19. ดูไป

19. ดูไป
วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559
1. วันนี้ทำอะไร
จะว่าไปก็ไม่ได้เขียนบันทึก ตั้งแต่เมื่อวาน พอ จัดแจงชีวิตช่วงเช้าไม่ลงตัว ไปได้ไปจังหัน หลังจากนั้นก็รูดลงเลย จะลุกขึ้นมาเขียนบันทึก ก็ มีแต่เสียงตอกย้ำตนเองว่า “จะเขียนสร้างภาพเพื่อ?”
มาวันนี้ ฮึบ ๆ ขึ้นมาใหม่ เรียนรู้ทบทวน ถอยออกจากการผูก ใครอยากทำอะไรก็ ตามแต่เขาไป ปล่อยไปใจก็ชิล ที่เหลือก็ ไปรับกรรมเอา เพราะเท่าที่เผชิญอยู่ก็ กรรมที่ตนเองทำได้เช่นกัน
บ่ายๆ ตั้งใจมองของที่ระลึกให้หัวหน้าเพื่อไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น ตั้งใจกับตนเอง คือ ได้ขอบคุณสิ่งต่าง ๆที่พี่ช่วยเหลือ อบรม ให้โอกาสและดูและเป็นอย่างดีมาตลอด รวมถึงขอขมา ในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรที่ได้กระทำที่ผ่าน ๆ มา คือ ความอบอุ่นยินดีในบรรยากาศ



2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
พอลุกขึ้นมา ก็ตะกาย ความคาดหวังก็ลุกขึ้นมาซะที ใจหนึ่งเอาจริง แต่พอ เจออุปสรรคก็เหมือนวิ่งชนตอทุกที แม้จะคาดหวังให้ตนเอง ผ่านได้ แต่สิ่งที่กองตรงหน้า “อย่างเยอะ”
การมอบของที่ระลึก ขอบคุณและขอมาเป็นไปตามคาดหมาย



3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-ก็ไม่เป็นตามตามคาดเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างก็ลงตัว ถ้าตามแผนการทำงานวันนี้ คือ ไปขนของส่วนที่ยังเหลือที่ผ่านกับพี่ ๆ ลงไป จริง พี่ ๆ ติดงาน ก็ไม่ใช่ปัญหา โดยส่วนตัว เพราะรู้กันว่า หลายสิ่งคือ เรื่องด่วน และเท่าที่หนูไป ขนได้เท่าไหร่ก็ตามนั้น ไม่จำเป็นต้องดึงดัน เพราะต้องลำดับความสำคัญ
จากเดิมที่ฝ่ายจะมอบของที่ระลึก ปรากฏว่า มี Mini party เบรกบ่ายทั้งสำนักงานแสดงความยินดี และเราก็มาปิดท้ายที่ฝ่าย แบบตั้งวงคุย มอบหมายงาน และได้ขอบคุณ แบบวงเล็ก ๆแต่ก็ อบอุ่น



4. ได้เรียนรู้อะไร
-สำหรับข้อวัตรที่พร่อง ก็หมองชัดเจน ยังคงเป็นครูที่เมตตาดึงใจขึ้นมา ว่าให้ระลึกถึงวันที่มาขอโอกาสสรงน้ำและขมาท่าน
“สำคัญที่ ใจ ที่หนักแน่นมั่นคงและลงมือทำ”
การมอบของที่ระลึก ส่วนหนึ่ง หนูตั้งใจทำ ซึ่งงานก็ออกมา เป็นที่ประทับใจ
ได้เรียนรู้ชัดกับตนเองเลยว่า “ถ้าเราเอาใจ ลงไปทำ แม้สิ่งเล็ก ๆ ความงามก็จะปรากฏ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรก น่าจำจำได้แล้ว ว่าต้องอะไรอย่างไร
หนูมีธรรมชาติ รอให้ใจพร้อม แต่ยากมากกว่าแต่ละครั้ง ใจจะลงล็อค
การได้เอ่ย ขอบพระคุณและขอขมา เหมือนใจได้ปลดล็อค เรียนู้จากครูและวิถีชีวิตที่ผ่านๆมา การได้เอ่ย จากข้างใน คือ การได้ ปลดปล่อยตนเอง จากความทุกข์ ปลดล็อคกับการจองจำตนเองได้
เมื่อครบกระบวนท่า กาย วาจา ใจ สิ่งที่ทำก็ ศักดิ์สิทธิ์และจริงใจ



5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
-ข้อวัตรสำคัญมาก ถ้าพลาด ก็ต้องทำ ช้าก็ต้องทำ เพราะถ้าจะเอา สมบูรณ์แบบ สำหรับตนเองนั้น ยากมาก ไม่ได้ยากที่ข้อวัตรที่ต้องทำ แต่มันยากที่กิเลสที่ต้องฟัดกับตนเอง เพื่อให้ไม่บกพร่อง
ศีล



1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
เบียดเบียนตนเองนี่แหละ ชัดเจน ข้อวัตรพร่อง ใจหมอง หน้าดำ ถ้าพลาด คิดได้ต้องทำเลย
2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
วันนี้ ก็ชิลกับตนเอง เรื่อง ทำงาน ก็ เต็มที่นะ และสบายใจด้วยกับการที่ เต็มที่ ทั้งงาน ตนเองที่ขอรับผิดชอบ และมีเวลาเหลือ ช่วยให้งานพี่ ๆ ลื่นคล่องตามศักยภาพที่หนูม



3. ประพฤติพรหมจรรย์
ข้อนี้แค่ได้ประคอง แต่ก็ต้องพยายาม เรียนรู้ต่อไป



4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
วันนี้เหมือนวิ่งตาม สิ่งที่ตนเองพูดไว้แล้วต้องทำให้ได้ แม้จะรู้สึกกระหืดกระหอบ แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ใจลงร่อง ไม่เอา ไม่สนไม่แคร์ แต่ก็ยังพร่องนะ คิดได้ต้อง ทำเลย



5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ขาดสติยังบ่อย การอยู่ในคนหมู่มาก นิสัยเดิม แหลมหน้ามาทันที เพราะธรรมชาติเป็นตัวชง ยิ่งตอนถ่ายภาพนี้แบบรู้กันว่า ขาชงให้คนขำ แล้วจะได้ช๊อตเด็ด แต่พอเราวิ่งเข้าเฟรม กลับรู้สึกวางตนเองไม่ถูก เป็นเด๋อ ๆ แต่แบบนี้แหละ ขาดสติถี่ที่สุด ที่ผ่านมา หนูก็เหยียบไว้โดยการไม่ทำ ใจก็กร่อย ๆ
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
บ่ายๆทานน้ำอัดลมกับชาค่ะ
7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
อยู่ที่ทำงาน เรื่องนี้ เรื่องยาก แต่ก็ต้อง อดทนประคองต่อไป



8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุ่นหรือสำลี

ข้อนี้อยู่วัด ช่วยให้ข้อนี้ทำได้สะดวกขึ้



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)