ครับ, เป็นการงานอันง่ายงามที่สื่อให้เห็นมิติของการเป็น “ผู้ให้” หรือ “จิตอาสา” ที่แบ่งปันความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ยึดโยงสู่วาทกรรมอันเป็น “อัตลักษณ์นิสิต” มหาวิทยาลัยมหาสารคามว่า “ช่วยเหลือสังคมและชุมชน”





วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2559) เป็นอีกวันที่นิสิต อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ด้วยการ “บริจาคโลหิต” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา

เจ้าภาพหลักครั้งนี้คือ สโมสรนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ และฝ่ายพัฒนานิสิตคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคามและโรงพยาบาลมหาสารคาม จัดโครงการ “วิทยาศาสตร์รวมใจบริจาคโลหิต ครั้งที่ 1/2559” รวมถึงนิสิตจากกลุ่มแกนนำ (ว่าที่) ชมรมบริจาคโลหิตของมหาวิทยาลัยฯ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวและรอการเปิดตัวเป็น “องค์กรนิสิต” อย่างเป็นทางการ





การงานครั้งนี้ ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากครั้งผ่านมาของคณะต่างๆ เนื่องเพราะเป็นกิจกรรมเชิงนโยบายที่ทุกคณะจะหมุนเวียนกันจัดขึ้นในแต่ละเดือน โดยในบางเดือนอาจจัดมากกว่า 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้

ครั้งนี้ – ผู้บริหารคณะให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดียิ่ง มีงบประมาณสนับสนุนเป็น “ข้าวต้ม” ร้อนๆ รองรับผู้มาบริจาคโลหิต เสมอเหมือน “ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ”รวมไปถึงการมีอาจารย์หมุนเวียนมาพบปะทักทายให้กำลังใจเป็นระยะๆ

ขณะที่นิสิตจากสโมสรนิสิต และแกนนำว่าที่ชมรมบริจาคโลหิต ต่างก็มีบทบาทในการบริหารกิจกรรมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่จากเหล่ากาชาดและโรงพยาบาลมหาสารคาม เช่น ลงทะเบียน บันทึกประวัติผู้บริจาคโลหิต ดูแลสวัสดิการนิสิตและบุคลากรที่มาบริจาคโลหิต ฯลฯ







ครับ, เป็นการงานอันง่ายงามที่สื่อให้เห็นมิติของการเป็น “ผู้ให้” หรือ “จิตอาสา” ที่แบ่งปันความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ยึดโยงสู่วาทกรรมอันเป็น “อัตลักษณ์นิสิต” มหาวิทยาลัยมหาสารคามว่า “ช่วยเหลือสังคมและชุมชน”

จะว่าไปแล้ว คนเรามักเพ่งมองไปยังกิจกรรมใหญ่โต จนมองข้ามกิจกรรมเล็กๆ ง่ายๆ แต่มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองและสังคมไปอย่างน่าใจหาย กิจกรรมหลายกิจกรรมของนิสิตทุ่มงบประมาณมหาศาลตกขอบสุดโต่งไปในทางประเพณีนิยมภายในมหาวิทยาลัยในแบบ “บันเทิง” แต่ไม่ “เริงปัญญา” และตอบไม่ได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์เช่นใดต่อคณะผู้ดำเนินงานและผู้เข้าร่วมงาน ---

เช่นนี้แล้ว ผมว่ากิจกรรมง่ายงามเช่นนี้แหละ จัดบ่อยๆ ก็ไม่เสียหายอะไร อย่างน้อยก็ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้คนได้ทำความดีได้โดยไม่ซับซ้อนซ่อนปม ทำบ่อยๆ จัดบ่อยๆ ก็ประหนึ่งการบ่มเพาะและขัดเกลาจิตใจแห่งการเป็น “ผู้ให้” และ “จิตอาสา” ไปโดยปริยาย







ครั้งนี้ มีผู้มาบริจาคจำนวน 125 คน คิดเป็น 50,000 ซีซี -

ครับ- มากน้อยอย่างไรผมไม่ทราบ รู้แต่เพียงว่า “ง่ายงาม” และน่าชื่นชมเป็นที่สุด

สำหรับโปรแกรมหน้า 14 มีนาคม 2559 พบกันที่คณะเภสัชศาสตร์ และวันที่ 15 มีนาคม 2559 พบกันที่กองกิจการนิสิต ---





ภาพ/ข้อมูล : เยาวภา ปรีวาสนา