ฉบับที่ ๐๔๑ "มายด์แม็ป" (Mind Map) เคล็ดไม่ลับกับการพัฒนาสมอง 2 ซีก"

"มายด์แม็ป" (Mind Map) เคล็ดไม่ลับกับการพัฒนาสมอง 2 ซีก"

เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2558 ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ ทีมเจ้าหน้าที่ศจย. ได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรมพื้นฐานวิธีเขียน และการใช้งาน Mind Map อย่างถูกวิธี เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีด้านการวิเคราะห์และการคิดเชิงระบบ (Critical Analysis & Systematic Thinking) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมรรถนะด้านการเป็นผู้นำและผู้บริหารสุขภาวะ (Leadership & Management in Health Promotion) โดยมี อ.ธัญญา ผลอนันต์ ผู้บุกเบิกการใช้มาย์ด์แม็ปในเมืองไทย และ ลัดดาวัลย์ ชูช่วย แชมป์ความจำระดับประเทศในปี พ.ศ.2552 ได้สอนวิธีการใช้มายด์แม็ป และเทคนิคการจำอย่างมีจิตนาการให้กับภาคีเข้าร่วม 30 คน

อ.ธัญญา ผลอนันต์ เป็นผู้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษาอย่างต่อเนื่องระยะเวลากว่า 10 ปี และมีผลงานอย่างกว้างขวางจนได้รับพิจารณาจากกระทรวงสาธารณสุขให้อยู่ในทำเนียบนักคิดสร้างสรรค์ อ.ธัญญาเล่าถึงพัฒนาการด้านความคิดของมนุษย์เมื่อสองล้านปีที่แล้วว่า มนุษย์เริ่มมีกระโหลกที่โตขึ้น และเริ่มแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ความคิดจึงเริ่มพร้อมกับช่วงมนุษย์ผลิตเครื่องมือในยุคนั้น เราพยายามจดบันทึกข้อมูลมาเป็นแสนๆ ปีแล้วแต่มาตกผลึกเป็นภาษาเขียนเมื่อ 5 พันปีที่แล้ว โดยสองชาติแรกที่เริ่มค้นภาษาและมีความคล้ายกันในหลักการเขียนคือ จีนโบราณและอียิปต์โบราณ โดยเขียนจากบนลงล่าง และเป็นภาษาภาพ ต่อมามีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และทุกชาติมีภาษาเป็นของตัวเองโดยมีการเขียน 3 วิธีคือ 1 จากบนลงล่าง 2.ขวามาซ้าย 3.ซ้ายไปขวา
"สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ในเรื่องการใช้ภาษา การเขียน การอ่าน ทักษะด้านตัวเลข เป็นสมองในส่วนของการตัดสินใจส่วนสมองซีกขวาทำหน้าที่ในเรื่องความเข้าใจ ความมีสุนทรียะด้านดนตรี และการใช้จินตนาการ จึงเป็นส่วนของการสร้างสรรค์เราเริ่มใช้สมองซีกขวาก่อนวัยเด็กช่วงชั้นอนุบาล และเมื่อขั้นวัยประถมศึกษาเราจะใช้สมองซีกซ้าย เพื่อเรียนรู้ทางด้านวิชาการมากกว่า" อ.ธัญญา อธิบายถึงการทำงานของสมองเพิ่มเติม

"มายด์แม็ป (Mind Map) หรือแผนผังความคิด จัดเป็นวิธีการเขียนแบบที่ 4 ซึ่งถูกคิดค้นมาเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว โดยโทนี้ บูซาน (Tony Buzan) ซึ่งการทำมายด์แม็ปเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของสมองทั้งสองซีก สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิชาเรียน การทำงาน และช่วยบันทึกความคิดเพื่อให้เห็นภาพที่หลากหลายมุมมองลงบนกระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้นและการโยงใยแทนการจดเป็นประโยคยาวๆ แบบเดิม" อ.ธัญญา กล่าว


"มายด์แม็ปสามารถเชื่อมโยงสมองทั้งสองซีกให้สมดุล แต่ต้องฝึกให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ สร้างเสริมจินตนาการของสองซีกซ้าย ฝึกการจัดระบบความคิดของตัวเราโดยนำมาประยุกต์ใช้ในวิชาเรียนการทำงาน ฯลฯ ถ้าความจำดีขึ้นแม้จะ 5-10% เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น" อ.ธัญญา บอกถึงข้อดีของมายด์แม็ป

ด้าน ลัดดาวัลย์ ชูช่วย ชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำเวิร์กช็อปง่ายๆ ด้วยการให้จำตัวเลข 1-25 และเชื่อมโยงกับภาพต่างๆ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมถึงความสามารถในการจดจำของมนุษย์ว่า ความจำเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ ถ้าเราจำไม่ได้เราก็ต่อยอดการเรียนรู้ไม่ได้ หลักการง่ายๆ สองหลักการที่ทำให้เราสามารถจดจำได้ดีคือ 1.จินตนาการ 2.ความเชื่อมโยง โดยจะต้องเชื่อมโยงจินตนาการทั้งหมาดเข้าด้วยกันเป็นเรื่องเดียว โดยอาศัยการฝึกบ่อยๆ

"กฏของการเขียนมายด์แม็ปคือ 1.ไม่ล้อมข้อมูลความคิดไว้ด้วยการตีกรอบ เพราะหมายถึงการกักขังความคิดเรา 2.ไม่เขียนคำใต้กิ่ง คำที่เขียนต้องอยู่บนเส้น 3.เขียนเป็นประโยค หรืวลี 4.ทุกเส้นต้องเชื่อมกันเสมอ ไม่ขาดตอน 5.ใช้สีเดียวต่อกิ่งที่ขยายออกไป เพื่อจัดระบบทางความคิด 6.จัดวางกระดาษเป็นแนวนอน เพื่อให้สายตาทั้งสองข้างทำงานได้อย่างเต็มที่ 7.ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตาราง" ลัดดาวัลย์ แนะนำวิธีการเขียนเพิ่มเติม

อภิชนา ธรรมศิริ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค บริษัทเอกชน อายุ 42 ปี เล่าถึงความประทับใจที่ร่วมกิจกรรมว่าเนื่องจากทำงานด้านวิทยาศาสตร์และใช้สมองซีกซ้ายเยอะเมื่อได้ความรู้จากการเขียนมายด์แม็ปก็จะมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำ รวมถึงเทคนิคการจำก็ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้น ความรู้วันนี้จะนำไปสอนหลานต่อเพื่อจะได้พัฒนาความสามารถของเขาได้

การทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานได้อย่างสมดุลกันนั้น เราจำเป็นที่จะต้องฝึกโดยฝสานหลักการและเหตุผลทางวิชาการพร้อมทั้งเชื่อมโยงจินตนาการ ศิลปะเข้าด้วยกัน การเขียนมายด์แม็ปจึงเป็นการฝึกสมองได้อย่างลงตัว

ผู้เข้าอบรมจะได้ความรู้จากการอบรม คือ มีความรู้ความเข้าใจกับสมองทั้ง 2 ซีก และการกระตุ้นการใช้สมองทั้ง 2 ซีกอย่างเต็มศักยภาพ และยังสามารถใช้ Mind Map เป็นเครื่องมือในการพัฒนาดำเนินงาน สามารถคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบขึ้น และการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ศจย. (www.trc.or.th)

๑๘ ธันวาคม ๒๕๕

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ถอดบทเรียนคนทำงานขับเคลื่อน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

Mind maps help with describing what we know and what we think or like (to do/have/be) but mind maps can reduce imaginative thinking with 'rules how to draw mind maps'.

(In Jedi lingo) 'Feel the force' and 'let the force be with you'. ;-)