แลกเปลี่ยนเรื่อง "คุณธรรมนำความรู้" (ตอนที่ 1)

  ติดต่อ

   “ถ้าเราไม่ต้องการให้ถูกใครทำร้ายก็ต้องเป็นคนเก่ง แต่ถ้าทุกคนมุ่งแต่เป็นคนเก่ง แต่ขาดคุณธรรมความดี แล้วคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร   

       เห็นรัฐบาลนี้ประกาศนโยบายเรื่อง "คุณธรรมนำความรู้" ทำให้นึกถึงการจัดการศึกษาที่ผ่านมาเรามักมีปรัชญากันว่า "ความรู้คู่คุณธรรม"  หรือ "เก่งดีมีสุข" ซึ่งเรามักใช้คำว่า "ความรู้" มาก่อน เลยทำให้สังคมมุ่งแต่ความเก่งแต่ย่อหย่อนด้านคุณธรรมลงไปมาก คราวนี้เขาเลยจัดลำดับให้เรื่องคุณธรรมมาก่อนเสียเลย  เผื่อจะได้ใส่ใจกันมากขึ้นกระมัง
        พอพูดถึงเรื่องนี้ก็อยากจะเล่านิทานสักเรื่อง
          กาลครั้งหนึ่งมีแมลงป่องตัวหนึ่งอาศัยอยู่ฝั่งแม่น้ำที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ทุกวันมันจะเฝ้ามองฝั่งแม่น้ำตรงข้ามที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์กว่า
  โดยมีเป้าหมายว่า     สักวันมันคงมีโอกาสได้ข้ามไปอาศัยทำมาหากินอยู่ในฟากฝั่งโน้น        
      
แมลงป่องไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะข้ามไปฝั่งโน้นได้ เพราะตนเองไม่สามารถว่ายน้ำได้
แต่ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของแมลงป่อง จึงคิดกลวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยพยายามไปผูกมิตรกับสัตว์น้ำที่ชายฝั่ง ซึ่งคาดว่าจะพาตนไปได้ แต่สัตว์ต่าง ๆ เห็นแมลงป่องก็ไม่อยากคบด้วย เพราะกลัวพิษภัยจะมาถึงตัว        
      
แมลงป่องไม่ละความพยายาม วันหนึ่งได้มีโอกาสเข้าไปผูกมิตรกับเต่า
ละใช้คารมหวาน พูดจาหว่านล้อมจนเต่าใจอ่อนที่จะพาไปส่งฝั่งตรงข้าม แต่เต่าก็ไม่วายที่จะหวาดกลัว  จึงขอคำมั่นสัญญาจากแมลงป่องว่า        
       
ครใครก็กลัวท่านเพราะท่านมีพิษสงรอบตัว  จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าเมื่อส่งท่านถึงฝั่งแล้วท่านจะไม่ทำร้ายเรา”                                     
         
ใครจะทำร้ายผู้มีพระคุณได้ลงคอ
เราขอสัญญาว่าเราจะไม่ทำร้ายท่านเด็ดขาด          
        
เมื่อเต่าวางใจแล้ว จึงให้แมลงป่องขี่บนหลังแล้วพาว่า
น้ำข้ามมาที่ฝั่งตรงข้าม           
       
เมื่อถึงจุดหมายก่อนที่แมลงป่องจะก้าวขึ้นฝั่ง ก็ต่อยฝังเหล็กไนใส่เต่าทันที เต่าร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด และตัดพ้อแมลงป่องที่ผิดสัญญา  แมลงป่องจึงตอบว่า         
       
ขอโทษด้วยที่เผลอตัวไป  เพราะมันเป็นธรรมชาติของแมลงป่องที่ต้องต่อย” 
             
      
ขอเปิดเผยความลับว่า คนที่เล่าเรื่องนี้ก็คือ 
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ท่านเล่า ที่ทำเนียบรัฐบาลให้ชาวกระทรวงศึกษาธิการฟัง  ตอนที่ท่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ(ผมได้นั่งฟังด้วย)  โดยท่านได้สรุปตอนท้าย ว่า
                                     
    
ถ้า
เราไม่ต้องการให้ถูกใครทำร้ายก็ต้องเป็นคนเก่ง แต่ถ้าทุกคนมุ่งแต่เป็นคนเก่ง แต่ขาดคุณธรรมความดี  แล้วคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร"   
     ท่านก็ยังใช้ความเก่งนำความดีอยู่นั่นแหละนะ  โดยความเก่งโดยสารมากับจรวด  แต่ความดีอาจขี่หลังเต่ามา(หรือซ่อนในรกในพง) ความเก่งอย่างเดียวก็เลยช่วยอะไรไม่ได้ ...  
   
     

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด

หมายเลขบันทึก: 60928, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-10 21:01:41+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #คุณธรรมนำความรู้

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (7)

  • อยากได้คนเก่งที่มีคุณธรรมด้วยครับ
  • หาบันทึกอาจารย์ไม่พบ
  • สบายดีไหมครับ

ได้อ่านบันทึกของอาจารย์แล้ว ก็เห็นด้วยกับอาจารย์นะค่ะ  ที่ว่าความดีต้องมาก่อนความเก่ง  ประเทศไทยเราต้องการคนที่มีความดีมาพัฒนาประเทศ  ไม่เถียงนะค่ะว่าคนเก่งนะเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้  แต่ถ้าคนดีด้วยแล้วจะสามารถที่จะพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนเพราะเขาไม่คิดว่าที่จะฉวยประโยชน์  หรือเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง   ดิฉันเชื่อนะค่ะว่าคนส่วนใหญ่ทราบและเข้าใจในเรื่องนี้ดี  แต่ไม่เปิดใจที่จะยอมรับมากกว่าค่ะ

เหมือนกับว่าเรารู้จักคน 2 คน ซึ่งมีความสามารถและนิสัยต่างกัน คนแรกเป็นคนเก่ง แต่อีกคนหนึ่งเป็นคนดี ซึ่งถ้าไม่เข้าไปใกล้ชิดก็ไม่ทราบถึงนิสัยที่แท้จริงของทั้งสองคนเลย  แล้วถ้าเป็นเราเราจะสนใจใครก่อนละ?  แน่นอนค่ะ เราต้องสนใจในคนเก่งก่อน  เพราะเขามีอะไรที่เด่นและดึงดูดความสนใจของเราถูกไหมค่ะ ? แต่พอเรารู้จักอย่างลึกซึ้งแล้ว  มาถึงจุดหนึ่งที่เราจะต้องเลือก เราจะเลือกใคร? ดิฉันเชื่ออีกเช่นกันค่ะว่า ต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอนใช่ไหมละค่ะ?

ธเนศ ขำเกิด
IP: xxx.24.244.24
เขียนเมื่อ 
     คงเหมือนผู้ชายเวลาจะจีบผู้หญิงคนไหนก็คงมองที่รูปร่างหน้าตาก่อนว่าสวยสะดุดใจแค่ไหน (ด้านกายภาพ หรือบุคลิกภายนอก)  แต่เมื่อเข้าไปใกล้ชิดศึกษากันนานเข้าก็ถึงได้รู้อุปนิสัยใจคอว่าเป็นอย่างไร(คุณลักษณะภายใน) จะตัดสินใจแต่งงานด้วยหรือไม่ก็อยู่ตรงนี้  อย่างที่โบราณว่า "สวยแต่รูปจูบไม่หอม" ก็คงไม่เอามาเป็นแม่ศรีเรือน  ตรงกับที่ อ.วาสนาคิดไหมครับ  และผู้หญิงเวลาจะดูผู้ชายก็อาจใกล้เคียงกันนะ
ค่ะ

สวัสดีครับ

ผมว่าทั้งคุณธรรมและความรู้ต้องไปควบคู่กัน

และในความเป็นจริงแล้วความรู้ต้องมาก่อนนิดๆ

คุณธรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องเรียนรู้ก่อนครับ

 

รากหญ้า
IP: xxx.113.61.228
เขียนเมื่อ 

โรงเรียนผมใช้ "ความรู้คู่คุณธรรม" ตั้งแต่ปี 2526 โดยมีนิยามของปรัชญาดังนี้

เมื่อมีความรู้ องค์ความรู้แล้ว ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นหรือสังคมเดือดร้อน ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เป้าหมาย

      1.ศิษย์ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน

       2.ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ

       3.ประสบผลสำเร็จในการครองเรือน

        ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความมั่นคง สงบสุขของสังคมประเทศชาติโดยส่วนรวม

         ครับ

นม.
IP: xxx.29.39.1
เขียนเมื่อ 
สำหรับผม ขอเลือกคนดีเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป้าหมายของผมไม่ใช่ความเก่ง หากแต่ทำอย่างไรให้ดี อยู่ใกล้คนดีก็ดีด้วย..กระมัง