ปราชญ์/ผู้นำชุมชนในภูมิภาคตะวันตก : ศึกษา ลุงเอี่ยม ศรีพนมวรรณ์ (ครั้งที่ 6)

10/มี.ค./2559 วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราต้องไปลงพื้นที่บ้านลุงเอี่ยม ลุงเอี่ยมบอกว่าจะสอนพวกเราเพาะเห็ดฟาง และในวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนมาก พวกเราจึงได้เดินทางกันไปกันแต่เช้าเลย พอเดินทางมาถึงบ้านของลุงเอี่ยม ลุงเอี่ยมไม่รอช้ารีบพาพวกเราไปที่แปลงเพาะเห็ด โดยที่ลุงเอี่ยมให้พวกเราเริ่มทำจากเตรียมองค์ประกอบหรือวัสดุอุปกรณ์ของการเพราะเห็ดฟาง

องค์ประกอบของการเพาะเห็ดฟาง มีดังนี้

- เห็ดนางฟ้าหมดอายุที่ถูกทิ้ง แล้วนำมาปั่น - บล็อกไม้ ไว้สำหรับสร้างขอน - น้ำ - เชื้อเห็ดฟาง - อาหารเสริมสำหรับเห็ดฟาง + แป้งข้าวเหนียว + ลำ - ปุ๋ยยูเรีย + ปุ๋ยสูตร 16-16-16 - ไม้ไผ่ลวก - ผ้ายาง - ฟาง - ฝักบัวรดน้ำ

วิธีการเพาะเห็ดฟาง มีดังนี้

- เริ่มจากการสร้างขอนหรือที่ลุงเอี่ยมเรียกว่า การย่ำเห็ด โดยเริ่มจากนำเอาเห็ดนางฟ้าหมดอายุที่ถูกทิ้ง ที่ลุงเอี่ยมนำมาปั่นไว้แล้ว นำมาเทใส่บล็อกให้เต็มแล้วใส่น้ำเทลงไปให้ทั่วบล็อกประมาณ 1 กระป๋อง แล้วใช้เท้าของเราเหยียบให้ทั่วบล็อก จนมันเริ่มอัดแน่น เราจึงหยุด

- จากนั้นใช้มือกดขอนด้านข้างตรงที่ย่ำแล้วดึงบล็อกไม้ออก

- เราต้องย่ำทั้งหมด 9 ขอน เรียกว่า 1 เตา 1 ขอนยาวประมาณ 70 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างขอนประมาณ 10 เซนติเมตร เมื่อได้ 1 เตาแล้ว เราก็ต้องพรวนดินข้างๆให้เสมอกันหรือสูงขึ้นมา

- เมื่อย่ำเห็ดเสร็จแล้ว เราก็จะเข้าไปปั่นเชื้อเห็ดฟาง ที่ในบ้านของลุงเอี่ยม

- เมื่อปั่นเสร็จแล้ว เราก็นำเชื้อเห็นที่ได้มาผสมกับอาหารเสริมสำหรับเห็ดฟาง 1 กำมือ แป้งข้าวเหนียว 1 กำมือ และลำ 1 กำมือ จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำใส่ถุง

- เมื่อกระบวนการปั่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้ขนย้ายเชื้อเห็ดฟางไปที่แปลง ต่อมาก็ผสมปุ๋ยสูตร 16-16-16 + ปุ๋ยยูเรีย ในอัตตราส่วน 2:1

- ระหว่างรอการผสมปุ๋ย ลุงเอี่ยมก็สอนเราปักโครงด้วยไม้ไผ่ลวก วิธีการปักคือ เราต้องปักตรงกลางของขอน ใน 1 เตา เราต้องปัก 11 ลำ ลำหัวและลำท้ายต้องเตี้ยกว่าลำตรงกลาง

- เมื่อผสมปุ๋ยและปักโครงเรียบร้อยแล้ว ต่อมาคือการหว่านปุ๋ยที่เราผสมไว้ เราต้องหว่านไปให้ทั่วเตา

- หลังจากที่หว่านปุ๋ยเสร็จแล้ว ต่อมาคือการโลยเชื้อเห็ด เราก็ต้องโลยให้ทั่วเตา โดยเน้นโลยที่ขอนเป็นส่วนมาก

- เมื่อโลยเสร็จทั้ง 2 อย่างแล้ว ก็ทำการรดน้ำ โดยวิธีการรดน้ำ เราต้องมีหัวฝักบัวในการรด เพื่อให้น้ำที่ออกมาไม่แรงมากจนเกินไป จึงทำให้ขอนไม่เสียหาย เราต้องรดน้ำให้ชุ่มทั่วทั้งเตา

- เมื่อรดน้ำเสร็จแล้ว เราก็นำผ้ายางที่เตรียมไว้ มาวางปิดบนโครงไม้ ปิดให้ทั่วทั้งเตา

- เมื่อปิดผ้ายางทั่วแล้ว ให้ขุดดินกลบผ้ายางด้านข้างรอบๆเตา เพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเท

- หลังจากนั้นนำฟางมาโลยปิดให้ทั่ว ปิดให้มิด ไม่ให้เห็นผ้ายาง

- หลังจากที่คุมฟางเสร็จแล้ว เห็ดจะใช้เวลาการเจริญเติบโตประมาณ 9-10 วัน เราจึงจะเก็บขายได้ และเราจะรดน้ำที่เตาเห็ดประมาณวันที่ 4 และวันที่ 7 หลังจากวันที่เริ่มเพาะเห็ด

- หลังจากที่เก็บเห็ดครั้งที่ 1 หมดแล้ว เราสามารถรดน้ำและเก็บเห็ดต่อได้ในครั้งที่ 2 และ 3 เห็ด 1 เตา สามารถให้ผลผลิตได้มากถึง 3 ครั้ง

ประโยชน์ของการเพาะเห็ดฟาง

1. ใช้เวลาในการเพาะนับตั้งแต่เริ่มหมักปุ๋ย จนกระทั่งเก็บดอกใช้เวลาไม่ เกิน 15 วัน ซึ่งนับว่าใช้ระยะเวลาสั้นมาก

2. ให้ผลผลิตสูงและสม่ำเสมอ ลุงเอี่ยมจะเก็บเห็ดขายให้พ่อค้าคนกลาง ราคากิโลกรัมละ 60-80 บาท เห็ด 1 เตาจะเก็บได้ประมาณ 10 กิโลกรัม

3. เราสามารถใช้วัสดุที่มีราคาถูก ส่วนมากเป็นวัสดุที่เหลือใช้จากเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เช่น ดินถั่วต่าง ๆ เห็ดนางฟ้าที่หมดอายุแล้ว เป็นต้น

4.เห็ดฟางสามารถ เพาะได้ทุกฤดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูหนาวหรือฤดูฝน วิธีนี้เหมาะสม เป็นอย่างมาก

5. หลังจากเก็บผลผลิตหมดแล้วเราต้องปล่อยเตาเห็ดทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือนถึงจะมาเริ่มเพาะเห็ดใหม่ได้ ระหว่างที่เราปล่อยเตาเห็ดทิ้งไว้ เราสามารถนำพืชผักสวนครัวมาปลูกที่เตาได้ เช่น ข้าวโพด ฝักทอง บวบ ผักบุ้ง เป็นต้น จนเกิดเป็นเกษตรผสมผสานขึ้น

6. ปัญหาเรื่องแมลงศัตรูเห็ดมีน้อยกว่า เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไร มด เป็นต้น

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดฟาง

- ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้นกันโรคให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง เนื่องจากมีวิตามินซีอยู่สูง

- ช่วยในการสมานผิวทำให้แผลหายเร็วขึ้น และลดอาการติดเชื้อต่างๆ

- ช่วยลดอาการปวดบวมของเหงือกและฟัน

- ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง หรือผื่นคันตามร่างกาย

- ช่วยแก้โรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน

- ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง เป็นการยับยั้งและชะลอการเกิดขึ้นของเซลล์มะเร็งร้าย

- ช่วยลดหรือบรรเทาอาการช้ำใน หรือปวดบวมในร่างกาย

- ช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เป็นการทำให้ระบบการทำงานของตับและร่างกายเกิดความสมดุล

วันนี้ต้องขอบคุณลุงเอี่ยมมากครับที่สอนพวกเรามาทั้งหมด " ถึงเหนื่อย แต่ก็สนุก"







บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปราชญ์/ผู้นำชุมชนในภูมิภาคตะวันตก : ศึกษา นายเอี่ยม ศรีพนมวรรณ์



ความเห็น (0)