29. ฟัง
วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน 2559
1. วันนี้ทำอะไร
- อีกวันที่ประชุมต่อเนื่องจากคณะทำงาน วันนี้มีตัวแทนเครือข่ายมาร่วมด้วย สิ่งที่ทำวันนี้คือ ฟัง รอการตัดสินใจลงมติ บันทึกสิ่งต่างๆ
-บ่ายเดินทางกลับวัด มีแม่กุลและลูกชายเมตตามารับ ซึ่งก่อนที่หนูจะเอ่ย ครูได้เมตตาประสานไว้ก่อนแล้ว และท่านก็เมตตา ถามไถ่เรื่องการเดินทางอย่างใส่ใจ
-เตรียมยา ตามที่ได้รับมอบหมาย
2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
- คาดหวังอะไร ข้อสรุปเพราะสิ่งที่ทำ หรือคิดไว้นั้นเมื่อวานได้เสนอไปแล้ว ข้อสรุปตามที่ประชุมก็ต้องตามนั้น
-ตั้งใจให้การเดินทางถึงวัดไม่มืด
-คาดหวังว่าจะได้สร้างกุศลและชวนเพื่อนๆร่วมบุญ
3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-มีข้อสรุปการดำเนินงานตามคาด แม้บางประเด็นจะรู้สึกขัดใจบ้าง สิ่งที่เป็นความต่อเนื่องมาน่าห่วงกว่า กับการรับมือ อสม. 50 คน เช้าถ่ายทอด บ่ายสอบและประเมินตาม check. List ที่คนอื่นคิดและสร้างไว้ ทำสำเร็จได้ ต้องยอดมนุษย์ เสียงในใจคิดแต่ยังนึกรูปแบบไม่ออกเหมือนกัน เพราะพลิกโผจากดราฟแรกที่วางไว้
-ซึ่งก็ถือว่าทำเวลาได้ดีหกโมงครึ่งก็ถึงวัด
-ปรากฏว่า การจัดเตรียมยา แทนที่จะได้สร้างกุศลแบบเต็ม ๆ ก็โดนกิเลสตัวราคะตัญหาของตนเองไปจัดหายา เกินกว่า order. ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน กิเลสมันหน้าด้านมาก ขนาดว่า ครูบาอาจารย์พาสร้างกุศลมันยังแหลมหน้ามากินหัว เกลียดมันชะมัด
4. ได้เรียนรู้อะไร
-ชอบใจไม่ชอบใจก็ หน้าที่ ไปเรียนรู้เอา
สิ่งที่ย้ำกับตนเอง เอาใจไปทำด้วย แล้วจะสนุกกับมัน
- สติพลาดเผลอนิดเดียวขนาดว่า กำลังสร้างกุศล ในความดูแลของครูราคะตัญหาก็ยังมาแทรกแซง ถ้าครูบาอาจารย์ไม่ทุบเอาก็จะเหลิงหลงอีกนะนั่น
5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
-งานก็ต้องวางแผนทำแหละ แม้การไปเตรียมงานกับพี่ ๆตอนบ่ายวันที่ 1 ไม่ได้ แต่วันที่ 2 - 3 ก็มีงานในความรับผิดชอบที่แน่น ตั้งใจกับตนเองว่า ทดแทนส่วนที่ขาด
วันที่ 4 ต้องลงฝึกอบรมหน้างานคนเดียว ต้องคิดวางแผน ในพื้นที่อาจจะมีหลายคนช่วยได้
-กิเลสตัวตัณหาตอนมาไม่เห็นเลย จนครูเบรคให้จนหัวทิ่ม ยากคัก ไม่เห็นตนเอง
ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
เบียดเบียนตนอยู่นะ เพราะมันยังปล่อยตนเองไหล ไปกับความหิว เช้ามาไม่สะดวกจะลุกเดิน ก็ภาวนากับตนเอง
2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
ก็พอได้แต่ปัจจัยที่คนร่วมบุญมาที่อยู่ในมือต้องรีบถวาย เพราะถ้าช้าก็คือ สุ่มเสี่ยง
3. ประพฤติพรหมจรรย์
วันนี้ ยืนอยู่สนามบินดีๆก็มีผู้ชายมาสะกิด หันไปบอกได้คำเดียวค่ะว่า อย่างเซ็ง การออกมาในคนหมู่มากคนเดียว มันด่างพร้อยง่าย
4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
ตอนประสานงานกับพี่ๆเพื่อจัดเตรียมงานประชุมก็ยังเผลอเมาท์ค่ะ ด่างพรัอยด้วยการพูดเพ้อเจ้อ
5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ยังเผลอสติ ตอนคุยโทรศัพท์นี่เรียกว่า เผลอชัดเจน พอรู้ตัวกลับมาใหม่ พูดๆอยู่ก็ไหลไปอีก
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
หิวค่ะ การเดินทางคนเดียวแบบนี้กิเลสฟุ้ง กินเยอะเลยค่ะ
7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
ข้อนี้ ยืนมองตนเองในกระจก มันก็ย้ำว่า ต้องปรับแก้อีกเพียบเลย นี่ครูเมตตาชี้ให้เยอะแล้วไปรีบทำ
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี
ข้อนี้พอได้ แต่ตอนอยู่บนเครื่องหลับคอพับคออ่อนเลยค่ะ
