นิทานอีสปเรื่องกับดักหนู

วันศุกร์วนมาอีกรอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็สองสัปดาห์ผ่านไปแล้วนะครับนับจากปีใหม่มา เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ปีนี้ก็น่าจะเป็นปีที่ดีๆ ของหลายๆ คนนะครับ ต้นปีแบบนี้ก็ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้น และขอให้พลังจงอยู่กับท่านตลอดทั้งปีนะครับ วันนี้ผมก็เอานิทานสอนใจมาให้อ่านกันอีกเรื่องหนึ่งครับ ลองอ่านดูเลยละกันครับ

วันหนึ่งหนูน้อยตัวหนึ่งมองผ่านทางรูฝาผนังบ้านเห็นภรรยาของชาวนากำลังตั้งกับดักหนู ด้วยความตื่นเต้นตกใจ เจ้าหนูน้อยกระโจนออกไปกลางลาน พร้อมตะโกนด้วยความตกอกตกใจกลัวภัยอันตรายที่จะเข้ามาใกล้ตัว

“กับดักหนูอยู่ในบ้าน!! กับดักหนูอยู่ในบ้าน!!”

แม่ไก่ได้ยินเข้า ก็มองหนูอย่างเยาะยันพร้อมพยักไหล่อย่างไม่แยแส พร้อมกับกล่าวว่า

“เจ้าหนูน้อย ข้าได้ยินแล้วว่าภัยใกล้ตัวเจ้า แต่นั่นมันเป็นเรื่องของเจ้า กับดักหนูไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะสนใจอะไร มันไม่ธุระของข้า”

ว่าแล้วก็คุยเขี่ยหาอาหารอย่างทองไม่รู้ร้อนต่อไป

เจ้าหนูน้อยวิ่งหน้าตั้งไปยังหมูซึ่งกำลังใช้จมูกขุดคุยอาหาร

“หมู หมู นายรู้หรือเปล่าว่ามีกับดักหนูอยู่ในบ้าน” หมูได้ยินพยักหน้ารับ พร้อมบอกว่า

“เจ้าหนูน้อย ข้ารู้สึกสงสารแกจริง ๆ แต่ข้าไม่สามารถจะช่วยอะไรเจ้าได้หรอก นอกจากจะสวดมนต์ภาวนาให้เจ้าปลอดภัยเท่านั้น ข้าจะสวดมนต์ภาวนาให้เจ้าทุก ๆ ครั้งก่อนนอนก็แล้วกันนะ”

ด้วยความหมดอาลัยตายอยาก เจ้าหนูวิ่งโร่ไปหาวัวซึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างๆ บ้าน

“นาย นาย มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน” เจ้าหนูน้อยตะโกนบอกวัวด้วยเสียงระทึกกลัว

วัวหันมายิ้มพร้อมกับพูดว่า “โม โม! เออ! จริงหรือ? น่ากลัวนะสำหรับเจ้า แต่ขอโทษทีเถอะสำหรับข้าไม่ได้สะเทือนตัวข้าเลยสักนิด กับกับดักหนูเล็ก ๆ แค่นั้น”

ด้วยความหมดหวัง เจ้าหนูน้อยเดินคอตกกลับไปเผชิญชะตากรรมในบ้านอย่างโดดเดี่ยว

หลังมืดสนิทในคืนนั้น เสียงกับดักหนูงับเสียงดังสนั่น ภรรยาชาวนาลงมาดูหวังได้หนู แต่ในความมืดภรรยาชาวนามองไม่เห็นว่ากับดักหนูงับติดหางงูเห่าตัวใหญ่อยู่ ในความมืดงูเห่ากัดภรรยาชาวนา จนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล และกลับมารักษาที่บ้าน แต่ปรากฏว่าภรรยาชาวนามีไข้ขึ้นสูงตลอดเวลา

ชาวนาทุกคนรู้ว่ายาแก้ไขนั้นต้องให้คนไข้ทานซุปไก่ ดังนั้นชาวนาก็ฆ่าไก่มาต้มซุปให้ภรรยาทาน แต่อย่างไรเสียอาการป่วยของภรรยาไม่ดีขึ้นเลย มีเพื่อนฝูงเกือบทั้งหมู่บ้านมาเยี่ยมเฝ้าไข้กันเนื่องแน่น จนชาวนาต้องฆ่าหมูเพื่อทำอาหารเลี้ยงเพื่อน ๆที่มาเยี่ยมเยียน และปรนนิบัติภรรยาตัวเอง

เวลาผ่านไปภรรยาชาวนาก็ไม่ดีขึ้นในที่สุดก็ได้เสียชีวิตไป หลังจากนั้นก็มีงานศพใหญ่โตเพื่อนฝูงมาร่วมงานกันมากมาย ชาวนาก็ต้องเชือดวัวทำอาหารเลี้ยงแขกในงาน….

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ไม่ได้เล็ดลอดจากสายตาของเจ้าหนูน้อยตัวนั้นแม้สักนิด เพราะเจ้าหนูน้อยได้เฝ้าสังเกตการณ์จากรูฝาผนังด้วยหัวใจที่แสนเศร้าสลดตลอดมาง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากได้ยินภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่งในสังคม จงคิดเอาใจใส่หาทางช่วยเหลือ อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ จงจำไว้ว่าวันหนึ่งภัยเล็กน้อยนั้นอาจจะลามใหญ่เป็นภัยถึงตัวเราก็ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน kmpprep



ความเห็น (0)