กิจกรรมบำบัดกับการจัดการกับการล้มและภาวะกลัวการล้ม (Occupational Therapy for Falling and Fear of Falling management )


กิจกรรมบำบัดกับการป้องกันการล้มและลดภาวะกลัวการล้มในวัยผู้สูงอายุ


การล้ม (Falling)

การหกล้ม หมายถึง การล้มลง ทรุดตัวลงเพราะเสียการทรงตัว (พจนานุกรมไทยฉบับ ราชบัณฑิตสถาน, 2542)

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มหกล้ม ร้อยละ 28-35 ต่อปีและจะเพิ่มเป็นร้อยละ 32-42 เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไป สามารถสรุปได้ ว่าความเสี่ยงของการหกล้มจะยิ่งมากขึ้นเมื่ออายุ มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือ มีปัญหาเรื่องการทรงตัว(http://thammapakorn.go.th/wp-content/uploads/2016/02/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8pdf.pdf)

สาเหตุที่ทำให้เกิดการล้มแบ่งเป็น 2 ปัจจัยหลัก

  1. ปัจจัยภายนอก (External factors) ได้แก่ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มีสิ่งของขวางทางเดิน , พื้นภายในบ้านลื่น หรือ แสงสว่างภายในบ้านไม่เพียงพอ เป็นต้น
  2. ปัจจัยภายใน (Internal factors ) ได้แก่ ความบกพร่องทางร่างกายเช่น การมีภาวะอ่อนแรง (Lack of Muscle strength) , บกพร่องในการควบคุมสมดุลของร่างกาย (Poor balance) เป็นต้น

บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการจัดการล้มและป้องกันการล้ม

1. ประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อการล้ม

2. ให้คำปรึกษาในการทำ Lifestyle Redesign

  • Lifestyle Redesign คือ การจัดตารางการทำกิจกรรมให้เหมาะสมตามสภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงจากวัยหนุ่มสาว ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดสามารถให้คำแนะนำในการจัดการตารางการดำเนินชีวิตตามบริบทของแต่ละบุคคล โดยเรียงลำดับตามความสำคัญของกิจกรรมตามความสนใจและการให้คุณค่าของผู้รับบริการ และทำโดยสงวนพลังงานให้ได้มากที่สุด

2. ดูแลทักษะการจัดการทำ กิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง

  • โดยคำนึงถึงบทบาท และปัจจัยต่างๆที่ส่งเสริมและขัดขวางการทำกิจวัตรประจำวันและช่วยให้คำแนะนำ ทั้งทางด้านการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บ เช่นก่อให้เกิดการล้มได้ง่าย , การวิเคราะห์จัดหาอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการทำกิจกรรมดำเนินชีวิตเช่น ไม้เท้า เป็นต้น

3. การจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพโดยให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำของผู้สูงอายุ

จากงานวิจัย The Lifestyle-integrated Functional Exercise Program for Older Adults กล่าวว่าถึงการจัดกิจกรรมออกกำลังกายให้เข้ากับกิจวัตรประจำวัน ช่วยให้พวกเขาพึงพอใจและมีความรู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น เนื่องจากไม่เบียดเบียนเวลาของการทำกิจวัตรประจำวัน โดยนักกิจกรรมบำบัดเป็นผู้ช่วยจัดโปรแกรมให้เข้ากับทั้งสภาวะร่างกายและบริบทแวดล้อมของแต่ละบุคคล ตัวอย่าง เช่น การสอดแทรกกิจกรรมบริหารต้นขาขณะนั่งดูทีวี เป็นต้น โดยผู้เข้าร่วมงานวิจัยล้วนแต่เป็นผู้มีประสบการณ์การล้มและกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว หลังจบโปรแกรมพบว่าความสามารถทางกาย เช่น การควบคุมสมดุล กล้ามเนื้อ มีการพัฒนาที่ขึ้น และ ผู้เข้าร่วมรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นในการเคลื่อนไหว

4.การจัดการกับการล้ม

ภาวะกลัวการล้ม (Fear of Falling)

ความกลัวการหกล้ม หมายถึง ความไม่กล้าที/จะยืนหรือเดิน เนื่องจากกลัวผลที/อาจ จะเกิดขึ้น (Bhala et al., 1982)

อุบัติการณ์ของความกลัวการหกล้มในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาแต่ในต่างประเทศพบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้สูงอายุเพศหญิงกลัวการหกล้มร้อยละ 36.2 (Boyd & Stevens, 2009)ประเทศโคลัมเบีย พบผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไปกลัวการหกล้ม ร้อยละ 83.3 (Curcio et al., 2009)

สาเหตุการกลัวการล้ม (Causes of Fear of Falling)

  • เคยมีประสบการณ์ล้มมาก่อน
  • ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มั่นใจที่จะลุกเดิน เช่น ไม่มีราวจับ เป็นต้น
  • ปัจจัยด้านผู้ดูแล ไม่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหว เช่น ทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่างบนเตียง
  • ขาดแรงจูงใจที่ลุกไปทำกิจวัตรประจัน

บทบาทของนักกิจกรรมในการจัดการการกลัวการล้ม

  • ประเมินภาวะกลัวการล้ม
  • จัดสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้ส่งเสริมการเคลื่อนไหว เช่น ทำสิ่งที่เป็นความต้องการพื้นฐาน (Basic Needs) เป็นแรงจูงใจ เช่น จากที่เคยป้อน/รับประทานอาหารบนเตียง จัดให้นำอาหารไปวางบนโต๊ะรับประทานอาหาร และให้ความปลอดภัยในการทำกิจกรรมการเดิน (Safety) เช่น การให้ผู้ดูแลช่วยประคองในช่วงแรก โดยเริ่มจากระยะทางใกล้แล้วค่อยเพิ่มระยะทาง
  • สร้างแรงจูงใจ โดยดึงกิจกรรมยามว่างที่ผู้สูงอายุชอบมาช่วยกระตุ้น

ดิฉันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย

ค้นคว้าเพิ่มเติมที่

http://scholar.dominican.edu/masters-theses/192/

http://fallpreventiontaskforce.org/fall-prevention-topics/senior-adults-families-caregivers/

http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/52920230/chapter2.pdf

http://phpn.ph.mahidol.ac.th/Journal/txt/27_no3/5wilawan.pdf

http://thammapakorn.go.th/wp-content/uploads/2016/02/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8pdf.pdf

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดกับการจัดการภาวะกลัวการล้มและการล้ม (Occupational Therapy in Management of Fear of Falling and Falling)



ความเห็น (0)