กิจกรรมบำบัดกับ NLP เพื่อวัยรุ่นติดเกม

ขอบพระคุณกรณีศึกษาน้อง ฟ. และคุณพ่อคุณแม่กับน้องชายน้องสาว รวมทั้งนักกิจกรรมบำบัดน้องโม ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยความรักความเมตตาในการช่วยพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์สุขของครอบครัว

วันนี้ผมได้มีโอกาสเป็นโค้ชน้องโมนักกิจกรรมบำบัดพร้อมคุณพ่อคุณแม่ด้วยโปรแกรมจิตอาสากิจกรรมบำบัด หลังจากได้ทำความดีมีสุขขับรถจากรามอินทราไปศาลายาเพื่อคุมสอบนศ. 4 ท่านที่ต้องการกลับบ้านช่วงสงกรานต์และขอสอบก่อนกำหนด แต่ขณะนั่งคุมสอบ 3 ชม. ก็ได้อ่านการปรับพฤติกรรมให้มีความละเอียดของศักยภาพที่กระตุ้นความสมดุลของสมองคู่จิตรู้ใจคิด สังขาร (อารมณ์) คู่กับศีลกับสติ (กล้องซูม) + สัมปชัญญะ (เลนส์ละเอียด) ศรัทธาคู่ปัญญา และสมาธิคู่ความเพียร ในหนังสือการทำความดีด้วยการสั่งจิตใต้สำนึกให้มีตัวเลือก ณ ปัจจุบันขณะ หรือ Neuro-Linguistic Programming (NLP) - Choices of Now โดยโค้ชที่ยอดเยี่ยมของผมที่เราได้วิจัยบูรณาการกับกิจกรรมบำบัดจิตสังคมคลิกอ่านที่นี่และดาวน์โหลด PDF Fulltext ได้ข้างล่างบทคัดย่อด้วยความยินดีครับ

จากนั้นตอนบ่าย ก็ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวๆ เพราะเคยประเมินเคสที่มีอารมณ์ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าก็เล่นเอาต้องปล่อยวางใจมากมายขณะช่วยอาจารย์กิจกรรมบำบัดออกแบบสื่อการรักษา

Subjective: น้อง ฟ. วัยรุ่นเรียนชั้น ม. 4 เดินมาด้วยสีหน้าไม่ยิ้ม ทักทายตอบผมสั้นๆ [สวัสดีครับ พี่ชื่อป๊อป ชื่ออะไรครับ - Active friendliness + Pacing & Leading RAPPORT; ชื่อ ฟ. ครับ] และเดินทื้อๆ มานั่งเก้าอี้ตรงข้ามผม พร้อมหันไปทำสีหน้าบึ้งตึงกับคุณแม่ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ หายใจตื้นเร็ว จ้องตาแบบแข็งกร้าว[เรียนอยู่ที่ไหน มีอะไรที่น้องชอบบ้างที่โรงเรียน; เรียนที่...ไม่มีอะไรที่ชอบเลย] หลับตาคิดมองตาลงล่างบ้างพร้อมตอบตกลงสั้นๆ ว่า "ก็ได้" เมื่อผมชักชวนเล่นเกมด้วยการวาดรูป จะได้รู้จักอารมณ์ความรู้สึกของน้อง (ถามจากพ่อแม่มีเพื่อนสนิทที่รร.เพียงคนเดียว แต่ก็ไม่มีใครอยากทำกิจกรรมทางสังคมด้วยเพราะน้องมีสีหน้าเพิกเฉยและความคิดนอกกรอบตั้งแต่ม. 1 ในรร.ปัจจุบัน ทำการบ้านเสร็จแต่ไม่ยอมส่งครู และตั้งคำถามในใจมากมาย จะนำมาเล่าให้คุณแม่ฟัง และมีนิสัยคล้ายคลึงคุณพ่อมากในด้านอารมณ์โกรธ มีนิสัยช่างคิดและสั่งการคล้ายคลึงคุณแม่แต่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก ไม่มีโอกาสทำกิจกรรมครอบครัวด้วยความรู้สึกอบอุ่น เล่นเกมกับคุณพ่อเพื่อการเรียนรู้โดยคุณพ่อคิดว่า "เล่นไปนานๆ คงเบื่อแล้วหยุดเล่นเอง" จนคุณพ่อไม่เล่นด้วยเพราะน้องมีอาการหงุดหงิดและยั่วโมโหคุณพ่อ เช่น ไม่ให้เข้าห้องนอน พ่อต้องขออนุญาตก่อนเข้าไปหาลูก และไม่มีโอกาสกล้ากอดลูก และคุณแม่มักใช้คำสั่ง คำพูดว่า "ไม่ให้ทำ และอย่าทำ" บ่อยครั้ง คุยกับลูกขณะเดินทางด้วยรถเสมอ กอดลูกบ้าง เล่นเรื่องราวตนเองในอดีตให้ลูกฟัง แต่ไม่เคยถามความรู้สึกและชี้นำการลองฝึกทักษะชีวิตกับเพื่อน ครู พ่อ นอกจากนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่พบว่า น้องเริ่มคุยและโกรธลดลงเมื่อทำจิตบำบัดกับจิตแพทย์หนึ่งครั้งเมื่อวานนี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมลูกถึงติดเกมและต่อต้านเพื่อนๆ ในโรงเรียน - ก็คิดว่า ด้วยความเป็นลูกคนโตมานานก่อนจะมีน้องๆ สองคน เล่นคนเดียวมานานและคาดหวังจะไปเรียนมัธยมกับญาติลูกพี่ลูกน้อง ด้วยเป็นเด็กหัวไวเขียนได้เร็ว อยากเป็นนักเขียน และคิดเกินวัย ชอบอ่านหนังสือความรู้รอบตัว ช่างซักช่างถาม และเศร้ากับญาติไม่ทักทายด้วยหลังสอบเข้าไปเรียนรร.มีชื่อกับญาติแล้ว)

Objective: เคสวาดรูปแบบอิสระด้วยดินสอดำ (มีตัวเลือกสีไม้กับสีน้ำหลายสี) เคสวาดแค่ดินสอนดำประกอบด้วย บ้านตรงกลาง แสดงถึงความต้องการได้รับความรักจากครอบครัว มีต้นไม้ครึ่งต้นอยู่ริมกระดาษขนาดสมส่วนกับบ้าน แสดงถึงความต้องการได้รับความสดชื่นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สมาชิกครอบครัว เพื่อน เป็นต้น ไม่วาดรูปตนเองแสดงถึงความไม่รู้ใจตนเองและไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง

Assessment: ผมได้พูดคุยแบบ Psychoeducation & Psychodynamic Counselling ให้คุณพ่อและคุณแม่ใช้เรื่องเล่าจากอดีตสู่ปัจจุบัน มี RAPPORT Backtracking + Summarize & Meta Program + Conversational Frame ในการยืนยันกลไกการป้องกันทางจิตของน้อง พร้อมแนะนำการบ้านต่อเนื่อง 21 วันของคุณแม่ที่ควร "เล่านิทานก่อนนอนพร้อมตั้งคำถามความรู้สึกของลูกแล้วเชื่อมโยงกับการสื่อสารกับพ่อ น้อง เพื่อน ครู อย่างน้อย 5 นาที" และของคุณพ่อคือ "ถ้าเห็นตามองลงล่างทางด้านข้างซ้าย (มือถนัดขวา) - Representative System, Visual Accessing Cues & Submodalities ก็ให้เรียกสบตาเพือลดการคิดพูดในหัวของน้องมากเกินไป ถ้าเห็นตาขวางก็ปล่อยให้น้องเค้าพักอารมณ์เพราะกำลังหงุดหงิด หากคุณพ่อหงุดหงิด ก็หายใจลึกๆ แล้วตั้งสติพร้อมตั้งคำถามว่า ลูกรู้สึกอย่างไรที่คิดและพูดแบบนี้ ฟังแล้วทบทวนพร้อมบอกความรู้สึกจากใจของพ่อว่าอย่างไร หากยังคงไม่มีสัมปชัญญะก็สัมผัสลูกด้วยมือหรือกอดแล้วบอกว่า พ่อขอไปพักอารมณ์ก่อน และอยากให้คุณพ่อขออนุญาตกอดลูกทุกคืนก่อนนอน"

Plan/Program/Progression:

1. หลังจากพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่จนเข้าใจกันและกัน ผมจึงเข้าไปอยู่ในวงสนทนาระหว่างนักกิจกรรมบำบัดกับน้อง ซึ่งผมแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดปล่อยวางความเป็นผู้บำบัดแล้วแสดงบทบาทเพื่อนของน้อง (Therapeutic use of self & relationship - Role transformation) ผมจึงเริ่มสนทนาว่า "คุยกันอะไรกัน พอจะบอกพี่ได้มั้ย" น้อง ฟ. ตอบว่า "อืม งั้นขอถามพี่ข้อใหม่...มีชายจากหมู่บ้านความจริงเดินมาพบพี่ พี่จะถามชายคนนี้ว่าอย่างไร ถึงจะไปหมู่บ้านนี้ได้" ผมใช้ Milton Pattern & Meta Model ตอบไปว่า "พี่จะไม่ถาม แต่จะทักทายด้วยภาษากาย เพราะพี่สมองเสื่อมจนไม่สามารถพูดได้ น้องอยากรู้มั้ยว่าพี่จะภาษากายอย่างไร" น้อง ฟ. ดูยักคิว หายใจอึดอัด จ้องตาแข็งเสมือนกำลังถามในใจว่า "ทำไมผมไม่ทำตามกติกาเกมนี้" แต่น้องพยักหน้าเมือผมจ้องตาและยิ้มเป็นต้นแบบความเป็นมิตร

2. Match & Mirror + Physiological Adjustment ด้วยการใช้ Visual Communication & State Management ในท่ายืนหายใจลึกๆ ตัวตรง จ้องตากับสื่อสารเป็นเกมทายใจ หลังจาก Visualization ให้น้องหลับตานึกถึงภาพที่ชอบแล้วบอกมาเป็นหนึ่งคำสองรอบก็ได้ บ้าน กับ หนังสือ จากนั้นผมสาธิตสื่อสารว่า "เราจะจ้องตากัน 1 นาที เลือก 1 คำมาสื่อสารในใจผ่านการจ้องตาอย่างเป็นมิตร แล้วให้น้อง ฟ. เดาโดยไม่คาดหวังถูกหรือผิดว่า ผมสื่อสารคำว่าอะไร ของผม (ทายพลาด)" ทำแบบนี้กับนักกิจกรรมบำบัด (ทายถูก) คุณพ่อ (ทายถูกแล้วกระตุ้นให้ลูกกอดพ่อ) คุณแม่ (ทายพลาด)

3. จากนั้นผมจึงแนะนำให้ปรับกิจกรรมกลุ่มพลวัติให้ร่วมเป็นคู่หูระบายภาพด้วยสีต่างๆ โดยเน้นกติกาเกม - Mataphors & Milton Pattern มีเงื่อนไขที่ระบายสีไม่ให้เห็นกระดาษสีขาวเลย พร้อมกระตุ้นแรงจูงใจให้น้องมีความรู้สึกมีชีวิตชีวาพร้อมสัมผัสมือที่ไหล่และหลังด้วยความเห็นอกเห็นใจ และเพิ่มความไว้วางใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของตัวเรากับผู้บำบัด แต่น้องไม่ตั้งใจทำตามกติกาและเลือกที่จะคุย-ตั้งคำถามไปมากับนักกิจกรรมบำบัด

4. ปรับกิจกรรมให้น้องออกคำสั่งเป็นผู้นำเกมจะได้เพิ่มความภาคภูมิใจในตนเองด้วยกับคนอื่นๆ จากนั้นให้น้องเป็นผู้นำตัวเอง นักกิจกรรมบำบัด คุณพ่อคุณแม่ ให้วางแผนการวาดรูปให้สำเร็จตามเงื่อนไข น้องมีความตั้งใจปนกับอึดอัดที่ผมชี้นำ แต่ก็ตั้งคำถามความเห็นว่าจะให้วาดสีอะไรอย่างไร แล้วก็หลับตาคิดตัดสินใจนิ่ง 30 วินาที และยังต้องกระตุ้นจากผมว่า ติดสินใจอย่างไร รวม 2 ครั้ง น้องจึงมอบหมายให้คุณพ่อวาดสีฟ้า คุณแม่วาดดาวสุดท้าย นักกิจกรรมบำบัดวาดสีดำทับที่สีฟ้าที่คุณพ่อวาดเสร็จ (บ่งชี้หงุดหงิด แต่ผมใช้ Milton Pattern & Meta Model ให้เห็นว่า น้องอยากได้ฟ้ามืด) และตัวน้องจะวาดทรายตามความเห็นของคุณพ่อ (บ่งชี้ความพอใจในต้นแบบคุณพ่อที่ไม่ค่อยมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน - Modelling Excellence State Management)

5. สุดท้ายผมแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดพาครอบครัวผ่อนคลายด้วยการเดินไปมาในห้องแล้วหลับตาปิดไฟผ่อนคลายก่อนที่จะหลับตาแล้วเดินมานั่งเก้าอี้เพื่อเพิ่มสติรู้ตัว Physiological Adjustment & Self-Awareness ปิดกลุ่มโดยชื่นชมให้น้องเห็นผลงานและเพิ่มความภาคภูมิใจในกิจกรรมครั้งนี้

6. แนะนำดึงศักยภาพของความอยากเป็นนักเขียนให้เขียนความรู้สึกภาคภูมิใจในทุกๆวัน ถ้าไม่มีก็เอ่ยชมในอดีตที่ประสบความสำเร็จ พูดถึงความชอบอ่านหนังสือของน้อง แล้วเขียนลงไดอารี่ ซึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงการเขียนแบบนี้จะกระตุ้นความสุขในสมองสองซีกและยับยั้งความทุกข์ในสมองอารมณ์ได้]

7. นัดครั้งต่อไปให้นักกิจกรรมบำบัดใช้สื่อบำบัดเพิ่มสัมพันธภาพและดึงความสามารถในการแสดงความรู้สึกและฝึกทักษะทางสื่อสารสังคมด้วยความรักความเมตตาตัวเอง ครอบครัว และผู้อื่นๆ ต่อไป

ก่อนจากกันผมได้ทักทายน้องด้วยการเชิญชวนจ้องตาแล้วกระตุ้นให้น้องยิ้ม ซึ่งดูแววตาเป็นมิตรขึ้นเล็กน้อย แต่ที่ดีใจในการเห็นน้องยิ้มมุมปากเล็กๆ คล้ายเสือยิ้มยาก แต่นี้ผมก็ปลื้มใจแล้วครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (3)

ขอบพระคุณกำลังใจจากพี่โอ๋ ajankoy และพี่ดารณี

ขอบพระคุณมากครับพี่นงนาท

ขอบพระคุณมากครับอ.เพ็ญศรี