....ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต....

หลวงพ่อวิริยังค์บันทึกในตอนนี้ว่า เมื่อนึกมโนภาพเหมือนตัวจะลอยได้เมื่อพระอาจารย์บอกว่ามาถึงบ้านโคกและชี้ไปยังทางวัดป่าที่ท่านอาจารย์มั่นพักอยู่ เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของปิติที่เกิดขึ้นคล้ายกับสมัยพุทธกาล ที่สาวกบางท่านเข้านมัสการพระพุทธเจ้า แม้ยังไม่เห็นพระพักตร์ นั่งอยู่ข้างคันธกุฏิเท่านั้นกำหนดจิตดูน้ำที่ตกชายคาเป็นนิมิตว่า น้ำตกลงมาแล้วก็หายไป ไม่ตั้งอยู่ได้นาน สังขารทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ท่านพระสาวกรูปนั้นก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ หลวงพ่อวิริยังค์บันทึกว่า...ข้าพเจ้าก็จะเป็นเช่นนั้นหรืออย่างไร

ขณะมาถึงที่พักพระอาจารย์มั่นก็ให้พระรูปหนึ่งมารับบริขาร ทักทายด้วยกิริยาอ่อนน้อมละมุนละมัยคล้ายคุ้นเคยกับพระอาจารย์กงมา มาเป็นสิบปี คำแรกที่จำได้แม่นยำซาบซึ้งอะไรเช่นนั้น..."เออ เจ้าลูกศิษย์อาจารย์เหนื่อยแท้บ่อ"

ข้อวัตรปฏิบัติของพระเณรที่อยู่กับอาจารย์มั่นช่างเรียบร้อยและรู้ทุกอย่างยิ่งกว่าผู้ที่อยู่ในถิ่นเจริญเสียอีก แม้จะเป็นบ้านนอกอยู่ในป่าดง ดูแค่ลานวัด ใต้ต้นไม้ ถูกกวาดเรียบร้อยไม่รกรุงรัง โอ่งน้ำวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ฝาปิดโอ่ง ขันตักน้ำที่เป็นกะลามะพร้าวก็ถูกขัดให้สะอาดสะอ้านไปหมด แม้กระทั่งบาตรตั้งแล้วเปิดฝาไม่ให้อับ กระทั่งผ้าเช็ดเท้ายังถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบแทบไม่กล้าเหยียบเลย

เมื่อหลวงพ่อกลับเข้ากุฏิมองไปก็เห็นพระเณรต่างเดินจงกรมกันตามกุฏิของตน มองไปที่กุฏิอาจารย์มั่นฯก็เห็นท่านกำลังเดินจงกรมอยู่เช่นเดียวกัน แม้เดินทางมาไกลมาก หลวงพ่อบอกไว้ในบันทึกว่าการเดินจงกรมเมื่ออยุ่ที่นี่รู้สึกปิติมากโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย

หลังเดินจงกรมพระเณรทั้งหลายก็ต่างขึ้นไปฟังธรรมจากท่านอาจารย์มั่น ทุกๆท่านอยุ่ในลักษณะเตรียมพร้อมที่จะรับฟังธรรมโดยอาการสงบเสงี่ยมสำรวมแม้การเดินการนั่ง อย่างน่าเลื่อมใสหนักแน่นในธรรมวินัยและมีกำลังจิตน่าเกรงขาม ขณะที่ท่านอาจารย์มั่นกลับมีกิริยาที่อ่อนน้อมคุยไปยิ้มไปจนหลวงพ่อวิริยังค์ที่ได้เข้าพบครั้งแรกนั้นรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดลงไปด้วย

ตั้งแต่เวลา๒๐.๐๐ น. ถึง ๒๔.๐๐ น. เป็นการแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตต์ อย่างละเอียดอ่อน หลวงพ่อวิริยังคืบันทึกไว้ว่า ไม่เคยฟังวิธีการอธิบายอย่างนี้มาก่อนเลย เป็นเวลาที่ทรมานกเลสอย่างได้ผลคุ้มค่าเป็นที่สุดจากความเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง...

....แต่ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านก็มิได้คำนึงถึงเหตุการณ์เหล่านั้น เอาธรรมเป็นใหญ่ ร่างกายช่างมัน ทรมานมัน....

นี่เป็นคำพูดของท่าน

......................

ตอนต่อไป...พระวิริยังค์ฟังธรรมเทศนา.....