GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สายธารความรู้สู่การเลี้ยงโคอย่างพอเพียง ตอนที่ 10 เลี้ยงโคให้ตรงจริต

เลี้ยงโคให้โคเป็นตัวประสานความพอเพียง
จากที่ได้ไปสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์ และได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากท่านครูบา ดร.อภิชัย พันธเสน และดร.แสวง รวยสูงเนิน หลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นวัตถุประสงค์การเลี้ยงโค เพราะทุกวันนี้วัตถุประสงค์ในการเลี้ยงโคของเกษตรกรนั้นมีมากมายเหลือเกิน ทุกกระบวนการของการเลี้ยงจะมีวัตถุประสงค์แทรกอยู่หมด นั่นคือก่อนจะลงมือทำอะไรเกี่ยวกับการเลี้ยงโค ทุกคนต้องตั้งคำถามว่า "ทำ .... เพราะอะไร" คำว่าเพราะอะไรนี่แหละคือวัตถุประสงค์หรือเหตุผลที่ต้องทำ เช่น บางคนเลี้ยงเพราะชอบ เลี้ยงตามคนอื่นประเภทตามกระแส ต้องการสร้างรายได้ต้องการขยายทุน ต้องการสะสมทุนต้องการปุ๋ยคอกต้องการใช้ทรัพยากรให้คุมค่าและเป็นประโยชน์ ดังนั้นถ้าจะเลี้ยงโคให้ตรงจริตหรือตรงใจ ตรงวัตถุประสงค์ของคนเลี้ยงแล้วคงเลือกพันธุ์โคให้ตรงกับวัตุประสงค์ด้วย ถ้าจะเลี้ยงเพราะชอบ ตามกระแส ขยายทุน สะสมทุน ผู้เลี้ยงตามวัตถุประสงค์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาเรื่องทุน สามารถเลือกเลี้ยงพันธุ์โคงามตามกระแสได้ เช่น บราห์มัน ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทยได้ดีทนทานต่อโรคและแมลง โตเร็ว เหมาะสำหรับเป็นโคพื้นฐานเพื่อผลิตโคเนื้อคุณภาพดี หรือจะเลี้ยงพันธุ์ลุกผสมบราห์มัน เช่น โคพันธุ์ตาก โคพันธุ์กำแพงแสน หรือโคกบินทร์บุรี หรืออาจจะเลี้ยงลูดผสมพื้นเมืองกับบราห์มัน ซึ่งจะสามารถพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีต่อไปได้แต่ต้องระวังในเรื่องการเลี้ยงดูเพราะโคพันธ์เหล่านี้ถ้าเลี้ยงไม่ดีจะซูบเร็วและให้ลูกน้อยลง แต่ถ้าต้องการเลี้ยงเพราะต้องการสร้างรายได้ ต้องการปุ๋ยและต้องการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ อาจจะเริ่มต้นที่โคพันธุ์พื้นเมืองได้แล้วค่อยพัฒนาสายพันธุ์ต่อ เพราะโคพื้นเมืองเรานี่มีข้อดีตรงที่เลี้ยงง่าย หากินเก่ง ไม่เลือกอาหารเพราะผ่านการคัดเลือกแบบธรรมชาติในการเลี้ยง แบบไล่ต้อนโดยเกษตรกร และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเลี้ยงโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ให้ลูกดก ส่วนใหญ่ให้ปีละตัว เพราะเกษตรกรคัดแม่โคที่ไม่ให้ลูกออกอยู่เสมอ ทนทานต่อโรคและแมลงและสภาพอากาศร้อนชื้นใช้แรงงานได้ดีและแม่โคพื้นเมืองเหมาะที่จะนำมาผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์หรือผสมเทียมกับพันธุ์อื่น เช่น บราห์มัน โคพันธุ์ตาก โคกำแพงแสน หรือ โคกบินทร์บุรี แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ทุนมาก ๆ จะเลี้ยงโคพันธุ์งามเสมอไป เพราะบางคนชอบและมีความสุขกับการเลี้ยงโคพื้นเมืองที่ออกลูกปีละหลายๆ ตัวและไม่เดือดร้อนที่จะขาย ประเภทมีความสุขที่ได้เลี้ยงและเห็นโคมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการสะสมทุนจากโคพื้นเมืองมากกว่าโคพันธุ์งาม ขอบคุณค่ะ พันดา เลิศปัญญา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 60930
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

คุณพันดา

ผมอยากจะให้คุณเดินตามกรอบของคุณ ไม่ใช่เดินตามกรอบของผม เพราะเป็นงานที่คุณต้องพัฒนาขึ้นมาเอง โดยเอาคำแนะนำของผมไปประกอบ ไม่ใช่เป็นตัวนำ ไม่งั้นก็จะไม่เกิดวิทยานิพนธ์ของคุณเองสักที

ผมคิดว่าคุณควรจะพัฒนากรอบข้อมูลทั้งหมดที่คุณส่งให้ผม โดยพยายามแทรกข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปให้เห็นเป็นกระบวนการจัดการความรู้ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อครบ 2 ปีคุณก็จะมีข้อมูลมากพอที่จะเขียนเป็นวิทยานิพนธ์ที่ดีต่อไป