ปกนั้นสำคัญไฉน? การสอดประสานของปกกับเนื้อหา : กรณีศึกษารวมเรื่องสั้นชุด “เดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว” ของ วินทร์ เลียววาริณ

ผมเป็นคนมีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากครูประถมศึกษาบังคับให้อ่านหนังสือเรื่องแรก “แมงมุมน้อยเพื่อรัก” (Charlotte's Web) และก็ทยอยมาราวน้ำหลาก เด็กบ้านสวน เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก สร้อยทอง อยู่กับก๋ง ฯลฯ พอเรียนมัธยมปลายครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์คือ “ตะวัน สันติภาพ” นักเขียนเรื่องสั้นมือดีแนะนำให้อ่านงานวรรณกรรมเช่น อยู่กับเสือ ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื้อฟ้าสาง ผู้แลเห็นลม อัญมณีแห่งชีวิต ซอยเดียวกัน ฯลฯ รวมถึงนวนิยายรางวัล ไม่รางวัลมากมายทั้งไทยและต่างชาติ ผมก็เข้าขั้นเสพติดการอ่านงอมแงม พอเริ่มมีเงินเก็บจากกค่าไปโรงเรียนบ่างผมก็มักขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำหนังสือว่าจะเลือกซื้อเลือกอ่านจากกอะไร อาจารย์แนะนำว่าให้เลือกจากงานที่ได้รางวัลและนักเขียนที่ตนเองชื่นชอบก่อน แล้วค่อยขยายเป็นอ่านหลาย ๆ แนว ผมทำตามนั้นจนถึงวันนี้ นักเขียนที่ชื่นชอบที่สุดคือ วินทร์ เลียววาริณ ซึ่งผมตามอ่านตามซื้อเก็บไว้ทุกผลงานเขียนรวมเล่ม หมดเงินไปเยอะโข แต่ก็ได้ความรู้และแนวทางไปมหาศาลเช่นกัน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 ผมนอนอ่านหนังสือเรื่อง “เขียนไปให้สุดฝัน” ของวินทร์ เลียววาริณ ซึ้งซื้อมาครอบครองตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2558 แต่ก็เพิ่งจะมีเวลาและโอกาสได้อ่านหลังจากนั้น 10 เดือน

เขียนไปให้สุดฝัน เป็นงานเขียนแนวสารคดี เป็นเหมือนตำราหม้อใหญ่สำหรับคนที่มีความฝันว่าจะเป็นนักเขียน วินทร์แนะนำเทคนิคการเขียนจากประสบการณ์ของตนเองไว้อย่างหมดเปลือกไม่มีกั๊ก ตั้งแต่เริ่มจับ “ปากกา” วางโครงเรื่อง การดำเนินเรื่อง การจบเรื่อง แนวของเรื่อง รูปแบบของเรื่อง เขียนอย่างไรให้ดี เขียนอย่างไรให้โดน เขียนอย่างไรน่าเบื่อ เขียนอย่างไรให้ลุ่มลึก ที่ชอบมาก็เห็นจะเป็นการยกตัวอย่างเรื่องสั้นหรือนวนิยาย รวมถึงภายนตร์ที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำมาศึกษาได้จำนวนมหาศาล อีกทั้งความเป็นสถาปนิก วินทร์ยังเปรียบเทียบการเขียนเชิงรูปภาพไว้อีกด้วย สำนวนการเขียนเข้าใจง่าย ดีกว่าตำราการเขียนตามสำหนักมหาวิทยาลัยหลายเท่านั้นที่อ่านเพียงไม่กี่หน้าแล้วจะหลับคาตำราเลยทีเดียว

อ่านไปถึงหน้า 352 ก็ตกใจ ประหลาดใจจนต้องวางหนังสือลงชั่วคราว หน้านี้เป็นบทที่ 22 ใส่ไฟ (ไซไฟ) เป็นการแนะนำเขียนเรื่องสั้นและนวยายแนววิทยาศาสตร์ ในหน้า 352 วินทร์นำปกรวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ในชื่อชุด เดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว ประกอบด้วยรวมเรื่องสั้น 4 เล่มคือ (1) เดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว (2) จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย (3) ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย (4) เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาว (วิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลหนังสือ 88 และ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน) นำมาเรียงต่อกัน ซึ่งผมเห็นแล้วก็รู้สึกตกใจ ประหลาดใจ และประทับใจมากที่ทั้ง 4 ปกนำมาเรียงต่อกันได้ภาพเดียว ภาพที่นำมาใช้คือภาพจากเรื่องรามเกียรติ์ สันนิฐานว่าน่าจะนำภาพมาจากจิตรกรรมฝาผนังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ผิดพลาดประการใดขออภัย) เป็นตัวละครสำคัญอยู่บนราชรถเคลื่อนที่ไปในระบบจักรวาล ที่อยู่เหนือขึ้นไป เป็นการแสดงถึงการเดินทางสู่นิรันดร์ โดยแซมภาพยาวอวกาศ ดาวเทียมไว้ด้วย บรรยากาศของการใช้สีโดยรวมออกโทนสีทอง ฟ้า น้ำเงิน ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าขององค์ความรู้ด้านดาราจักร และอภิปรัชญา

ผมมีร่วมเรื่องสั้นทั้งสี่เล่มนี้อยู่ในชั้นหนังสือโดยที่ไม่เคยเอะใจหรือสังเกตเลยว่าจะนำมาต่อเรียงกันได้ เมื่อเห็นในหน้าหนังสือก็วางหนังสือทันที ไปค้นชั้นวางหนังสือ แล้วนำทั้ง 4 ปกที่เริ่มซื้อมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2554 มาเรียงต่อกัน มัน “จริง ”และ “สวย” อย่างบอกไม่ถูก นี่แสดงถึงความเป็นนักออกแบบนักสร้างสรรค์ของวินทร์ เลียววาริณได้อย่างดียิ่ง

รวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ชุดเดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว บรรยากาศของเรื่องโดยรวมคือ “การสำเสนอการการประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีต่างๆ จากนิยายวิทยาศาสตร์ตะวันตก ผสานปรัชญาตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน เป็นรวมเรื่องสั้นที่พูดเรื่องการผจญภัยในห้วงอวกาศ สิ่งประดิษฐ์พิสดารที่เปลี่ยนโลกและมนุษย์ สะท้อนสังคม โลก มนุษยชาติ ปรับใช้ให้กลายเป็นเรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์แบบไทยๆ สะท้อนสังคมเมืองแบบไทยไทย ๆ จบแบบหักมุมด้วยอารมณ์ขัน" โดยมีเรื่องหลักคลุมทั้งสี่เล่ม เป็นการพบกับของสุนทรภู่กับมนุษย์ต่างดาวชื่อ “ดารันต์” การสนทนาของทั้งสองนั้นมีทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องความรัก เรื่องคติสวรรค์ รูป อรูป ปรัชญาเชิงพุทธ ปรัชญาตะวันตก วิทยาศาสตร์ จักรวาลวิทยา ทั้งสองเดินทางไปดาวของดารันต์ ไปจนถึงสุดขอบจักรวาล เพื่อตามหาดวงจิตของหญิงสาวอันเป็นที่รักของสุนทรภู่ และท้ายที่สุดการเดินทางก็กลับมาสู่จุดเริ่มต้น

สำหรับผมแล้ว รวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ชุดเดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ที่คนไทย โดยเฉพาะเยาวชนไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะผมเชื่อว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจได้ในหลายระดับ เริ่มตั่งแต่แรงบัลดาลใจด้านการเรียนวิทยาศาสตร์ แรงบัลดาลใจด้านการเขียน ความคิด และการมองสังคมในมุมใหม่ บางเรื่องอ่านง่าย ใช้ภาษง่าย บางเรื่องเข้าใจยากมาก ใช้ภาษาและคำยาก แต่ไม่ว่าภาษาเขียนไม่ว่าจะง่ายหรือยากอย่างไรก็แสดงถึงความลุ่มลึกของเรื่องได้อย่างดี

รวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ชุดเดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว เป็นนำโคลงบทหนึ่งในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่มาตั้งเป็นชื่อหนังสือทั้ง 4 เล่มคือ

“เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว

จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย

ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย

เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาว”

นิราศสุพรรณเป็นผลงานกวีนิพนธ์ โดยสุนทรภู่ ประพันธ์ด้วยฉันทลักษณ์โคลงสี่สุภาพ เป็นเรื่องการเดินทางของสุนทรภู่ไปเมืองสุพรรณบุรี การบวชเป็นพระหลังจากระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคตลง เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่จันหญิงสาวที่สุนทรภู่รักแบบสุดหัวใจ แต่ความรักนั้นก็มีอุปสรรค์ขัดขวางที่ทำให้ทั้งสองต้องจำห่างร้างไกลกัน แต่ทั้งสองก็หาทางที่จะติดต่อสื่อสารกันแม้จะให้ระยะเวลาหลายปี สุดท้ายทั้งสองก็ได้แต่งานกัน อีกทั้งยังแสดงถึงสิ่งที่สุนทรภู่หลงใหลคือเสาะหาขุมทรัพย์ตามลายแทง หายาอายุวัฒนะ การเล่นแร่แปรธาตุให้เป็นทองคำมีค่า สุดท้ายท่านก็ไม่ได้สมบัติหรือยาอายุวัฒนะดังที่กล่าวว่า

“หวังไว้ให้ลูกเต้ เหล่าหลาน

รู้เรื่องเปลืองป่วยการ เกิดร้อน

อายุวัฒนะขนาน นี้พ่อ ขอเอย

แร่ปรอทยอดยากข้อน คิดไว้ให้จำฯ”

วินทร์ เลียววาริณเปรียบเทียบการเดินทางแสวงหาสมบัติยาอายุวัฒนะ และความรักของหญิงสาวอันเป็นที่รักของสุนทรภู่นั้น เปรียบเสมือนการเดินทางท่องไปในอวกาศอันกว้างใหญ่ไพรศาล ระห่างการเดินทางเกิดการสนทนาระหว่างสุนทรภู่กับดารันต์เกี่ยวกับองค์ความรู้ทั้งหมดที่สมองของมนุษย์หรือสิ่งทรงภูมิไม่อาจเข้าใจได้หมด เมื่อเดินทางไปยังสุดขอบจักรวาลก็กลับมาที่จุดเริ่มต้น นั่นอาจสรุปในตอนสุดท้ายเมื่อเราอ่านจบแล้ว เราอาจตั้งคำถามว่า “องค์ความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาลนั้นมีไว้เพื่ออะไร” และ “อะไรคือความหมายของชีวิต”

ย้อนกลับมาในต้นเรื่องที่ผมเกริ่นไว้คือ ปกนั้นสำคัญไฉน?

การเลือกซื้อหนังสือของคนที่เริ่มอ่านหนังสือ เมื่อเขาเดินไปที่ชั้นวาง สิ่งที่สะดุดตาที่สุดทำให้ต้องหยิบขึ้นมาอ่านชื่อเรื่อง ปกหน้าปกหลังคือภาพและสีของปกหนังสื่อนั่นเอง ตามทฤษฎีสีและภาพทางศิลปะ เมื่ออ่านและพิจารณาดูแล้วจึงจะรู้ว่าใครเขียน จากนั้นจึงเกิดการตัดสินใจซื้อ

การเลือกซื้อหนังสือของคนที่รักการอ่านแต่ขาดแคลนกำลังทรัพย์อย่างผม จะซื้อแต่ละครั้ง ผมจะเลือกจากนักเขียนที่ผมชอบเป็นอันดับแรก เรื่องเป็นอันดับรอง ส่วนสีสันและรูปภาพบนปกไม่ได้อยู่ในส่วนของการตัดสินใจใด ๆ เลย แต่หาหนังสือนั้นเป็นนักเขียนที่เราชอบ เรื่องที่เราอยากอ่าน และปกที่สวยด้วยแล้ว นั่นก็คือความสมบูรณ์แบบในการตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้นอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมเรื่องราคาด้วย นี่สำคัญสุด ๆ ไปเลย

ปกของรวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ชุด เดือนช่วงดาวเด่นฟ้า ดาดาว ทั้ง 4 เล่ม มีความหมายมากกว่าความสวยงาม มีความหมายมากกว่ารูปภาพที่นำมาเสนอ แต่แสดงถึงความลุ่มลึกของผู้ออกแบบ หากดูแบบแยกปก ปกนั้นสามารถแยกเป็นเอกเทศ มีความหมายและความสมบูรณ์ของรูปภาพแบบลงตัว แต่เมื่อนำทั้ง 4 ปกมาเรียงต่อกันจะเกิดภาพที่สวยงามและมีความหมายใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นภาพแทนของของเนื้อหาในหนังสือ ถึงแม้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องจะจบในตอน และเป็นเอกเทศกันทุกเรื่องแต่เมื่อนำแต่ละเรื่องมาร้อยเรียงกัน จะสามารถเข้าใจภาพรวมถึง “สาร” ที่ผู้เขียนพยายามสื่อถึงผู้อ่านได้อย่างดีที่สุด นับเป็นตัวอย่างอันดีในการสอดประสารกันระหว่างกันของปกกับเรื่องในหนังสือ

ท้ายที่สุดดูราวกับว่าภาพจากปกยังสามารถนำมาต่อไปได้อีกเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัดหากวินทร์ยังสร้างงานเขียนแนวนี้ต่อไปฉันใด รวมกับองค์ความรู้ ความคิด ปรัชญา และจักรวาลที่ไม่มีความสิ้นสุดฉันนั้น

และท้ายที่สุดจริง ๆ สำหรับบทความนี้ ผมเริ่มถามตัวเองว่า “เราอ่านหนังสือเยอะขนาดนั้นไปเพื่อรู้ และเรารู้เพื่ออะไร”

ข้อมูลประกกอบการเขียน

ni_gul. (2552). นิราศสุพรรณ โดย สุนทรภู่ ตอนที่1 แกะรอย. http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/07/15/entry-2. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2559.

วิกิพีเดีย. (มปป.). นิราศสุพรรณ. https://th.wikipedia.org/wiki/นิราศสุพรรณ. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2559.

http://www.winbookclub.com. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2559.

วินทร์ เลียววาริณ. (2558). เขียนไปให้สุดฝัน. กรุงเทพฯ : 113.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รักการอ่าน



ความเห็น (0)