​1. หลงๆ ลืมๆ

1. หลงๆ ลืมๆ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

1. วันนี้ทำอะไร
-ลึกกับตนเองวันนี้เหมือนครูเมตตาให้ได้พัก แต่ที่เซ็งกับตนเองคือ อาการหลงๆลืมๆเป็นหนักมาก ยิ่งกล้วลืม ยิ่งลืม
- ได้รับโอกาสให้ไปซื้อหมูกระทะ พร้อมกับพาแม่เณรไปเอาของที่บ้านและซื้อของที่แมคโคร
- คุยกับแม่ชี ทำความเข้าใจ จากท่าทีเดิมที่เหมือนไม่ฟังแย้งๆ รรู้สึกว่า ฟังมากขึ้น แต่ยังไม่หมด

2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
-ได้พักข้างนอกข้างในกับตนเองผ่านกิจกรรม
-ตั้งใจให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นประมาณสิบโมงไม่เกินสิบโมงครึ่ง เพื่อให้แม่ครัวมีเวลาเตรียมอย่างไม่เร่งรีบ
-คาดหวังว่าการคุยกับแม่ชีจะเป็นการเกื้อกูลกันและกันให้อยู่ในทาง ตามที่ครูบาอาจารย์เมตตา

3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-ทั้งๆที่ครูเมตตาเปิดช่องให้หนูได้พัก แต่ตัว หลงๆลืม ๆ ของหนู สร้างปัญหา ด้วยความขี้ลืม หนูมักจะจัดการกับกุญแจกุฏิแบบแปลก ๆ เก็บในกระเป๋าบ้าง ในรถบ้าง ครั้งนี้ รู้สึกแย่กับความไร้สติของตนเองมาก กลัวลืมเลยเก็บไว้ในรถ หายังไงก็ไม่เจอ รื้อของแล้วรื้อของอีก สุดท้ายมาเจอที่ปั้มน้ำมันตอนเปิดจะเอาเงินเติมน้ำมัน แทนที่จะได้พักภาวนากับตนเองกลับต้องมานั่งจัดการกับโทสะของตนเอง
-การไปซื้อหมูกระทะและทำธุระในเมือง เป็นไปตามคาดหมาย แม้ว่าจะสะดุดตอนที่สั่ง แต่พอนึกได้ ก็หาเบอร์ติดต่อประสาน ก็ได้ตามที่ครูเมตตา order
-การคุยกับแม่ชี เป็นการฝึกใจหนูให้ใช้เครื่องมือที่ตนเองมี ทำประโยชน์ อย่างสูงสุด มีอะไรก็ใช้อันนั้น
4. ได้เรียนรู้อะไร
- เรื่องหมูกระทะ สามเณรทานอย่างเอร็ดอร่อย จนไม่เหลือถึงแม่ออก ที่สุดของหัวใจที่เอาใจใส่ครูเมตตาทำให้ดูว่า การดูแลอย่างทั่วถึง ถึงที่สุดคือ ไปซื้อเพิ่มเพื่อให้แม่ออกได้ทาน แม้แม่ออกจะปฏิเสธ ท่านก็ยินดีที่จะให้ในสิ่งที่ดีที่สุด แม่อออกได้ห่อกลับไปทานที่บ้าน เป็นความงดงามแห่งหัวใจที่ครูเป็นต้นแบบในการ เอาใจใส่ รักษาใจทุกๆคน
-กับการคุยกับแม่ชี ใจหนูมาลงที่คำนี้ว่า
“ข่มคนที่ควรข่ม ชมคนที่ควรชม”
เป็นบทเรียนที่ย้ำลงมาข้างใน ถึงความดีงามของท่าน เพราะเมื่อใด หนูทำอะไรด้วยกิเลส จะเล็กหรือ ใหญ่แค่ไหน ครูก็ ทำทุกวิถีทางจะจะให้หนูหยุด
แต่เมื่อใดที่ใจหนูเป็นทำ ครูเปิดโอกาสให้ลุยเต็มที่ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็ก ๆ หรือ ใหญ่แค่ไหน ท่านมีแต่ให้กำลังใจ

5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
การช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ไม่ใช่ว่า ต้องเห็นดีเห็นงามด้วยกันไปทุกเรื่อง เพราะหากว่า กัลยณมิตรกำลังเดินผิดทาง การลงมือช่วยเหลือนั้น ไร้รูปแบบ ไม่ต้องดูดี อาจจะดูร้ายกาจก็ได้ แต่ทำให้กัลยาณมิตรนั้นหลุดออกจากความหลง สิ่งนี้ หนูได้ประสบพบเจอกับตนเองนับครั้งไม่ถ้วนที่ครูช่วยเหลือ การรีบลงมือ จำเป็นสิ่งสำคัญ
ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
หลับยาวแบบ จมกิเลสอยู่ กว่าจะได้ส่งบันทึกก็บ่าย กว้าเบียดเบียนตนเพราะ ข้อวัตรไม่ครบ
2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้

3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะ ออกมาทางความหิว มากอยู่วันนี้ ทั้งที่ไม่ได้หิวมาก แต่การออกมาจากวัดเหมือนใจจะบีบให้หาอะไรกิน
4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
พอจะถึงขอนแก่น ประสานอัพเดตข้อมูลงาน ว่าต้องอะไรอย่างไร เพื่อตั้งใจเติมเต็มในส่วนที่ขาด สิ่งที่อดไม่ได้คือ เผลอเมาท์ มีทั้งสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ แต่สิ่งที่ตั้งใจกับตนเอง คือ พรุ่งนี้ต้องมีพลัง งานใหญ่
5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ยังเผลออยู่มาก ตอนคุยกับพี่ ๆ เสียงหัวเราะของหนู ปนทั้งราคะและความหลง รู้สึกตัวกลัวมาใหม่ก็มาอีก ที่น่าโมโหที่สุดคือ ลืมกุญแจ และกระเป๋าตังค์ คือ ความชัดเจนกับตนเองว่า “ไร้สติ”
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
ออกจากวัดกินจุกกินจิก แล้วคำสอนครูเมื่อวานก็ดังขึ้น แว๊บหนึ่งก็หยุดกิน
7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
แม้มีเผลอบ้าง แต่ก็ประคอง ดูเหมือนวันนี้สิ่งที่ยากคือ มัวๆง่วงๆ
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี
พอได้แต่ก็ยังหลับยาว



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เดือนที่สองเพื่อพ่อ



ความเห็น (0)