้าจะเข้าใจความนี้อย่างไร สำหรับชาวโลก พวกเขานั้นเข้าใจว่า ปัญญาได้มาจากการสะสม เรียนรู้ ดูอ่าน ท่องจำ
แต่สำหรับพ่อเข้าใจว่า สองเหล่านั้นเป็นเพียงสัญญา ส่วนปัญญาที่แท้จริงนั้น พ่อรู้สึกว่ามันได้มาจากการลุถึง ดังเช่นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เช่นนี้พ่อคิดว่าพวกที่เล่าเรียน ท่องบ่น ท่องจำอะไรได้มาก มิใช่ว่าเขามีปัญญามาก, เป็นแต่เพียงว่า เขามีสัญญามากขึ้นต่างหาก

ลูกรัก...ธรรมะที่แท้อยู่เหนือสมอง ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิด แต่เป็นความบริสุทธิ์แห่งสภาวะจิตที่พูดไม่ได้ แสดงไม่ได้

ลูกรัก...การค้นหาตัวเจ้าเอง เป็นกิจเบื้องต้นของศาสนธรรมนี้ และ พระบริสุทธิธรรมเป็นกิจเบื้องปลาย

ลูกรัก...เจ้าจงรู้เถิดว่า การเข้าถึงและทำความรู้จักกับตัวเจ้าเองล้วนล้วน นั่นแหละคือพื้นฐานของการศึกษาวิชาธรรมชาติ

ลูกรัก...เมื่อไม่รู้จักตัวเอง ทุกสรรพสิ่งย่อมเกิดขึ้น เมื่อใดรู้จักตนเอง ทุกสรรพสิ่งย่อมไม่มี ความศรัทธา มิใช่ความจริง แต่ความจริงมันเป็นสิ่งที่สิงอยู่ในศรัทธา

ลูกรัก...ผู้ใดมีสุญญตาอยู่ในใจ, ผู้นั้นจะไม่ทุกข์ แล้วสุญญตาคืออะไร ถ้าพูด, ก็จะไม่ใช่สุญญตา ถ้าไม่พูด, ก็ไม่เข้าใจสุญญตาอีก แล้วจะทำอย่างไร ใครรู้ช่วยบอกที

ลูกรัก...ธรรมะ 84,000 พระธรรมขันธ์ สรุปลงตรงที่สอนให้ นั่งให้เป็น ยืนให้เป็น กินให้เป็น เดินให้เป็น นอนให้เป็น สุดท้าย ตายให้เป็น

ลูกรัก...จงยืนให้เป็น เดินให้เป็น นั่งให้เป็น นอนให้เป็น อิริยาบถทั้งหมดนี้ สำหรับผู้ยังหลับไหล ต่างจากผู้ตื่น ชนิดขาวกับดำเลยทีเดียวหละ

ลูกรัก...จริยธรรม ไม่จำเป็นต้องมีชั่วโมงสอน เด็กสมัยก่อน, เรียนจริยธรรมจากการกระทำของครู อาศัยการสังเกต การวางตัว การยืน การเดิน การนั่ง การพูดคุย การแสดงออก เด็กจึงซึมสิงกระบวนการนี้เข้ามาในชีวิตจิตวิญญาณ โดยไม่รู้สึกตัว, แต่เดี๋ยวนี้พอหมดชั่วโมงสอนก็หมดจริยธรรม

ลูกรัก...เจ้าจักต้องทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของเจ้า, เหมือนกับเมฆหมอกที่กำลังเคลื่อนตัว, หรือสายน้ำที่กำลังไหลริน

ลูกรัก...มหาสติ มีอิริยาบถเป็นเครื่องอยู่ มีความรู้เป็นจุดมุ่งหมาย

ลูกรัก...จงจัดระเบียบของตน จนเป็นปกติของกาย จงจัดระเบียบของกายจนเป็นระบบของใจ

ลูกรัก...พุทธะ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้ามัวมานั่งหลับตาแล้วมันจะตื่นได้อย่างไร

ลูกรัก...นักปฏิบัติ ถ้ายังผูกอารมณ์ หรือความรู้สึกไว้กับอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง ชั่วชีวิต จะไม่บรรลุผลแห่งการปฏิบัติได้เลย

ลูกรัก...เจ้าจงอย่าเรียนเพียงแค่สะกดอารมณ์ และ สยบพฤติกรรม เพราะนั่นไม่ใช่การกระทำของผู้ชาญฉลาดเลย

ลูกรัก...ถ้าเจ้าต้องการ, ที่จะจัดการกับม้าที่แสนพยศ มันมีอยู่สองวิธี วิธีแรกคือ เจ้าต้องคอยควบคุมมัน ดูแลมัน และกำหราบมันโดยพลังของเจ้าเอง วิธีที่สอง คือ ปล่อยมันไป (เจโตวิมุติ-ปัญญาวิมุติ)

ลูกรัก...วิถีแห่งพุทธะ, ไม่ใช่ให้เราเปลี่ยนทุกข์ แต่ให้เราแก้ทุกข์ วิธี คือ หยุดการตามติดอารมณ์ที่ผ่านไป แล้วอย่าให้กลับมาสู่ตัวเรา

ลูกรัก...พระพุทธเจ้า, จะสอนเรื่องนรกสวรรค์ให้คน, ที่ไม่อาจจะเรียนรู้อะไรได้มากกว่านั้น

ลูกรัก...สัจธรรมของศาสนานี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นในเบื้องต้น มีความเปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และย่อมแตกสลายไปในที่สุด

ลูกรัก...ถ้าเจ้าไม่อยากเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ก็อย่าได้เอาใจไปผูกไว้กับอะไร อะไรเด็ดขาด

ลูกรัก...เจ้าจงอย่าเข้าใจว่าพระอรหันต์ และนิพพานเป็นสิ่งที่สูงจนเอื้อมไม่ถึง แต่ถ้าเผอิญเจ้าเข้าถึงมันแล้ว พ่อคิดว่าเจ้าคงมิต้องการคำอธิบายใดใดเป็นแน่

ลูกรัก...พ่ออยากจะบอกต่อเจ้าว่า ตอนที่เจ้าเป็นเด็กตัวเล็กเล็ก ที่กำลังหัดเดินและหกล้ม พร้อมกับได้รับความเจ็บปวด ถ้าเจ้าไม่พยายาม และเริ่มต้นเดินใหม่เจ้าก็จะเดินไม่ได้ จนถึงปัจจุบันนั่นเอง

ลูกรัก...เมื่อใด ที่ท้องฟ้ามืดมิด เจ้าอย่าได้คิดว่าพระอาทิตย์ไม่มี คราวใดที่ท้องฟ้าไม่แจ่มใส เจ้าอย่าได้เข้าใจว่าดวงจันทร์ ได้หายไป

ลูกรัก...ชั่วชีวิตของลูกบางครั้งก็ร้องไห้ บางครั้งก็เลวร้าย สลับสับเปลี่ยนกันไป ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหมดสิ้น ลูกไม่รู้จักเบื่อบ้างหรือ

ลูกรัก...ห้องขังหรือคุกแห่งอารมณ์ มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่จะเปิดมัน

ลูกรัก...พ่อจักทำนายอนาคตของเจ้าให้ฟัง เอาไหม ถ้าเอา พ่อจะขอทำนายว่า เจ้าจักต้องตาย มีร่างกายอันเน่าเปื่อย และไร้วิญญาณ ไม่เป็นที่ปรารถนา ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เป็นที่รำคาญแก่คนทั้งหลาย สุดท้ายเจ้าจะเหลืออะไร

ลูกรัก...ตั้งแต่พ่อเกิดมายังไม่เห็นมีใครใหญ่กว่าโลง

ลูกรัก...ละพยศ ปลดมานะ ละอัตตา คงไว้แต่ภาระและหน้าที่

ลูกรัก...ผู้คนทั้งหลาย, ที่มีชีวิตวันนี้, ก็เพื่อจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่หวัง แต่สำหรับพ่อมีชีวิตอยู่วันนี้, มิใช่รอเพื่อรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ (เหมือนกับเศร้าแต่ไม่ใช่เศร้า) ชั่วชีวิตของพ่อไม่เคยมีวันข้างหน้าเลย

ลูกรัก...สำหรับพ่อแล้ว เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม มิใช่เปาบุ้นจิ้นและ ใครที่ไหน แต่เป็นธรรมชาติ ต่างหากเล่า ที่เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมได้ดีที่สุด

ลูกรัก...เรามาดูกันว่า เจ้าจักอยู่ในสถานะใดในขณะที่ทำบุญ
แบบพระพุทธะ เป็นผู้มี เต็ม อิ่ม แล้วเอื้อเฟื้อให้
แบบพระโพธิสัตว์ เป็นผู้ให้ทุกชนิด แม้แต่ชีวิต ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ให้
แบบพระอริยเจ้า เป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
แบบเปรต เจ้าประคู้น ขอให้ผลบุญนี้ จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าได้มี

ลูกรัก...เจ้าจะต้องประพฤติให้อยู่ใน อริยกันตศีล ให้จงได้ อริยกันตศีล คือ ศีลที่พระอริยเจ้าพอใจ
เจ้ารู้หรือไม่ว่า อริยกันตศีล คือ ศีลที่พระอริยเจ้าพอใจได้นั้น มันจะต้องเกิดมาจากใจที่มิได้มีอะไรปรุงแต่ง และคราวใดที่ลูกทำได้ คราวนั้นเจ้าก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงธรรมชาติ จักรวาล และนิพพาน

ลูกรัก...ถ้าใจสะอาด ใจดี ใจปกติ ใจถูกต้อง ใจรู้อะไรที่เป็นจริงของโลก ศีลกี่ข้อก็รักษาได้

ลูกรัก...ผู้มีใจอิสระ ไม่มีที่เหมาะสำหรับเขา เหตุเพราะเขาเหมาะสำหรับทุกที่ ผู้มีใจไม่อิสระ ที่ไหนก็ไม่เหมาะสำหรับเขา เหตุเพราะ เขาไม่เหมาะกับทุกที่

ลูกรัก...สำหรับอริยชนนั้น, เขาจะไม่ตัดสินว่าอะไรถูก อะไรผิด แต่เขาจะรู้ว่า ควรจะทำอย่างไรกับทั้งสองสิ่งนั้น

ลูกรัก...ถ้าเจ้ารู้ว่า สรรพสิ่ง สรรพชีวิต เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นปกติ ด้วยหัวใจรู้จริงจริงแล้ว พ่อว่าเจ้าคงจะไม่กล้าบ้าไปด่า ยอมรับหรือปฏิเสธในอะไร อะไรเป็นแน่

ลูกรัก...ขอได้โปรด อย่าใช้สมอง ความรู้สึกนึกคิด ความคาดเดา ความเคยชิน เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความถูกผิดของสามัญสัตว์

ลูกรัก...จะคบกับปุถุชนต้องเผื่อไว้ 50/50 เราเองก็ยังเป็นปุถุชน อย่าได้ตัดสินว่าใครถูกกว่าเรา ใครเลวกว่าเรา ใครแย่กว่าเรา คนที่ถูกที่สุดไม่มีในคำว่าปุถุชน

ลูกรัก...ผู้ไร้ธรรมะ (คนโง่) มักจะสร้างข้อแม้ หยุบหยิบ หยุมหยิม เยอะแยะ จนกลายเป็นความชอบชัง ยอมรับหรือปฏิเสธ กลายเป็นมลภาวะในสังคมที่ตนเข้าไป, แล้วก็แสดงความแหลวแหลกให้คนอื่นได้รู้

ลูกรัก...ทุกคนว้าวุ่น ไม่รู้จักกำจัดปัญหาของตน ก็เลยสร้างเงื่อนไข, ในการแก้ปัญหาแห่งตน, แต่ไปสัมผัสจับต้องกับเงื่อนไขของคนอื่น เลยคิดว่าคนอื่นไม่ยอมรับตน ไม่ใช่พวกตน เพราะทุกคนไม่เป็นคนจริง ไม่ยอมรับความจริง ไม่เข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไร

ลูกรัก...เจ้าจงนิ่งในเหตุที่จักเกิดการตอบโต้ แต่จงผูกเพื่อที่จะอธิบาย

ลูกรัก...เมื่อใดมีเหตุเกิดขึ้น ในที่ใด จงค้นหาเหตุที่เกิด และดับเหตุมันเสียตรงนั้น

ลูกรัก...จงใช้สมมุติ ยอมรับสมมุติ เคารพสมมุติ ให้เกียรติในสมมุติ สุดท้ายจงอย่ายึดติดในสิ่งที่เป็นสมมุติ นี่คือ วิมุตติธรรม

ลูกรัก...คนที่ผิดเพราะเขาไม่รู้ ถ้ารู้คงไม่ผิดเป็นแน่

ลูกรัก...เจ้าต้องสำรวจตรวจตรา, ตัวเองตลอดว่า จิตของเจ้าเป็นสรรพสัตว์ อริยสัตว์ หรือโพธิสัตว์

ลูกรัก...ธรรมะใช้ตอนที่เดือดร้อน

ลูกรัก...เจ้าจงอย่าทำชีวิตให้มีค่าแค่ฟองน้ำลายบนปลายลิ้นของชาวบ้าน

ลูกรัก...คำด่ายังไม่กล้ายอมรับ แล้วคำชม, ซึ่งมันระยำกว่าคำด่า, เราจะยอมรับได้อย่างไร

ลูกรัก...พ่อชอบที่จะอยู่กับศัตรูมากกว่ามิตร เพราะมันจะทำให้เราตื่นตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่กับมิตรจะทำให้เราหลับไหล ชนิดที่ไม่มีโอกาสตื่นได้เลย

ลูกรัก...จงถือเสมอว่า เสียงด่าว่า ตักเตือน เป็นเสมือนเสียงเพลงแห่งความสุข ปลุกตื่น

ลูกรัก...ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นรากเหง้าของสัจธรรม อริยธรรม วิมุตติธรรม พระบริสุทธิธรรม

ลูกรัก...เจ้าจักสำคัญ ข้อความโบราณนี้เป็นไฉน รวงข้าวยิ่งสุก ยิ่งอ่อนน้อม รากเหง้าของกุศลธรรม ความฉลาด คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ถือว่าเป็นหัวใจของคุณธรรม สัจธรรม อริยธรรม รวมทั้งเป็นหัวใจของอีกหลายสิ่งเช่นนี้ ควรจะทำให้มีอยู่ในคำว่าศิษย์ที่ดี และควรมีอยู่สม่ำเสมอจนเห็นเป็นปกติ

ลูกรัก...วิถีชีวิตของเจ้าควรจักเริ่มต้นคือ ทำตนให้ละเอียดอ่อน พินอบพิเทา ละเมียดละไม อ่อนน้อมถ่อมตน อ่อนโยน อ่อนไหว แต่มิใช่อ่อนแอ

ลูกรัก...เจ้าจงใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าหาครูผู้ใจอารีทุกท่าน ด้วยอารมณ์ที่เป็นกลาง เพื่อที่จะทำลาย ทิฐิ มานะ ของตัวเจ้าเองเสียก่อน มิใช่เสแสร้งหรือแกล้งทำ มิฉะนั้นใจของเจ็าจะไม่เปิดกว้าง เพื่อรับเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาพิจารณา และแยกแยะว่าถูกหรือผิด เจ้าอย่าได้เอาทิฐิเล็กเล็ก น้อยน้อย, มาเป็นม่านที่คอยขวางกั้นเจ้าอยู่เลย ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลยนะ ลูกรัก

ลูกรัก...จำไว้ว่า พหูสูตและบัณฑิต ปราชญ์ ที่แท้จริงนั้น ก่อนที่เขาจะเป็นผู้รู้ที่ดี ต้องเริ่มจากการเป็นผู้ฟังที่ดีก่อน ถ้ายังเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ได้ ก็จะรู้เรื่องดีดี ของใครไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างไร เขาย่อมรู้จักเลือกในสิ่งที่เขาควรจะฟัง

ลูกรัก...ครูที่ดี ไม่ต้องการศิษย์ ควรจะเป็นศิษย์ที่ดีต่างหากที่ต้องการครู ควรจะมีการทดสอบกำลังใจ และความอดทน เพียรพยายามกันหน่อย ก่อนจะเรียนรู้
เมื่อครูที่ดีมีศิษย์แล้ว ทุกอย่างจะต้องเป็นเส้นตรง จะคดโค้งเปรอะเปื้อนบิดเบือนไม่ได้ มันจะเป็นเหตุที่ดีดี ให้ศิษย์ที่ดีได้ดีจริง ควรขยำขยี้ ทุกกรรมวิธี จนกว่าศิษย์จะได้ดี
ศิษย์ที่ดี ควรจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ครูได้ทราบว่า เขาพร้อมทุกอย่าง และทุกวิถีทางโดยมิให้จำกัดวิธีการ ขอเพียงวิธีนั้นมันจะทำให้เขากลับมาสู่ความเป็นเอกบุรุษ คือการทำความรู้จักตนเอง ถึงแม้ว่าจะต้องป่นอวัยวะทุกชิ้นของตน เพื่อค้นหาก็ต้องยอม

ลูกรัก...ศิษย์ที่ดีจงสำนึกเถิดว่า ระเบียบปฏิบัติอันเคร่งครัด เข้มงวด หยุมหยิม เล็กน้อยนั้นมันสามารถ ปลุกให้เราตื่นอยู่สม่ำเสมอ ถ้าเจ้าปฏิบัติมันด้วยใจ

ลูกรัก...ลักษณะของครู และศิษย์ที่ดี น้ำ และ แผ่นดิน

ลูกรัก...ลูกศิษย์ของหลวงปู่พุทธะอิสระ ต้องไม่มีเกียรติ ไม่มีชื่อเสียง และต้องไม่มีศักดิ์ศรี และต้อง ปราบพยศ ลดมานะ ละทิฐิ ทรงสติ ดำริเป็นสัมมา

ลูกรัก...การที่เจ้า ท้อแท้ ท้อถอย ผิดหวัง หมดกำลังใจ เกียจคร้าน ง่วงเหงา หาวนอน และขาดทุน เจ้าจะรู้หรือไม่, ว่าขณะที่เจ้าเกิดความรู้สึกเศร้าซึม, เนิ่นช้า แต่เข็มนาฬิกา แห่งกาลเวลา มันมิได้ท้แแท้ ท้อถอย ผิดหวัง หมดกำลังไจ และเศร้าซึม เหมือนอย่างเจ้า
ขณะที่เจ้าท้อแท้ เข็มนาฬิกา มันมิได้ท้อแท้เหมือนอย่างเจ้า ขณะที่เจ้าท้อถอย เข็มนาฬิกามิได้ท้อถอย ดังเช่นเจ้า
ขณะที่เจ้าผิดหวัง เข็มนาฬิกามันมิได้ผิดหวังเหมือนดังเจ้า ขณะที่เจ้าหมดกำลังใจ มันมิได้หมดกำลังใจเหมือนอย่างเจ้า
และในขณะที่เจ้าเกียจคร้าน, หลังยาว ง่วงเหงาหาวนอนแลขาดทุน เข็มนาฬิกามันมิได้เกียจคร้านหลังยาว ง่วงเหงาหาวนอน และขาดทุนเหมือนเช่นเจ้า
เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อว่า เจ้าคงจะรู้สินะว่า เจ้ากำลังจะปล่อยชีวิตให้จมปลักอยู่ในโลกแห่งความสับสน, แร้นแค้น และมากไปด้วยการยื้อแย่ง ชิงดีชิงเด่นเห็นแก่ตัว แต่ถ้าเจ้ามัวไปแข่ง, แก่งแย่งกับเขาด้วย พ่อว่าเจ้าช่างน่าสงสารที่ไม่รู้จักคู่แข่งที่แท้จริง เรามัวโง่งม, หลงยื้อแย่งแข่งกันกันและกันอยู่ แต่ศัตรูตัวร้ายที่แท้จริง, เรากลับปล่อยให้มันหลบซุ่มอยู่ในเข็มแห่งกาลเวลา

ลูกรัก...เจ้ารู้ไหมว่า ขณะที่เจ้านอนผู้อื่นเค้าไม่นอน แต่ทำงาน ขณะที่เจ้าท้อแท้ คนอื่นเขาก็ท้อแท้ แต่มิได้หยุดเฉย ขณะที่เจ้าผิดหวัง ผู้อื่นเขาก็ผิดหวัง แต่หาวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เจ้าหมดกำลังใจ แต่เขาก็เพียร สร้างเสริมกำลังใจของเขา, ให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว และบอกกับตนเองว่า จะไม่พยายามฝากหัวใจเอาไว้กับคนอื่น ผู้อื่น สิ่งอื่นอีกต่อไป

ลูกรัก...เจ้าควรจักให้ความระมัดระวัง เมื่อผู้อื่นหยิบยืมสิ่งของมีค่าไป (เพราะอาจมิได้ให้กันก็ได้) และพ่อว่าเจ้าต้องระมัดระวังยิ่งกว่า เมื่อผุ้อื่นมาหยิบยืมเวลาของเจ้าไป (เพราะไม่มีโอกาสเรียกร้องเอาคืนได้เลย)

ลูกรัก...เมื่อใดที่เจ้าเอาใจผูกไว้กับผลของงาน ถ้างานได้, เจ้าจะได้ใจ แต่ถ้างานเสีย, เจ้าก็จะเสียใจ พองานขาด, เจ้าก็คงจะขาดใจเป็นแน่

ลูกรัก...คราใดที่พ่อจักทำงาน พ่อจะกำจัดความรู้สึกของการที่คิดว่า มีหัว มีตัว มีเงา ของพ่อที่มีอยู่ในงานนั้นนั้น มันจักทำให้พ่อกระทำสรรพกิจต่างต่าง ด้วยความอะลุ้มอล่วย ด้วยความการุณย์ ถ้อยทีถ้อยอาศัย เสียสละ แบ่งปันด้วยหัวจิตหัวใจ ที่ไร้สิ่งตอบแทน
หัว หมายถึง เกียรติยศชื่อเสียง
ตัว หมายถึง ความรัก ความรู้สึกผูกพันความยึดถือ
เงา หมายถึง ความหวง ความห่วงใยในชื่อเสียง แก้วแหวนเงินทอง

ลูกรัก..คราใดที่เจ้ารู้สึกตัวว่า เจ้าอยู่ในพระพุทธศาสนานี้ ครานั้น เจ้าคือคนของพระศาสนา คราใดที่เจ้าเป็นคนของพระศาสนา ครานั้น เจ้าก็ต้องทำงานให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำงานให้กับพระศาสนา ครานั้น เจ้าก็ต้องทำความเจริญให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำความเจริญให้กับพระศาสนา ครานั้นเจ้าจงรู้ไว้เถิดว่า เจ้ากำลังทำความเจริญให้กับจักรวาล และตัวเจ้าเอง

ลูกรัก...พ่อปู่เขียนหนังสือไม่ได้ต้องการให้ใครมาอ่านเลข 1 แล้วสรุปว่าเป็นเลข 1 แต่เขียนเลข 1 เพื่อให้คนอ่านเข้าถึงเลข 10 และเขียน ก. ให้ผู้อ่านเข้าถึง ฮ. ได้

หลวงปู่พักที่ไหน...แผ่นดินคือพื้นห้อง ภูเขาคือเสาเรือน ฟ้าคือหลังคา นั้นคือที่อยู่ของข้า