วันนี้วันพระ ธรรมะเป็นของเราเอง

คิดได้ เข้าใจได้ ประจักษ์ได้ด้วยตัวเอง คำพูดประโยคนี้ เป็นประโยคสั้นๆ ที่ พระอธิการ ชุมพร จิตตปัญโญ เจ้าอาวาสวัดทุ่งคาประชาธรรม พูดให้ข้อคิด กับผม เมื่อสองปีมาแล้ว ตอนนั้นผมไปเยี่ยมท่านและชวนท่านคุยเกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมต่างๆภายในวัด และท้ายสุดก็พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องธรรมะ มีผู้ที่ร่วมวงนั่งคุยอยู่ด้วยสองสามคน ดูเหมือนจะคุยกันถึงเรื่องกิเลส ตัณหา และอุปาทาน ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังค้นคว้า เกี่ยวกับเรืองราวของพระพุทธศาสนา เพื่อแสวงหาคำตอบให้ตัวเองว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้อย่างไร พยายามค้นหาคำตอบจาก หนังสือธรรมะของพระอาจารย์พุทธทาส ที่ท่านเขียนไว้ และเชื่อมโยงส่วนเกี่ยวข้อง เช่น อิทัปปัจจยตาปฎิจจะสมุปบาท และหนังสือคู่มือมนุษย์ แต่ด้วยปัญญาที่อ่อนด้อยก็ไม่ค่อยเข้าใจชัดเจน เมื่อไปพบเห็นหนังสือธรรมะที่มีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับทางสู่นิพพาน ก็จะหามาอ่าน จนวันหนึ่งได้เจอหนังสือศาสนวิทยา ที่แต่งโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แสง จั่นทร์งาม ท่านเขียนไว้เป็นลำดับขั้นตอนเพื่อประกอบการสอนและการเรียนของนักศึกษา เมื่อนำเอาความรู้ที่ได้จากหนังสือต่างๆมาจัดประเด็นให้สอดคล้องกัน พระพุทธเจ้าในมโนทัศน์ของผม มีความชัดเจนยิ่งนัก พระพุุทธองค์มีเป้าหมายความหลุดพ้นจากความทุกข์ และพระองค์หลุดพ้นได้ตามเป้าหมาย ด้วยการดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์โดยสิ้นเชิง และเป็นความรู้ที่ ตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง ดังนั้นคำว่า คิดได้ เข้าใจได้ ประจักษ์ได้ ด้วยตนเอง เป็นหลักของความเชื่อ ที่ให้เรารู้จักใคร่ครวญไตร่ตรอง ใช้วิจารณญานอย่างมีเหตุผล ก่อนที่จะเชื่อ

ผมได้ยินพระสวดศพตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้ มีแต่แสงตะเกียง เสียงหมากัดกันเพราะแย่งอาหารที่แม่ครัวโยนทิ้ง เสียงพระสวด หลังจบพระสวดก็คือความเงียบตามด้วยเสียงหมาหอน สิ่งที่จำจนฝังอยู่ในใจคือ กุศลาธรรมา อกุศลาธรรมา และอพยากตาธรรมา ในท่อนแรก และกลายเป็นสิ่งน่ากลัวไปโดยปริยาย เพราะบทสวดอภิธรรมเป็นสัญญลักษณ์ ของการตาย แต่เมื่อศรัทธาสูงสุดต่อพระพุทธเจ้าแล้ว ความอยากรู้อยากเข้าใจต่อสิ่งที่พระองค์สอนคือพระธรรม และพระอภิธรรมคือธรรมะอันยิ่งใหญ่เป็นเรื่องราวความเป็นตัวตนของมนุษย์ที่มนุษย์ควรรู้

กุศลเจตนาให้ผลเป็นความสุข อกุศลเจตนาให้ผลเป็นความทุกข์ เมื่อเราฟังเราคิดเพียงว่าการทำความดี ไม่เบียดเบียน ให้ผลเป็นความสุขแน่ แต่ต้องทั้งมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม ประมาณสิบกว่าปีมาแล้วผมยังรับราชการอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หลังวันปีใหม่เพียงสองสามวัน เกิดเหตุการณ์เด็กนักเรียนจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ปวดท้อง อาเจียน เป็นจำนวนมาก ต้องนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาล ไปเก็บข้อมูลตามหน้าที่ วันนั้นไม่ทราบว่าผมไปที่ใหน ไม่ได้อยู่ในสำนักงาน รุ่งขึ้นผมเข้าไปสำนักงาน ท่านสาธารณสุขอำเภอก็ให้ผมไปดำเนินการทันที ผมไปดูพื้นที่เกิดเหตุ พูดคุยกับคุณครู พบปะกับแม่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีร่องรอยกังวลและตระหนก เพราะอาการป่วยที่เกิดขึ้น ตามช่วงเวลา ชัดเจนว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษ ผมใช้หลักการสอบสวนโรคทางระบาดวิทยา ก็สรุปได้ว่า อาหารที่น่าสงสัยที่สุดคือขนมไข่นก เป็นขนมหวานทำจากแป้งผสมน้ำตาล แล้วนำไปทอดมันจนสุกกรอบ กินแล้วหวานมัน ชอบกินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้ขายเป็นคุณน้าวัยกลางคน บ้านอยู่ไกล้โรงเรียน ผมไปตรวจเยี่ยมที่บ้าน ดูที่ทำอาหารเป็นห้องครัว ดูสถานที่เก็บอุปกรณ์ทำขนมทั้งวัสดุซึ่งไม่มีอะไรมากมาย เพราะแป้งก็เป็นถุง ส่วนน้ำมันเป็นน้ำมันพืชก็ซื้อมาเป็นปี้บ ผมถามเรื่องการใช้น้ำมันในการทอดมีวิธีใช้อย่างไร คุณน้าก็อธิบายว่า ทอดเสร็จก็จะเก็บไว้ไม่เกินสามวัน หมายถึงทอดซ้ำสองครั้ง น้ำมันอยู่ในภาชนะที่มีผ้าคลุมไว้นิดหน่อย เป็นฝ้าโปร่งๆ นั่งคุยกันเป็นเวลานาน ก็ไม่มีประเด็นใดที่จะทำให้ขนมไข่นกเกิดอาหารเป็นพิษตามการสอบสวนโรคของน้องๆ กำลังจะกลับหันไปเห็นกองเปลือกหอยเปลือกปู ข้างบ้าน กองเบ้อเริม มีมดกลุ้มรุมกินเศษเหล่านั้นอยู่มากมาย ผมฉุกใจถามคุณน้าอีกครั้งว่า เลี้ยงปีใหม่กันน่าสนุกน่ะ มากันหลายคนหรือ แกก็บอกว่าลูกๆกลับมาปีใหม่ กินกันสนุกสนาน ข้ามวันข้ามคืน กินกันบนบ้าน นอนกันในห้องนี้แหละ ผมพยายามกวาดสายตาไปทั่วๆห้อง ที่สุดก็พบเจ้าตัวต้นเหตุ สเปรย์กำจัดมดกระป๋องใหญ่วางอยู่ ไปหยิบดูก็รู้ว่าผ่านการใช้มาแล้วหลายครั้ง เหลือบไปดูฝาห้อง มีรอยแตกของไม้เป็นทางยาว กว้างขนาดนิ้วมือลอดได้ ผมย้อนกลับไปดูที่วางภาชนะเก็บน้ำมัน ปากของภาชนะที่ปิดไว้ด้วยผ้าบางๆไม่มิดชิด ตรงกับรอยแตกของไม้พอดี หยิบกระป๋องสเปร ขึ้นมาดูอีกครั้งดูที่อาการเกิดพิษเบื้องต้น จะมีอาการปวดท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง

ผมชวนคุณน้ากับสามีให้นั่งลง ซึ่งทั้งคู่มีสีหน้าวิตกมากๆ เหมือนกับจะเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมปลอบใจแกว่าไม่เป็นไรหรอกตอนนี้นักเรียนก็ปลอดภัยหมดแล้ว เหลืออยู่ที่โรงพยาบาลสองคนซึ่งรอเพียงน้ำเกลือหมดถุงหมอก็ให้กลับบ้านได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมรู้ว่าไม่มีใครตั้งใจจะให้เกิด เรายุติเรื่องนี้กันเพียงเท่านี้แหละ ผมก็จะไม่เขียนรายงานอะไร รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากคุณน้าทั้งสองเป็นความรู้สึกโล่งใจและสบายใจ ความปิติใจที่เกิดขึ้นในใจของผม มันเกิดจากกุศลเจตนา แต่ถ้าผมถ่ายรูปประกอบเหตุการณ์ จดบันทึกสอบสวนโรค และลงชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ นำมาประกอบการเขียนรายงาน อกุศลาธรรมาครับ อกุศลเจตนา ก่อให้เกิดความทุกข์แก่ผู้อื่น ตนเองได้อะไรบ้าง หลักฐานทางวิชาการ ประกอบการขอปรับเลื่อนระดับตำแหน่ง

ที่ประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ผมตอบคำถามแต่เพียงว่า จากผลการติดตาม สรุปได้ว่า เกิดจากการปนเปื้อนสารพิษในอาหาร แต่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปนเปี้อนอย่างไร เพราะไม่มีอะไรให้เรานำมาตรวจสอบ จบเรื่องครับ อัพยากตาธรรมา ธรรมชาติของความเป็นกลางก็ให้ผลเป็นกลางๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เหลียวหลังแลหน้า



ความเห็น (0)