การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ

เพียงใจ ออมสิน. (2558). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ

เรื่อง English for Everyday Activitiesสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล จังหวัดอ่างทอง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง English for Everyday Activities สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล จังหวัดอ่างทอง ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ผู้วิจัยได้วิเคราะห์กระบวนการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนของนักวิชาการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนา 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ จำนวน 1 คน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ จำนวน 1 คน ครูผู้สอนภาษาวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 1 คน ขั้นที่ 2 การพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 30 คน ขั้นที่ 3 การทดลองใช้ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 30 คน ขั้น 4 การประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง English for Everyday Activities2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบสอบถามความ พึงพอใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้อกสารประกอบการเรียน 5) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ดำเนินการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน ปีการศึกษา 2557-2558 การวิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยโดยใช้สถิติทดสอบที ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปเป็นความเรียง

ผลการวิจัย พบว่า ได้เอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง English for Everyday Activities สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล จังหวัดอ่างทอง ที่มีประสิทธิภาพ(E1/E2) เท่ากับ 84.00/84.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เอกสารประกอบการเรียนนี้พัฒนาขึ้นตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการ ทำให้ได้เอกสารประกอบการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด การประเมินผลการทดลองใช้ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด คือ มีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ4.52

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน p.j



ความเห็น (0)