We love Matterhorn

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 5 We love Matterhorn

เปิดบันทึกด้วยรูปนี้ค่ะ ชอบมาก ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย...

ที่ Migros หน้าสถานีที่ Interlaken มีของน่าสนใจเยอะแยะเหมือนกันค่ะ อันนี้เป็นช็อคโกแล็ต ราคาเป็นมิตรมาก ลองซื้อมากินกันแล้ว คอนเฟิร์ว่าอร่อยค่ะ

ทางกลับที่พัก ถนนหนทางค่อนข้างเรียบร้อย สงบเงียบ

อันนี้เป็นเบอร์ห้องพักค่ะ ห้องเบอร์ 99 เลขสวย เงียบดี

มาเที่ยวสวิสทั้งทีต้องไปเที่ยวภูเขานะคะ เล็งไว้หลายวันละว่าวันไหนแดดดีๆ ก็จะพากันขึ้นเขาอีก ก็พยายามดูพยากรณ์อากาศตลอด ภูเขาที่เล็งไว้ก็คือ ภูเขา Matterhorn เมือง Zermatt เราออกเดินทางกันแต่เช้าไปสถานีรถไฟ Interlaken west เพื่อไปยังเมือง Zermatt

เช็คเวลารถไฟเช่นเคย ออกกันแต่เช้า รถไฟกำลังว่างเลย เด็กก็นั่งเล่นเกมไป

วันนี้เป็นวันที่เราเจอรถไฟเลท ไม่ตรงเวลาเป็นครั้งแรก มีเหมือนกันนะคะรถไฟเลท แต่เค้าก็ได้แจ้งไว้ก่อนที่รถจะมาว่าจะเลทประมาณเท่าไหร่ ทำเอาพวกที่ต้องไปต่อรถไฟร้อนๆ หนาวๆ กลัวว่าจะไม่ทันน่ะสิ ขณะที่รอรถไฟ 2 คนนี้ก็กอดกันสร้างภาพว่า ร้ากกกกกัน

รถไฟมาก็วิ่งขึ้น พอรถไฟถึงสถานีที่จะต้องเปลี่ยนรถอีก เด็กก็ถามว่า กี่นาทีแม่ ต้องซิ่งไหม... ซิ่งเลยลูก วิ่งกันแทบแย่ค่ะ สุดท้ายก็ทันรถไฟที่จะไป Zermatt เวลาที่ใช้เดินทางทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว นี่คือสถานี Zermatt


พอคนลงกันปุ๊ป เค้าก็เดินหายกันไปหมดเลย มีแต่พวกเราถ่ายรูปเพลิดเพลิน เดินเล่นแถวๆ สถานีสักครู่

จานั้นก็เดินไปยัง information ซึ่งอยู่ทางขวามือเวลาที่เราเดินออกมาจากสถานี เพื่อเอาแผนที่และซื้อตั๋วขึ้นกระเช้า ตอนแรกก็เลือกอยู่ว่าจะขึ้นเขาโดยรถไฟ หรือนั่งกระเช้าขึ้นไปดี เพราะมันสามารถขึ้นไปได้ 2 ทาง สรุปก็เลือกกระเช้า เพราะขึ้นไปได้สูงกว่า น่าจะได้ใกล้ชิด Matterhorn อีกหน่อย

ที่ Information มีของที่ระลึกขาย และก็สามารถซื้อตั๋วทั้งรถไฟ และกระเช้าได้เลย

แต่ด้วยที่คนซื้อตั๋วก่อนหน้าของเราเป็นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ก็เลยมีคำถามเยอะมาก พนักงานเห็นพวกเรายืนรออยู่นานก็เลยบอกว่า เราสามารถที่จะไปซื้อตั๋วที่สถานีกระเช้าไปเลย และได้มอบแผนที่ให้ว่าต้องเดินไปทางไหนเพื่อไปซื้อตั๋วที่สถานีกระเช้านั่น เราก็ขอบคุณเค้า รับแผนที่มา แล้วก็เริ่มเดินเข้าไปในเมือง Zermatt

บรรยากาศในเมืองน่ารักมากเลย มีร้านขายของ 2 ข้างทาง และบรรดาโรงแรมต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะสร้างเป็นแบบใช้ไม้ เก่าๆ แต่ดูดี น่ารัก น่าอยู่ไปหมด เมืองก็จะเป็นเนินๆ ส่วนแม่น้ำจะเป็นสีโคลนค่ะ ไม่เป็นสีฟ้าเหมือนเมืองอื่นๆ

เดินไปก็ชื่นชม Matterhorn ไปในระยะไกลๆ วันนี้แดดดีจริงๆ อีกสักภาพซิ

พอไปถึงสถานีกระเช้าก็ซื้อตั๋ว เราซื้อไปยังสถานีสูงสุดชื่อว่า Glacier paradise พวกเราไม่เข้า Ice palace เพราะคิดว่าน่าจะเหมือนที่ Jungfrau ค่าตั๋วกระเช้าไปกลับคนละ 50 ฟรังค์ เด็กฟรี (ประมาณ 1900 บาทไทย)

จากซื้อตั๋วเสร็จก็จะต้องขึ้นลิฟต์เพื่อไปรอเข้ากระเช้า มีนักสกีขนอุปกรณ์สกีมาขึ้นกระเช้าเยอะแยะเลยค่ะ นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราเป็นส่วนน้อย ก่อนขึ้นกระเช้า จะมีที่กั้นเราจะต้องทำการเอาตั๋วที่ได้มาแปะเข้ากับที่ตรวจอันใหญ่ๆ ที่อยู่ซ้ายมือ ที่กั้นก็จะเปิดให้เราเข้าไปได้ มาละกระเช้าที่เราจะขึ้นไป

กระเช้าได้ก็เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไป คือเราต้องต่อกระเช้าประมาณ 2 รอบ ถึงจะขึ้นได้ถึงบนสุด กระเช้าเคลื่อนที่ไปค่อนข้างเร็ว หวาดเสียวนิดหน่อย ไม่ได้นั่งเลย เพราะคนเต็มกระเช้าจนเรียกว่าแทบจะเบียดกันเลยก็ได้ พอถึงสถานี ฟูริ พวกที่มาเล่นสกีก็ทยอยออกไปเล่นสกี เหลือคนอยู่ไม่มากละทีนี้

ขณะที่อยู่บนกระเช้าที่ค่อนข้างหวาดเสียวเพราะส่วนตัวก็เป็นโรคกลัวความสูงอยู่แล้ว คือซ้ายขวาหน้าหลังและข้างล่าง เป็นภูเขาหิมะทั้งหมด และความสูงที่เราอยู่กันก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าตกลงไปหรือเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องคิดเลยว่าจะมีชีวิตรอด ในใจตอนนั้นแอบกลัว แต่ก็คิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามันจะถึงที่ก็ต้องตามนั้น...ภาพถ่ายจากกระเช้า ก็เลยมีแสงสะท้อนกระจกมาด้วย ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ค่ะ

มองไปข้างล่างก็เจอแบบนี้

มองไปข้างบนก็เจอแบบนี้

สักพักก็ถึงสถานีสุดท้าย ก็เดินตามคนออกไปเรื่อยๆ ที่ Glarcier paradise คนก็จะลงกันหมดเพื่อมาเล่นสกี และออกมาถ่ายรูป เจอทัวร์ไทยด้วยค่ะ ออกจากสถานีก็จะเป็นลานหิมะ สวยงามมากเลยค่ะ คนก็จะออกไปถ่ายรูป เดินไปได้จนสุดทางเลยค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เดินไปจนสุด ถ่ายรูปกันอยู่แถวๆ นั้น อากาศรู้สึกจะอุ่นกว่า Jungfrau เสียด้วย ไม่หนาวมาก

สักพักก็ไม่มีอะไรทำละก็เลยเดินเข้าไปในโรงอาหารที่อยู่ในสถานี ราคาอาหารโหดมาก แพงตามความสูง เวลาขณะนั้นประมาณ 11 โมงกว่า ก็เลยเอามามาคัพที่เตรียมไป พร้อมกับน้ำร้อนจากกระติกน้ำที่พกไปออกมาต้มกินกัน เห็นทัวร์ไทยมองๆ มาอยู่เหมือนกัน แอบเขิล แบบว่าเตรียมมาแบบจัดเต็ม ข้างบนนี่ไม่มีห้องน้ำฟรีนะคะ ตอนแรกนึกว่าฟรีลองเอาตั๋วไปแปะตรงที่กั้น ปรากฎว่าเข้าไม่ได้ ต้องใช้เงินค่ะ เข้าห้องน้ำบนนี่ 2 ฟรังค์ ประมาณ 80 บาท อิอิ หยอดลงไปเลย ที่กั้นก็จะเปิดให้เข้าไปใช้ห้องน้ำได้

กินกันเสร็จ พักสักครู่ ก็ลงกระเช้าเพื่อไปยังสถานี ฟูริ คนลงไม่เยอะค่ะ สบายๆ เริ่มชินกับความสูงแล้ว

สถานี ฟูริ ที่นี่เราสามารถเดินออกไปยังลานสกี และเดินไปยังทะเลสาปที่มีภาพ Mattern สะท้อนผิวน้ำได้ด้วย และที่นี่ยังมีโรงอาหารอีกด้วย อยู่ชั้น 2 ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ข้างๆ ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งเราว่าทีนี่เหมาะสำหรับการแวะกินข้าวกลางวันมากกว่า เพราะว่าสถานที่ค่อนข้างโล่ง และกว้างกว่า ใครจะแวะกินอาหารกลางวันที่เตรียมมาขอแนะนำให้แวะกินที่นี่ค่ะ อ้อ มีห้องน้ำให้เข้าฟรีด้วย ถึงแล้วค่ะ

เดินออกจากสถานีเพื่อจะไปยังทะเลสาบที่อยู่ด้านขวามือ ปรากฎว่ามีเชือกกั้นไว้หมดเลย ไม่สามารถเลี้ยวขวาออกไปได้ นึกว่าเค้าไม่ให้ไป อยู่แถวนั้นสักพักเห็นฝรั่ง 2 คน เดินลอดเชือกออกไป ก็เลยไปมั่งค่ะ ทางเดินไปเหมือนจะนิดเดียว แต่ไกลมาก เดินบนหิมะขาวโพลน แดดก็แรง บางจุดลื่นด้วย ตรงนี้ต้องบอกว่าใครจะไปเตรียมรองเท้าให้ดีนะคะ ของเราเป็นรองเท้าบู้ธ ซื้อจากแพลทตินั่มบ้านเรา 200 บาท แบบที่เป็นหนังน้ำไม่เข้า ด้านในบุขนทำให้เท้าอุ่น เดินบนหิมะสบายเลย เวลาเดินแล้วหิมะยุบลงไปน้ำก็ไม่เข้าเท้า ขณะที่ของคนอื่นรองเท้าคู่ละ 2-3 พัน แต่พื้นไม่เหมาะกับการเดินบนหิมะ ทำให้ลื่น หรือมีรูระบายอากาศทำให้น้ำเข้าไปได้ ถุงเท้าก็เลยเปียก เท้าจะเน่าอยู่ในนั้น บางคนก็ลื่นล้มและร้องเรียกให้ช่วย พวกต้องเดินเดินกลับไปช่วยพยุงมา สามัคคีคือพลังจริงๆ รักกันคือพลังขับเคลื่อนครอบครัว

เห็นไกลๆ มีคนอยู่แถวๆ ทะเลสาป ประมาณ 6 คนเอง มีเราอีก 3 คนพยายามจะเดินไป พอเดินไปถึงก็เหลือคนแค่ 2 คน แต่กว่าจะไปถึงกัน ทุลักทุเลมาก ต้องช่วยพากันเดินไปค่ะ ใจเย็นๆ เด็กก็สนุกสนาน กินหิมะไปตลอดทาง แต่พอเดินไปถึงทะเลสาป ความเหนื่อยก็จะหายไปหมดเลย สวยมาก เกินบรรยายจริงๆ

อีกซักเซตก่อนกลับ

ถ่ายภาพจนหนำใจ แล้วก็พากันเดินกลับมา ต้องอดทนมากมากเลยค่ะเส้นทางนี้ ใช่จะใกล้ๆ ไปละนะ Matterhorn กลับมาถึงสถานีได้ก็พักผ่อนกันสักนิด เข้าห้องน้ำ แล้วก็กลับลงมาที่สถานีด้านล่างเลยโดยกระเช้าเช่นเคย

เดินกลับออกจากสถานีกระเช้า เดินทอดน่อง ชมเมือง

แวะชม Mattern museum ซึ่ง Swiss pass เข้าฟรี ด้านในก็จะมีแสดงข้าวของและประวัติของ Matterhorn ชมกันสักพักก็ออกมา ซื้อของที่ระลึกกันทีนี่เป็น Matterhorn จำลองโดยใช้หินจากที่นี่ ราคา 149 ฟรังค์

และไม่ลืมที่จะส่งโปสเตอร์กลับไปยังลำปางบ้านเฮาอีกด้วย นี่ตู้ไปรษณีย์ของเค้า น่ารักน่าชังจริงๆ

บรรยากาศในเมืองก่อนกลับ

ไปละนะเมือง Zermatt ประทับใจไม่รู้ลืมจริงจริง

และแวะซื้อรองเท้าผ้าใบให้เด็ก แบบลดราคาเหลือ 50 ฟรังค์เพราะเห็นรเปียกน้ำ และเท้าเริ่มเจ็บเนื่องจากการเสียดสี ถึงจะซื้อรองเท้าใหม่ก็ไม่ลืมทีจะหิ้วคู่เก่ากลับมาด้วย เพราะสมบุกสมบันร่วมกันมาตั้งนาน ซื้อแล้วใส่เลย

กลับกันราว 4 โมงเย็น กว่าจะถึง Interlaken ก็ 6 โมงเย็นแล้ว แวะซื้อไส้กรอกและกล้วยจาก Migros มากินเพิ่มเติมกับอาหารที่เตรียมมาจากเมืองไทยค่ะ จากนั้นก็พักผ่อนเพราะว่าพรุ่งนี้เราก็จะเดินทางออกจากที่นี่ไปยัง Zurich กันแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (1)

-สวัสดีครับ

-ตามมาท่องเที่ยวในต่างแดน

-เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจนะครับ...

-บ้านเราอากาศกำลังร้อน...ได้เห็นภูเขาน้ำแข็งแล้วอยากจะกิน"น้ำแข็งปั่น"ครับ..

-ขอบคุณภาพสวย ๆ ครับ