กติกาฟุตบอลและบทความเรื่อง เทคโนโลยีสมัยใหม่

กติกาฟุตบอล

กติกาฟุตบอล

กติกาฟุตบอลนั้นเป็นกฏและกติกาฟุตบอลอย่างเป็นสากลที่กำหนดขึ้นมาโดยสมาคมฟุตบอลโดยกติกาทั้งหมดในปัจจุบันนี้นั้นมีทั้งหมด 17 ข้อ

  • ข้อที่ 1 สนามฟุตบอลต้องเป็นสนามหญ้ารูปที่เหลียมผืนผ้า และมีเส้นทั้งหมดเป็นสีขาว
  • ข้อที่ 2 ลูกฟุตบอล ต้องเป็นวงกลม ผลิตจากหนัง หรืออื่นๆที่เป็นวัสดูตามความเหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อผู้เล่น
  • ข้อที่ 3 จำนวนผู้เล่น มีสองทีมแต่ละทีมต้องมีตัวจริงและสำรอง ผู้เล่นตัวจริงมี 11 คนและสำรองไม่เกิน 7 คน
  • ข้อที่ 4 ผุ้เล่นจะต้องใส่เสื้อสีตัดกันอย่างชัดเจนครับ นอกจากผู้รักษาประตู
  • ข้อที่ 5 ผู้ตัดสินหรือกรรมการ คอยควบคุมการแข่งขัน โดยมีผู้ช่วยผู้ตัดสินให้ความช่วยเหลือ
  • ข้อที่ 6 ผู้ช่วยผู้ตัดสินทำหน้าที่เป็นผู้ที่คอยชี้แนะหรือให้คำปรึกษากรรมการในสนาม
  • ข้อที่ 7 ระยะเวลาในการแข่งขันฟุตบอล มี 2 ครึ่ง/ครึ่งเวลาละ 45 นาทีไม่รวมทดเวลานะครับและพักครึ่งได้ไม่เกิน 15 นาที
  • ข้อที่ 8 ลูกบอลอยู่ในการเล่น
    -เมื่อกระดอนจากเสาประตู ,คานประตู, ธงมุมสนาม, เข้ามาในสนามแข่งขัน
    -เมื่อกระดอนจากผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสินในขณะที่เขาอยู่ในสนาม
    ลูกบอลอยู่นอกการเล่น
    -เมื่อลูกบอลได้ผ่านเส้นประตูหรือเส้นข้างออกไปหมดทั้งลูก
    -เมื่อผู้ตัดสินสั่งหยุดการเล่น
  • ข้อที่ 10 การนับคะแนนยิงเข้า 1 ลูกถือว่าได้หนึ่งแต้มหรือ 1 ประตูผู้ชนะนั้นคือทีมที่ได้ประตูมากกว่าแต่ถ้าเท่ากันก็นับเป็นเสมอ
  • ข้อที่ 11 ตำแหน่งล้ำหน้า
    -ผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ถ้าเขาได้อยู่ใกล้เส้นประตูของฝ่ายตรงข้ามมากกว่า ลูกบอล ยกเว้น
    -ผู้เล่นอยู่ในแดนตนเองของสนามแข่งขัน
    -มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า 2 คน อยู่ใกล้เส้นประตูของเขา
  • ข้อที่ 12 การทำผิดกติกามีโทษ 3 แบบคือ ตักเตือน ,ใบเหลือง,ใบแดง
  • ข้อที่ 13: ฟรีคิก
  • ข้อที่ 14: ลูกโทษ
  • ข้อที่ 15: การทุ่ม
  • ข้อที่ 16: โกลคิก
  • ข้อที่ 17: การเตะมุม

บทความเรื่อง เทคโนโลยีสมัยใหม่

การพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบท ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ในลักษณะ เศรษฐศาสตร์เครือข่าย หรือที่เรียกว่า ( networked economy) มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว (เพียงแค่กดเม้าส์ของคอมพิวเตอร์) เสมือนดังไม่มีพรมแดนของประเทศ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์ ทาง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ระหว่างประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ ส่งผลให้โลกมีสภาพ เหมือนเป็นหนึ่งเดียว มีการแข่งขันสูงผลกระทบในวงกว้าง ( systemic and dynamism ) ต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนที่ทำไห้ทรัพยากรมนุษย์เกิดการปรับตัวพัฒนาให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่อยู่ในโลกเศรษฐกิจใหม่ของสังคมอุดมปัญญา (Knowledge Based Economy) กลายเป็นศัพท์ที่ต้องคิด ของคนใน สหัสวรรษที่ 21

เทคโนโลยีได้เข้าไปมีบทบาทต่อวิถีชีวิตผู้คนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ กล่าวคือ

1. ด้านการศึกษา

มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยสอน (CAI) โดยทำเป็นสื่อประสม (Multimedia) มีระบบการเรียนการสอนทางไกล (Tele-Education) มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น นักเรียน นักศึกษา ได้มีโอกาสเรียนรู้และปฏิบัติจริงได้มากขึ้น สำหรับโรงเรียนมัธยม ก็มีการจัดการเรียนการสอนด้านคอมพิวเตอร์ โดยกำหนดให้เป็นรายวิชาเลือก ในระดับวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัย มีเปิดสอนสาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะ เพื่อผลิตบุคลากร สนองความต้องการของตลาด ในยุคปัจจุบัน

2. ด้านการแพทย์

เริ่มตั้งแต่การจัดทำประวัติคนไข้ ไปจนถึงการออกใบเสร็จรับเงิน การพิมพ์ฉลากยา ก็ยังใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะพิมพ์ใส่กระดาษกาวไว้ก่อน เมื่อจะส่งให้คนไข้ก็ติดที่ขวดหรือถุงยา จะได้ไม่ผิดพลาดในการให้ยาตรงตามแพทย์สั่ง บางแห่งให้แพทย์สั่งยาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อลดความผิดพลาดในการตีความหมายจากลายมือของแพทย์ นอกจากนี้บางแห่งยังมีการรักษาทางไกลโดยผ่านดาวเทียมสื่อสารความเร็วสูง ที่แพทย์ต่างประเทศ สามารถมองเห็นคนไข้ ในประเทศไทย และให้คำแนะนำ ในการรักษาผ่าตัดทันที แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก

3. ด้านการธนาคาร

มีการให้บริการฝาก-ถอนเงิน โอนเงิน ซึ่งมีมานานแล้ว และในปัจจุบันนี้เริ่มมีระบบ e-banking โดยสามารถใช้โทรศัพท์มาทำรายการที่ธนาคารได้ ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาที่ธนาคาร นอกจากนี้ ให้บริการบัตรเครดิต อีกหลากหลายประเภท ซึ่งสามารถถอนเงินที่ตู้ ATM ที่ใดก็ได้ แม้ในต่างประเทศ ก็สามารถถอนเงินได้ ไม่ต้องพกเงินจำนวนมาก ไปเที่ยวต่างประเทศ ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีธนาคารบางแห่ง

ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวประเทศ จะนำเอาระบบธนาคารอิเล็กทรอนิสก์ มาใช้เต็มรูปแบบโดยให้บริการฝาก-ถอน-โอนเงินด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ซึ่งในต่างประเทศได้มีใช้กันมานานแล้ว

4. ด้านห้องสมุด

การให้บริการยืม-คืนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จะเป็นลักษณะที่ต้องยืมผ่านเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ ซึ่งจะป้อนข้อมูลการยืม เข้าไป หรือใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง (Bar code) และเมื่อคืนหนังสือก็ต้องผ่านเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์เช่นเดิม หลายแห่ง เปลี่ยนมาใช้การฝังแถบแม่เหล็กเข้าไปในหนังสือ และมีเครื่องตรวจจับหนังสือที่ถูกนำออกห้องสมุดโดยที่ยังไม่ถูกยืม เพื่อป้องกัน หนังสือสูญหาย สำหรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ห้องสมุดบางแห่ง ให้บริการยืมหนังสือ ผ่านเครื่อง ยืมหนังสือ คือผู้ยืมสามารถสืบค้นหนังสือได้ทั้งในสถาบันและนอกสถาบัน เมื่อรู้ตำแหน่งที่เก็บหนังสือแล้วไปนำหนังสือ ผ่านเครื่องยืมหนังสือ เวลาคืนก็นำมาใส่ในตู้รับหนังสือ จะมีเจ้าหน้าที่นำไปเข้าเครื่องอ่านแถบแม่เหล็กที่ฝังอยู่ในหนังสือ มีการ ให้บริการสืบค้นข้อมูลบน CD-ROM บนระบบ Internet ห้องสมุดหลายแห่งได้ลงทุน ของเช่าฐานข้อมูลที่สำคัญ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ห้องสมุด โลกปัจจุบันนี้ "ข้อมูลขายได้" ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศจึงทำให้เกิด ห้องสมุดเสมือนจริง Visual Library และยังมีพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง Visual Museum ทำให้ภาพของจริงในทุกมุมมอง โดยไม่ต้องจับต้องของจริง

5. ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย

แต่เดิมจะไม่สะดวกกับผู้ซื้อเพราะซื้อตั๋วที่ไหนจะต้องขึ้นรถไฟที่นั่น แต่ในปัจจุบันมีบริการซื้อตั๋วด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถจะซื้อตั๋วที่สถานีใดก็ได้ กำหนดสถานีต้นปลายทาง ปลายทางได้อย่างอิสระ สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้มากกว่าเดิม และมีบริการเสริมขึ้นมากมาย เช่น สามารถคืนตั๋วก่อนออกเดินทางที่สถานีใดก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบที่นั่ง ว่าว่างหรือไม่ว่าง ทำได้ทันที ทำให้ไม่เกิดการซื้อตั๋วซ้อนกัน ช่วยลดความผิดพลาดได้มาก และเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ในการให้บริการ

6. ด้านธุรกิจ

บริษัท ห้างร้านส่วนใหญ่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป ระดับผู้ใช้งานโปรแกรม (Users) ซึ่งจะต้องใช้โปรแกรมที่มีใช้ในสำนักงานได้ เช่น โปรแกรมพิมพ์เอกสาร

(Word Processor) โปรแกรมตารางการทำงาน (Speedsheet) โปรแกรมนำเสนองาน (Presentation) และโปรแกรมสนับสนุนอื่นๆ บางแห่งต้องการเฉพาะทางเช่น นักเขียนโปรแกรม (Programmer) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) นักควบคุมระบบ (Administrator) นักคอมพิวเตอร์กราฟฟิค (Computer Graphic) เป็นต้น

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่ต้น คงพอสรุปได้ว่าเทคโนโลยีสาระสนเทศ มีความสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า เทคโนโลยีสารสนเทศได้กระจายองค์ความรู้ไปทุกพื้นที่ในโลก ขึ้นอยู่กับใครสามารถเข้าถึงข้อมูลเร็วกว่าหาข้อมูลได้มากว่ากัน นอกเนื้อจากนั้น จะต้องสามารถเลือกและวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะนำมาปรับใช้เป็นองค์ความรู้ สังเคราะห์เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาจนเกิดเป็นปัญญาที่ สะสมไว้ในตัวคน และถ้าทุกคนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันก็จะสามารถเป็นสังคมอุดมปัญญาในองค์กร เพื่อแก้ปัญหา และตัดสินใจได้เร็วขึ้น เป็นจุดที่สำคัญที่จะทำให้คนและองค์กรนั้นๆเก่งกว่ากัน หรือเหนือกว่ากัน หรือช่วงชิงในทุกๆเรื่องได้ก่อนใคร

….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/224228

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นายอัคพงษ์ พรมวงค์สา



ความเห็น (0)