26. ความจริงที่ต้องตระหนัก

26. ความจริงที่ต้องตระหนัก
วันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2559
1. วันนี้ทำอะไร
-ติดตามครูไปดูงาน R2R ที่ รพ.ศิริราช เป็นโอกาสที่เห็น พลังความสุข ความทุ่มเท ผ่านเรื่องราวจากปากคนต้นแบบในอีกมุม ทำให้นึกถึงคำว่า “ต่างลีลา แต่ว่าเป้าหมายเดียวกัน”
เพราะตลอดการได้รับโอกาสเดินตามหลังครู ได้เห็นการทำงานของท่าน ได้มีโอกาสเห็นที่ต่าง ๆ เติบโตและงดงามและเป็นสุขแบบฉบับ Happiness R2R ส่วนที่นี่รู้สึกได้ถึงพลังแห่งความสุขและขุมพลังในการพัฒนางาน แบบต่างลีลาแต่ว่า หัวใจเดียวกัน
-บ่ายกลับมาเตรียมข้อมูล Feedback ผู้เข้าร่วมเรียนรู้
-เย็นสรุปข้อมูล
-จัดทำ Mind map ข้อมูลให้พี่ ๆที่ทำงานเพื่อเข้ากระเป๋าสำหรับจัดประชุมวันจันทร์หน้



2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
- ในการติดตามดูงาน คาดหวังว่าตนเองจะ Capture ทั้งภาพบรรยากาศ ทั้งองค์ความรู้
- การคืนข้อมูลให้กับผู้ร่วมประชุมได้ครบพร้อม และปรับเทคนิคที่ตนมีมาปรับใช้กับสิ่งที่ครูไกด์ให้และทำเป็นตัวอย่าง



3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-บรรยากาศการดูงาน อบอุ่นประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมรวมถึงตัวหนูเอง เรื่องเล่าต่างๆ ประทับใจมา โดยส่วนตัวประทับใจ งานของยาหยอดตา อาจจะรู้สึกดีที่ เภสัชกรเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนางาน กลุ่มคนทำงานเล็งเห็นความสำคัญของหน้างานเภสัช และความร่วมมือของสหวิชาชีพ และอีกเรื่องที่ประทับใจแบบเกินคาด คือ ของ ท่านอาจารย์หมออรุโณทัย เป็นคำถามที่ ดังขึ้นในใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมาตลอดว่า
“ทำอย่างไรงานวิจัยขึ้นหิ้ง ชาวบ้านจะได้เอามาใช้ประโยชน์”
เรื่องเล่าของอาจารย์ มาให้แสงสว่างในใจ และยังทำให้ดูแบบขยายผลว่า
นอกจากอาจารย์จะพาตัวท่านเอง นำงานวิจัยที่ท่านทำงานปรับใช้ประโยชน์ได้จริง ยังชักชวน ทั้งภาควิชา ร่วมคิด ร่วมทำไปด้วยกัน รู้สึกชื่นชมและชอบมาค่ะ
- การคืนข้อมูลของหนูรู้สึก แย่มาก อยู่ดี ๆ ก็โนความ มึนงงของตนเอง Block ทั้งที่ครูช่วยไกด์ให้ เรียกไปคุย ส่งข้อความแจ้งเพื่อให้เตรียมการณ์ ผลที่ออกมา ไม่ควรค่าเลย
-พิมพ์ข้อมูลส่งครู กว่าข้อมูลจะครบตามที่ท่านบอกก็เลยเวลานัดหมายมาเกือบจะชั่วโมง เพราะอะไร มัวเอ้อระเหย สงสัย ทั้งที่โจทย์ที่ครูให้ฝึกทั้งวันกับสิ่งที่มันทำ ก็เป็นภาพชัดว่า “ทำตามคำสั่งผิดเพี้ยนไปหมด” ถามตนเอง รึเสียฟังค์ชันไปแล้วแบบกู้กลับไม่ทัน มันหนักหนาอยู่นะ คิดแบบตรรกธรรมดา มันก็ไม่เป็นแล้วตอนนี้ ทั้งที่ข้อมูลจากครูตรงไปตรงมามาก ๆ แต่การตอบสนองของจิตผิดเพี้ยนไปหมด ประเมินตนเอง “มันหนักอยู่นะ”
4. ได้เรียนรู้อะไร
- การทำงานในเป้าหมายเดียวกันไม่ต้องเหมือน ไม่ต้อง copy จงทำใน style ของตนเอง แล้วจะเกิดพลัง
-คิดให้น้อย ๆ พิจารณาให้มาก ๆ มองให้ลึกซึ้ง ฟังให้เข้าใจ ที่สำคัญจงตั้งใจ
-ทุกคนมีหน้าที่ เพียงทำหน้าที่ ก็มีความสุขได้
-จากข้อบกพร่องครูชี้ทางให้ พิจารณา ชี้บอกความเหมาะสมแล้วหาทางแก้ไขให้เสมอ
5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีก
-ข้อบกพร่องการคืนข้อมูล ปรับช่องทางการคืนข้อมูลช่องทางอื่นที่ยังพอมี เป็นการเติมแต่ไม่ใช่การแก้ไข
-ทบทวนบทเรียนกับตนเอง แบบจริงจังว่า ยังไงดี เกิดอุปสรรคเพียบ จะยังไงดี จะเผชิญหน้าอย่างไรบนข้อจำกัด
ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
ประเด็นที่ครูให้ทบทวนศีลเพื่อปรับปรุงแก้ไขแล้ว จะไม่ผิดซ้ำหรือทำอีก
สิ่งที่ทำอยู่คือ มันยัง บอกยาก บอกแล้วใจมันยังบล็อก จะพยายามกักใจไม่ให้ไหลลงไหเศร้า มันกลับกระด้างขึ้นมา ระวังไม่ให้กระด้างก็ไหลลง คิดดักทางว่า ไม่เป็นไรเอาใหม่ มันก็วนมาร่องเดิมที่ ทำทำไม แก้ยังไง เพราะเขียนบันทึกก็ส่งช้า เขียนลวก ๆ ก็ไม่ใช่ใจจริง ๆ กว่าจะลงเข้าไปข้างในก็กินเวลานาน แก้ไขยังไงดี จริงๆครูเคยไกด์ว่าหยิบมาสักเรื่องสองเรื่องเด่น ๆ ของวันไม่ต้องเขียนทุกเรื่อง ลองปรับตรงนี้เรื่องบันทึก แต่ที่วันนี้ช้า เพราะตนเองขาดความรับผิดชอบทำให้อะไรไม่เรียบร้อย ต้องยอมรับความจริง
2. ไม่ลักทรัพย์ ไม่หยิบของที่เจ้าของไม่ได้ให้
ประเด็นงานวันนี้ขาดร่วง จัดว่าบกพร่องมาก แค่เสมอตัวต่อหน้าที่ยังต้องทำอะไรมากกว่านี้ แทนที่จะงัดความสามารถออกมาทำ มันถูกดักทางด้วยความสงสัย มึนงง อึ้ง จนต้องมานั่งทำเพิ่ม ทั้งที่สามารถ



3. ประพฤติพรหมจรรย์
ข้อนี้ครูเมตตาไกด์ให้แบบป้องกัน มีความระวังมากขึ้น แต่ใบหน้าไม่สำรวมเลย กลายเป็นว่า หนักไปทางหน้าบึ้ง
4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
แค่บันทึกนี้ส่งช้ากว่า สามทุ่มข้อนี้ก็ขาดแล้ว มันช้าแล้วช้าอีก ต้องให้ถามซ้ำกี่รอบ งานต้องส่งอีกเพียบ ต้องเร่งทำ
5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
เผลอสติบ่อย ทั้งที่ครูไกด์หน้างานให้พัฒนา ถ้ามันมีสติ มันต้องบรรลุเป้าหมาย
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
พอไม่เป็นไปตามเป้า หิวขึ้นมาเลยค่ะ แต่ก็ได้สาหร่ายกับเม็ดทานตะวันที่เซเว่น



7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว ได้แค่ประคอง
ครูไกด์เรื่องการแต่งตัวให้แบบให้พิจารณาลงไปกับตนเอง ขนาดท่านขนาบปรับให้ หนูยังเพี้ยนหนัก ข้อนี้มันขาดร่วงเลยหล่ะ หาพอดีที่ตนเองไม่เจอ
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุ่นหรือสำลี

เมื่อคืนหลับยาวแบบจนสว่าง วันนี้ครูเมตตาดักทางและชี้ทางให้ ทำให้ยังนั่งทำงานอยู่ทำทั้งงานที่ลุยวันนี้และงานที่ต้องเตรียมการในการจัดประชุมสัปดาห์หน้า สู้ต่อไป เลิกหนไปนอนงานก็เบาบางไม่ค้างคา



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)